บิ๊กตู่บี้คลังห้ามระบบล่ม เปิดลงทะเบียน'เยียวยา'


เพิ่มเพื่อน    


     “บิ๊กตู่” สั่งคลังตรวจสอบระบบ ห้ามสะดุดเมื่อคลอดมาตรการเยียวยาออกมา พร้อมสั่งหน่วยงานแจงตอบโต้เฟกนิวส์ ตามคาด “เพื่อไทย” อัดนโยบายครึ่งๆ กลางๆ  ชงจ่าย 5 พัน 3 เดือนให้ประชาชน ส่วน 5 จังหวัดได้ 6 พัน  พ่วงแนะกองทัพชะลอสารพัดโครงการ    
    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมระบบรองรับการลงทะเบียนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งที่เพิ่ม 1 ล้านสิทธ์ และโครงการเราชนะที่เยียวยาประชาชน 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน โดยให้ดูความพร้อมของระบบเพื่อบริการประชาชน ลดช่องโหว่ต่างๆ ให้มากที่สุด พร้อมอธิบายชี้แจงวิธีการลงทะเบียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจ ป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ
     “นายกฯ ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์ที่มีการส่งต่อข้อมูลเท็จเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ของรัฐ ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด สับสน และขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้า รายละเอียดมาตรการต่างๆ จากการประกาศของหน่วยงานราชการ เลือกบริโภคข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และไม่ส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เช็กก่อนแชร์” น.ส.ไตรศุลีระบุ 
     ขณะที่นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงมาตรการเยียวยาว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์คิดให้ครบกรอบ  อย่าได้คิดครึ่งๆ กลางๆ แล้วต้องมาตามแก้ หรือที่ถูกล้อเลียนว่าเป็นนโยบายทราบแล้วเปลี่ยน คือประกาศแล้วต้องมาเปลี่ยนตลอด ทำความสับสนและเพิ่มความลำบากให้ประชาชนมากขึ้น และยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการเยียวยา 3,500 บาท 2 เดือนนั้น ไม่น่าจะเพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะเฉลี่ยแล้วเหลือเพียงวันละ 117 บาทเท่านั้น คราวที่แล้วเบากว่านี้ยังได้เดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน ซึ่งประชาชนก็ยังไม่พอเลี้ยงชีพ อีกทั้งหนี้ได้เพิ่มขึ้นอีกมาก 
     “อยากเรียกร้องให้เยียวยาตามที่พรรค พท.เสนอคือ  5,000 บาท 3 เดือน โดยต้องแจกประชาชนที่ลำบากให้ทั่วถึง  และ 6,000 บาท 3 เดือน สำหรับ 5 จังหวัดที่ควบคุมเข้มข้น  โดยเชื่อว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอจะจ่ายอยู่แล้ว” นายกฤษฎากล่าว
     นายกฤษฎากล่าวว่า การช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) นั้น อยากขอให้มีแผนงานชัดเจน และต้องมีปริมาณเงินที่เพียงพอด้วย เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีเดือดร้อนกันอย่างหนัก หากไม่ช่วยเหลือหรือช่วยเหลือไม่เพียงพอ  ช่วยแบบเสียไม่ได้จะไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีจำเป็นต้องเลิกกิจการเป็นจำนวนมากตามข่าวที่ปรากฏเกือบทุกวัน และจะทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้น รวมทั้งอาจมีอาชญากรรมตามมาอีกมาก จึงอยากให้รัฐบาลได้คิดให้ครบกรอบ และอยากให้คิดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเยียวยา รวมทั้งการป้องกันไวรัสโควิดด้วย 
     ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวตอบโต้นายกฤษฎาว่า การวิจารณ์มาตรการเยียวยาของรัฐบาลว่าไม่รอบคอบนั้น เป็นการวิจารณ์เหมือนปั้นน้ำเป็นตัว เพราะข้อเสนอแนะของเพื่อไทยที่เสนอมาก็ไม่รอบคอบ ไม่เท่าเทียม ไม่อยู่ในเหตุในผล  เสมือนว่าจำเขามาพูดมากกว่า
     “มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ออกมา เป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม ฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน ทั้งทีมแพทย์ ประชาชน และภาคธุรกิจ ไม่ได้เป็นนโยบายจากแดนไกลที่สั่งมาแล้วต้องทำตามโดยจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แบบที่บางพรรคมักถูกบุคคลอื่นครอบงำ” น.ส.ทิพานันระบุ
    ส่วนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.กล่าวว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบนี้ถือว่าหนักกว่าปีที่แล้ว แต่กลับจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนเดือนละ 3,500 บาท 2 เดือนเท่านั้น เมื่อเทียบกับการแก้ปัญหาปีที่แล้วให้น้อยลง และยังบอกจะให้แค่ 28 จังหวัด แต่ในการจัดทำงบประมาณปี 2565 โดยเฉพาะงบของทั้ง 3 เหล่าทัพกลับมีโครงการสารพัด เมื่อนำงบประมาณที่สามารถชะลอได้ของทั้ง 3 เหล่าทัพมาคำนวณแล้วอยู่ที่ประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท หากเอาไปช่วยเหลือประชาชนคนละ 3,500 บาท คนละ 2 เดือน จะช่วยประชาชนได้อีก 5.43 ล้านคน
     วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย และทีมงานลงพื้นที่ชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน  กทม. เดินหน้าโครงการรวมพลังสู้ภัยโควิด และรับฟังปัญหาของชุมชนที่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยระบุว่าการช่วยเหลือจากภาครัฐยังไม่เพียงพอ ทั้งที่ปัญหาไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่เกิดจากความบกพร่องของผู้มีอำนาจ จึงตัดสินใจเดินหน้า โครงการรวมพลังสู้ภัยโควิด โดยการเดินแจกข้าวสาร เยี่ยมพี่น้องประชาชนภายในชุมชน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง  อย่างน้อยที่สุดจะได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน
     นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการเยียวยาของรัฐบาลว่า ไม่ได้มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพียงแต่บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ โดยภาพรวมแล้วมาตรการเยียวยาประชาชนจากผลกระทบโควิดรอบใหม่ไม่เพียงพอ เพียงบรรเทาไปได้ช่วงสั้นๆ โจทย์ของรัฐบาลคือ ทำอย่างไรจะให้ ภาคส่งออก ภาคลงทุนขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งช่วยลดการเลิกจ้างรอบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.