โควิด-19 สะเทือนกรมปทุมวัน ศึกนอก-ในเขย่าเก้าอี้ 'ผบ.ปั๊ด'


เพิ่มเพื่อน    

       ย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 ตำแหน่ง “พิทักษ์ 1” ของ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะผู้นำองค์กรถือว่าหนักเอาการ นับตั้งแต่รับไม้ต่อจาก “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงค้ำยันรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกสารพัดม็อบจองกฐินจ้องล้มรัฐบาลอยู่ตลอด

            โดยเฉพาะม็อบ “คณะราษฎร 63” ที่นำโดยทนายอานนท์ นำภา “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล “ไมค์ ระยอง” ภาณุพงศ์ จาดนอก “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ และ “ไผ่ ดาวดิน” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา “น้องมายด์” ภัสราวดี ธนกิจวิบูลบ์ผล เรียกร้องขับไล่นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และที่สะเทือนใจคนไทยทั่วประเทศคือ การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยใช้นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศในการขับเคลื่อนจัดกิจกรรมจนเลยเถิดม็อบ “ปัญญาชน” กลายเป็นม็อบข้างถนนจาบจ้วงสถาบัน ดึงเบื้องสูงลงย่ำยี

                “บิ๊กตู่” นายกฯ ต้องสั่งการให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกข้อหา ทุกมาตรา ข้อหา 112 ถูกหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ปิดปากประชาชน ดึงองค์กรต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ม็อบปัญญาชนกลายเป็นกลุ่มจัดตั้งใช้ความรุนแรง เกิดการกระทบกระทั่งหลายครั้งหลายครา ได้รับบาดเจ็บกันทั้ง 2 ฝ่าย ทรัพย์สินราชการเสียหาย ทั้งยุทธภันฑ์ อาคารสถานที่จำนวนมาก แกนนำม็อบแต่ละคนถูกดำเนินคดียาวเป็นหางว่าว

            แม้กระทั่งสถานการณ์โลก สถานการณ์ไทย การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ ก็ปวดกบาลไม่ใช่น้อย โควิด-19 รอบแรกจบ แต่องค์กรตำรวจไม่จบ เมื่อตำรวจชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติหน้าที่จุดตรวจจุดสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหลายกองบัญชาการ โอดถูก “นาย” อมเบี้ยเลี้ยง งบประมาณส่วนนี้รัฐบาลจัดสรรให้กว่า 2 พันล้านบาท “บิ๊กปั๊ด” สั่งจเรตำรวจแห่งชาติลงไปตรวจสอบ พบหลายกองบังคับการทั่วประเทศร่วมกันทุจริตตั้งแต่ ผบ.หมู่-ผบก. กระทั่งโควิด-19 รอบ 2 กลับมาระบาดอีกครั้งยังคาราคาซังง้างดาบเก้อ ผู้ที่ร่วมกันทุจริตยังไม่ได้รับโทษ ถึงแม้ “ผบ.ปั๊ด” จะสั่งให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี

            โควิดระบาดระลอกใหม่สาหัสกว่าครั้งแรกมาก โควิดระลอกแรกมาจากเซียนมวยซึ่งเป็นคนเฉพาะกลุ่ม ไทม์ไลน์การสอบสวนและเฝ้าระวังโรคไม่ยาก ทำให้ไทยสามารถการยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั่วโลกให้การยอมรับ แต่การแพร่ระบาดรอบหลังต้นตอมาจากแรงงานชาวเมียนมาตลาดกุ้งมหาชัย จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งอาหารทะเลขนาดใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้าจะมารับไปจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้เชื้อโรคแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว รัฐต้องประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัดเป็นพื้นที่สีแดง ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมทะลุหลักหมื่นคนไปแล้ว

            อีกต้นตอการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คือ “บ่อนพนัน” นับจากผลการสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี ระบุมีผู้ติดเชื้อจากบ่อนการพนันในตัวเมืองจังหวัดระยอง พร้อมออกประกาศผู้ที่เข้าไปเล่นการพนันให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโรคด่วน ซึ่งก็เป็นไปตามคาด มีนักพนันติดเชื้อจากบ่อนทั้ง จ.ระยองและชลบุรีจำนวนมาก และแพร่ระบาดไปยังคนใกล้ชิด แม้แต่เด็กนักเรียนยังพลอยได้รับเชื้อไปด้วยเมื่อผู้ปกครองที่เข้าบ่อนนำเชื้อมาแพร่สู่ลูก ลูกกลายเป็นพาหะนำเชื้อ จนต้องมีการสั่งปิดโรงเรียน ฆ่าเชื้อ เฝ้าระวังการแพร่ระบาดวุ่นวายกันไปหมด

            ทั้ง “บ่อน-แรงงานต่างด้าว” คือต้นตอการระบาด งานเข้า “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ เมื่อสังคมตราหน้า “ตำรวจ” ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เมื่อบ่อนและแรงงานต่างด้าวคือธุรกิจสีเทา แหล่งทำเงินของตำรวจท้องที่ ถ้าตำรวจไม่ใส่เกียร์ว่างบ่อนเปิดไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่งด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งปราบปรามบ่อนการพนันทุกประเภท ไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ย้ำ “ถ้าต้องย้าย ผบ.ตร.ก็ต้องทำ”

            โควิด-19 กระชากหน้ากากตำรวจเละไม่เป็นท่า “น้ำลดตอผุด” บ่อนโผล่ทั่วภาคตะวันออกของพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) ทั้งระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด น่าอับอายเมื่อตำรวจพื้นที่ระยองออกมาแถ จัดฉากพาสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบไม่ใช่บ่อนเป็นเพียงโกดังติดแอร์เท่านั้น ตำรวจไม่รู้แต่กูเกิลแมปรู้ เพียงเสิร์ชหา ปักหมุดระบุตำแหน่งให้พร้อม เก้าอี้ “ผบ.ตร.” ร้อนฉ่า สั่งจเรตำรวจแห่งชาติและหน่วยทำงานลับจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมูลเซ็นคำสั่งเด้ง พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง เข้ากรุมาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. พร้อมสั่งย้าย 4 เสือโรงพักเมืองระยอง

            ผู้การชลบุรีคือเหยื่อไวรัสคนที่ 2 ผบ.ตร.สั่งเด้ง พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี มาประจำที่ ศปก.ตร.เช่นเดียวกัน ยิ่งตรวจยิ่งเจอเหมือนเชื้อไวรัสโควิด อีกหลายบ่อนโผล่ที่ จ.จันทบุรี ตราด แม้พระสงฆ์องคเจ้ายังรู้บ่อนอยู่ตรงไหน พ่อค้าแม่ขายรู้หมด ส่งข้าวส่งน้ำ หรือจะไม่รู้ก็แต่ตำรวจ พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผบช.ภ.2 เจ้าของพื้นที่ภาคตะวันออก เต้นสั่งเด้ง พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จว.ตราด และ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ถูกย้ายไปคนละทิศละทาง

            คำถามคำโตๆ จากสังคม “ผบช.ภ.2” ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ทำไมยังอยู่ในพื้นที่ได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี บ่อนทั่วภาคตะวันออกเป็นของ “หลงจู๊สมชาย” ไม่ใช่เพิ่งมีบ่อน เปิดมาแล้วหลายปี “เงินถึงพึ่งได้” มีคนในรัฐบาลเป็นแบ็กให้ ถึงขนาดชักนำลูกชายนายบ่อนเข้ามาเป็นกรรมาธิการพนันออนไลน์ได้ หลงจู๊สมชายแผ่อิทธิพลนอกจากพื้นที่ภาค 2 แล้ว ยังมีสายสัมพันธ์กับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ภาค 3 เปิดบ่อน ตู้ม้า ตู้สล็อต ธุรกิจพนันทุกประเภท ซึ่งมีสติกเกอร์ “RJ” เป็นที่รู้กันของตำรวจพื้นที่ สุดท้ายไม่รอด “ผบ.ปั๊ด” สั่งเด้ง พล.ต.ท.วีระ ผบช.ภ.2 มาปฏิบัติงานที่ ศปก.ตร. ระบุเป็นไปตามขั้นตอนกฎระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับผลการสืบสวนชั้นต้นต้องรับผิดชอบในฐานะที่ดูแลพื้นที่

                “ตำรวจถูกตราหน้าว่าเป็นตัวการแพร่ระบาด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายที่ชัดเจน บ่อนพนันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการจับกุม ปล่อยไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่ายศเล็กยศใหญ่ ใครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการทั้งวินัยและอาญา อะไรที่ไม่เรียบร้อยต้องกลับไปแก้ไขปรับปรุง ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ใช่ย้ายไปเรื่องเงียบก็ย้ายกลับ อย่าให้มันแย่ไปมากกว่านี้ อย่าทำให้มันแย่ไปกว่านี้”

            แม้ “บิ๊กปั๊ด” จะรับไม้ต่อจาก “บิ๊กแป๊ะ” เพื่อนรักร่วมรุ่น แต่ระดับขุนพล “แม่ทัพ” เป็นอดีต “ผบ.แป๊ะ” เป็นคนแต่งตั้งทิ้งทวนก่อนเกษียน ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ คนที่คลุกคลีจะรู้ว่าเป็นอย่างไรวางตัวแบบไหน ไม่มีข้อครหาธุรกิจสีเทา จึงต้องมีการขันนอตกันใหม่ “ผบ.ตร.” พยายามสื่อสารไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาเปลี่ยนทัศนคติ อย่ามองว่าบ่อนการพนันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องมองว่าบ่อนการพนันเป็นตัวสร้างปัญหาของสังคมอย่างร้ายแรง

                “ปัญหาที่เกิดขึ้นปรับเอาผู้รับผิดชอบหลายคนออกไปแล้ว พยายามหาคนที่เราไว้ใจได้ไปแก้ปัญหา” เป็นคำที่ พล.ต.อ. สุวัฒน์ให้สัมภาษณ์ เป็นการสื่อนัยๆ ถึงผู้นำหน่วยทั่วประเทศต้องปรับทัศนคติกันใหม่ทั้งระบบ แต่ก็ยังมีบางหน่วยเพิกเฉย เมื่ออำนาจเงินยังหอมหวน แกล้งเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ขอไปทีทำไป ไม่ใช่เรื่องง่ายผู้บังคับบัญชาจะรู้ทุกเรื่อง ต้องจัดแถวกันอีกครั้ง อย่าเห็นประโยชน์ส่วนตัวซ้ำเติมวิกฤติชาติให้แย่ไปกว่านี้.  

 

 

 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'