ชักเริ่ม...ออกอาการ!!!


เพิ่มเพื่อน    

      ดูเหมือนว่า...ความเจ็บ ความปวด มันชักเริ่มสำแดงอาการ แบบชนิดยาแก้ปวดใดๆ แทบเอาไม่อยู่ยิ่งเข้าไปทุกที สำหรับช่วงระยะนี้ หรือนับจากนี้เป็นต้นไป อันเนื่องมาจาก ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่หนีไม่พ้นต้องตามมาพร้อมๆ กับเชื้อโควิด ซึ่งยังคงออกฤทธิ์ ออกเดช ไปอีกเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ก็ยังมิอาจคาดคำนวณได้...

                             ----------------------------------------------

      เท่าที่ลองฟังๆ อ่านๆ จากเว็บไซต์ ผู้จัดการ วันวาน...เห็นว่าบรรดาโรงแรมหรูๆ ทั้งหลาย ต่างหนักไปทางรุบหรู่ หรือริบหรี่ ยิ่งเข้าไปเรื่อยๆ ถึงขั้นต้องลดราคาห้องพัก จากหลักหมื่น ลงมาเหลือแค่พันกว่าๆ หรือกระทั่ง 800 กว่าๆ แต่ก็ยังหาลูกค้าทำยาได้ยากซ์ซ์ซ์ซะยิ่งกว่าหาหนวดเต่า เขากระต่าย เอาเลยก็ว่าได้ บรรดาบริกร บริการต่างๆ ที่เคยคึกๆ คักๆ สดใส ซู่ซ่า มาโดยตลอด ถึงขั้นต้องลดเงินเดือนประจำ เหลือแค่ 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แล้วจะไปรอต๊ง รอติ๊บ ก็ยิ่งต้องรอไปจนกว่าน้ำท่วมหลังเป็ดเอาเลยโน่นแหละ เพราะหาแขก หาฝรั่ง หาเจ๊ก หามอญ ฯลฯ ที่ยอมพลีกายเข้ามาเป็นลูกค้าแทบไม่เจอ...

                   --------------------------------------------

      เฮ้ออ์อ์อ์...อะไรมันจะรวดร้าว ทรมาน ยิ่งไปกว่านี้ย่อมไม่มีอีกแล้ว สำหรับเศรษฐกิจที่หนักซะยิ่งกว่าตกสะเก็ดเป็นไหนๆ คือถึงขั้นตกจากหอคอย่น เอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะโรงแรม หรือโรงอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ หนีไม่พ้นต้องเผชิญสภาพในลักษณะที่ไม่ได้ผิดแผก แตกต่าง ไปจากกันซักเท่าไหร่ แม้ว่ารัฐบาลท่านพยายามออกแรงช่วย ออกแรงเยียวยา ชนิดแค่ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ เท่านั้น แต่อาจต้องเรียกว่า...บีห้าสิบสอง มันนี่ หรือจรวดเอ็กโซเซต์ มันนี่ เอาเลยด้วยซ้ำ มีทั้งลดค่าไฟฟ้า ลดค่าอินเทอร์เน็ต ขยายโครงการคนละครึ่งเพิ่มขึ้นไปอีก 1 ล้านสิทธิ์ จ่ายสดๆ อีก 3,500 ตามโครงการ เราชนะ ฯลฯลฯ แต่ไปๆ-มาๆ มันคงยากซ์ซ์ซ์ที่จะชนะอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายๆ ยังหนักไปทาง เราฉิบหาย...แล้วแม่จ๋า ซะเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับว่าฉิบหายมาก ฉิบหายน้อย ก็แล้วแต่จะว่ากันไป...

                           ---------------------------------------------

      ทำไงได้...ในเมื่อท่านเชื้อโควิด ท่านไม่มีข้อยกเว้นใดๆ โดยเฉพาะสำหรับบรรดาผู้ การ์ดตก ทั้งหลาย แม้ว่าช่วงระลอกแรกยังไม่ถึงกับหนักหนา สาหัส จนเกินไป บรรดานักให้ข้อมูล ตัวเลข ทางเศรษฐกิจ หรือนักเศรษฐศาสตร์ในแต่ละสำนัก ที่เคยสรุปตัวเลขเศรษฐกิจปีที่แล้ว ว่าติดลบไปถึง 6.5 เปอร์เซ็นต์ ยังเริ่ม ทำใจ ว่าสำหรับตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ ยังไงๆ...ก็น่าจะเงยหน้าอ้าปากขึ้นมาจากอาการติดลบ ชนิดอาจโตได้ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อยในปีนี้ แต่หลังจาก การ์ดตก หรือต้องเจอเข้ากับแรงงานเถื่อนสมุทรสาคร ตามด้วยบ่อนของหลงจู๊แห่งภาคตะวันออก ที่ไม่ว่าจะมาจาก โกดัง ไหนก็แล้วแต่ การปรับลดตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้ เลยลดฮวบ ลดฮาบ เหลือแค่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง หรือพูดง่ายๆ ว่า...ความสูญเสีย ความเสียหาย จาก บ่อน และ แรงงานเถื่อน คราวนี้ น่าจะปาเข้าไปไม่น้อยกว่า 1.6 แสนล้านบาท เป็นอย่างน้อย...

                          -----------------------------------------------------

      แล้วคราวนี้...จะทำไงดี??? จะกู้เพิ่มเข้ามาเสริมบีห้าสิบสอง มันนี่ หรือจะขายทองคำสำรองของหลวงตามหาบัวไปพลางๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอะไรที่น่าปวดหัว ชนิดต้องพึ่งยา ทัมใจ เป็นซองๆ กันไปโดยตลอดนั่นแหละ หรือไปจนกว่าบรรดาพลโลกประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จะกี่ต่อกี่พันล้านคงต้องไปคำนวณกันดูเอาเอง สามารถสร้าง ภูมิคุ้มกันรวมหมู่ ขึ้นมาได้สำเร็จ ในตอนไหน เมื่อไหร่ ก็ยังคาดเดาแทบไม่ได้ แต่ที่น่าเกลียด น่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือบรรดาพวกเด็กๆ ที่ไม่เพียงไม่คิดจะกลัวเชื้อโควิดเอาเลยแม้แต่น้อย ยังเริ่มออกอาการคึกๆ คักๆ กระเหี้ยนกระหือรือ คิดจะก่อม็อบ ก่อความวุ่นวาย ขึ้นมาอีกซะแร้นน์น์น์...

               ---------------------------------------------------

      และครั้งนี้...ทำท่าว่าจะดุ จะถ่อย จะเถื่อน กว่าช่วงที่ผ่านมา อีกกี่เท่าต่อกี่เท่าก็ยังมิอาจสรุปได้ เฉพาะแค่การโปรยอาหารสุนัขให้ตำรวจ ยังไม่ถึงกับน่าหนักใจมากมายซักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นการสะท้อนสันดอนและสันดานของคนทำนั่นเอง แต่การงัดเอา ระเบิดปิงปอง ออกมาใช้กันมั่งแล้ว อันนี้นี่แหละ...ที่คงต้อง ตั้งการ์ด เอาไว้ให้รัดกุมพอสมควร เพราะโอกาสที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ลดลงเหลือแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ มันอาจหายเกลี้ยง!!! หรือเผลอๆ...กลับไปติดลบอีกปีเอาเลยก็ไม่แน่ๆ เพราะความไม่สงบ และความวุ่นวายต่างๆ มันเป็นสิ่งที่สามารถเสกสรร ปั้นแต่ง ให้เป็นไปในรูปไหนก็ย่อมได้ โดยเฉพาะถ้าหากยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของรัฐบาล ยังออกไปทาง 0.4 ไม่ใช่ 4.0 เหมือนกับจินตนาการทางเศรษฐกิจก่อนหน้านี้...

                              -----------------------------------------------------

      สรุปเอาเป็นว่า...ก็คงเป็นอะไรที่น่าหนักใจ หนักหนา สาหัส ชนิดที่อดห่วง อดกังวล ขึ้นมามิได้ โดยเฉพาะในช่วงระยะที่รัฐบาลท่านออกอาการ ขาลง อย่างเห็นได้โดยชัดเจน แม้จะหันไปพึ่ง ซูเปอร์โพล กันในแบบไหน อย่างไร ก็เถอะ แต่โดยศักยภาพ โดยขีดความสามารถที่ย่อมมีอยู่เพียงจำกัด เมื่อต้องเจอเข้ากับปัญหาในระดับ ร้อยนายกฯ ก็แก้ไม่ได้ ขึ้นมาจริงๆ จังหวะน็อก จังหวะหลับกลางอากาศ หรือจังหวะนอนพะงาบๆ ให้กรรมการนับ 8 ฯลฯ มันจึงเป็นอะไรที่มีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มที่อาจต้อง เปลี่ยนโค้ช หรือ เปลี่ยนตัวผู้เล่น ตามแผนสำรอง จึงใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย เพียงแต่เมื่อไหร่และตอนไหน อันนั้น...คงต้องลองไปนั่งคิด นอนคิด เอาเองก็แล้วกัน...

                          ----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก “Harvey Mackay... Decide what your priorities are and how much time youll spend on them. If you dont, someone else will. ตัดสินใจให้ตก...ว่าอะไรบ้างที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะทำสิ่งนั้น มิฉะนั้น...คนอื่นจะตัดสินให้...”.

              --------------------------------------------------------


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'