แป๊ะเคลียร์‘วิน’ลงผู้ว่าฯ พท.ไล่ฉะก๊วนทิ้งพรรค


เพิ่มเพื่อน    

 

กกต.รับรองนายก อบจ.เพิ่ม 4 แขวนอีก 7 จังหวัด รับทราบมติ ครม.ไฟเขียวเลือกตั้งเทศบาล พท.ยังกั๊กชี้ส่งคนลงสมัครในนามพรรค "อัศวิน" ลั่นฟิตปั๋งพร้อมชิงผู้ว่าฯ กทม. เผย "จักรทิพย์" โทร.ถาม "ลูกพี่เอาไง"  "พิชัย" โวยคนออกจากพรรค อย่าเนรคุณตกปลาในบ่อเพื่อไทย

    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 13 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณารับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามที่สำนักงาน กกต.เสนอเพิ่มอีก 11 จังหวัด และมีมติประกาศรับรองผลในส่วนของนายก อบจ.เพิ่ม 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครสวรรค์ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์, จ.นครนายก นายจักรพันธ์ จินตนาพากานนท์, จ.กำแพงเพชร นายสุนทร รัตนากร และ จ.ศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล ส่วนอีก 7 จังหวัด คือ เชียงราย  นครศรีธรรมราช พังงา ประจวบคีรีขันธ์ กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ นครพนม มีเรื่องร้องเรียน
    โดยก่อนหน้านี้ กกต.ได้มีการพิจารณาเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ.ไปแล้ว 57 จังหวัด รวมจนถึงขณะนี้ กกต.พิจารณาไปแล้ว 68 จังหวัด และคาดว่าส่วนที่เหลืออีก 8 จังหวัด จะมีการพิจารณาในการประชุม กกต.วันที่ 14 ม.ค. ก่อนที่กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งตามที่มาตรา 17 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น กำหนดไว้ว่า หากตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน ส่วนจังหวัดที่ กกต.แขวนเอาไว้ คือยังไม่พิจารณาเพราะมีเรื่องร้องเรียน กกต.ยังมีอำนาจในการพิจารณาอีก 30 วัน ซึ่งจะครบกรอบเวลาดังกล่าวในวันที่ 19 ก.พ.
    สำหรับการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 12 ม.ค.นั้น ที่ประชุมได้รับทราบ แต่ยังไม่มีการหารือ เนื่องจากยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่า กกต.จะพิจารณาเรื่องการประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งเทศบาล เลือกตั้งเทศบาล การกำหนดวันรับสมัคร และวันเลือกตั้ง ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ ก่อนที่ กกต.จะประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนก.พ. ทั้งนี้ กกต.จะต้องดำเนินการในเรื่องของการแบ่งเขต คำนวณค่าใช้จ่าย และคำสั่งแต่งตั้งกรรมการประจำท้องถิ่นเสร็จสิ้นก่อน ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 กำหนด ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการแบ่งเขตยังไม่แล้วเสร็จจำนวน 4 แห่ง ใน 2 จังหวัด คือระนองและประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งเทศบาลไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีไม่มากเหมือนการเลือก อบจ. โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งเทศบาลมีเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อบจ.
    ที่รัฐสภา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ว่าก่อนอื่นต้องถามว่าสื่ออยากให้ลงหรือไม่ ซึ่งวันนี้ยังไม่มีการประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ ตนยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่เตรียมตัวฟิตร่างกายตลอด ซึ่งประชาชนก็รู้ว่าตนเตรียมตัวอยู่แล้ว
    เมื่อถามว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ด้วยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า “เขาก็โทร.มาหารือผม ถามผมว่าลูกพี่เอาไง ผมบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ"
    เมื่อถามย้ำว่า ได้พูดคุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในเรื่องการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินตอบว่า วันนี้ไม่ได้คุยกันเรื่องการเมือง คุยเเต่เรื่องการสำรวจการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเท่านั้น
    ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งระดับเทศบาลว่า พรรคเพื่อไทยมีคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้พูดคุยกันเรื่องนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่เนื่องจาก กกต.ยังไม่ได้ประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา จึงยังไม่ได้มีมติว่าจะส่งผู้สมัครในนามพรรคหรือไม่อย่างไร เพราะต้องขอประชุมพูดคุยกันก่อน
    วันเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเข้มแข็งและแข็งแกร่ง ไม่ได้ปั่นป่วน ส่วนกระแสความสับสนน่าจะเกิดมาจากการสร้างกระแสของกลุ่มคนที่ออกจากพรรคไปแล้ว โดยอยากขอเตือนไปยังผู้ที่ออกจากพรรคไปและพยายามสร้างความปั่นป่วนให้กับพรรค ทั้งที่พรรคได้ให้โอกาส และเคยได้รับการสนับสนุนจากพรรคจึงไต่เต้าขึ้นมาได้ อย่าได้คิดอกตัญญูโดยการให้ร้ายพรรค เพราะจะสะท้อนภาพลักษณ์ที่แย่ไปหากลุ่มคนเหล่านั้นเอง ที่ผ่านมาปัญหาของพรรคเกิดจากภาวะผู้นำและยุทธศาสตร์การบริหารที่ผ่านมาไม่สร้างความหวังให้กับประชาชน ความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตกต่ำอย่างสุดๆ แล้ว แต่กลับไม่สามารถทำตัวเองให้เป็นทางเลือกของประชาชนได้ พรรคจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นความหวังของประชาชนได้
      "อยากให้ยึดหลักศาสนาพุทธ ที่ต้องรู้จักกตัญญูรู้คุณ และต้องมีหิริโอตตัปปะ หรือการละอายและการเกรงกลัวต่อบาป อย่าปากพูดอย่าง แต่กลับมีการกระทำอีกอย่าง อย่าทำตัวเป็นก้อนหินถ่วงพรรค ออกไปแล้วก็ควรเอาเศษหินออกไปด้วย พรรคจะได้ขับเคลื่อนต่อไปได้โดยไม่มีอุปสรรค ถ้าหวังดีกับพรรคจริงก็ควรจะออกไปด้วยกันโดยดี จากกันด้วยดี อย่าคิดจะมาตกปลาในบ่อของพรรค ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าละอายอย่างมาก และขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการแตกสาขาไปพรรคอื่น และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยหลักคิดและแนวทาง ประกอบกับประวัติศาสตร์ของพรรคที่พัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนมาตลอด มีนโยบายที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และจะมีนโยบายที่โดนใจประชาชนต่อเนื่องไปถึงอนาคต ที่เป็นจุดแข็งของพรรค ประกอบกับภาวะการบริหารประเทศที่ย่ำแย่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถล่มทลายแน่นอน" นายพิชัยระบุ
    ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในบริบทของพรรคเพื่อไทยมีการพัฒนามาจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย วันนี้ในสถานการณ์โควิดเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับต้นไม้ที่ผลิใบใหม่อยู่ทุกปี พรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกัน คนรุ่นเก่าออกไป คนรุ่นใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ความคิดล้าหลังก็ต้องหมดไป ความคิดใหม่มาแทนที่ ที่สำคัญที่สุดพรรคเพื่อไทยมีจุดแข็ง 2 เรื่องคือ จุดยืนเรื่องประชาธิปไตยที่มั่นคง และผู้ใหญ่ของพรรคมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจและความรู้รอบด้าน จึงมีคำถามว่า การนำที่ผ่านมาก่อนการเปลี่ยนแปลงล่าสุดนั้น พรรคเป็นอย่างไร เดินไปข้างหน้า อยู่กับที่หรือถอยหลัง เชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบในใจ ดังนั้นพรรคจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ทั้งการนำของคน นำบุคลากรของพรรคที่มีความน่าเชื่อถือและมีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่บริหารพรรคเพื่อนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างแน่นอน คนที่ออกไปไม่สามารถนำพรรคไปสู่ชัยชนะได้ ต้องยอมรับให้คนอื่นที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน และเมื่อออกไปแล้วขอให้คิดถึงอดีตว่าพรรคเพื่อไทยเป็นบ้านที่เคยอยู่ อย่าหันกลับมาทำร้ายพรรค.

 


พูดถึง "ธนาธร" ไปสองวัน เว้นบ้างดีมั้ย? บ่อยไปจะเป็นการ "ให้ราคาขยะสังคม" เกินมูลค่าจริงมากไป!

"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?