พอได้มันซ์ซ์ซ์...แบบพอเพียง


เพิ่มเพื่อน    

 

     อันที่จริง...ตั้งแต่คุณน้อง บาส น้อง ปอป้อ หรือ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย แบดมินตันคู่ผสมของไทยแลนด์ แดนสยาม ต้องลงสนามเจอกับคู่มือวางจากเกาหลีใต้ แช ยูจุง และ โซว ซองแจ ในรายการ โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพน ที่เพิ่งปิดฉากลงไปคราวนี้ ก็เล่นเอาคนแก่ คนชรา อย่าง ท่านขุนน้อย แทบ หัวใจวาย ตายคาทีวีมาแล้ว...

                     -------------------------------------------------

            คือแม้ว่าจะเป็น รอบก่อนชิงชนะเลิศ แต่ด้วยความหนัก ความคม ของคู่มือวางเกาหลีใต้ ที่คว้าชัยชนะไปก่อนในเซตแรก ระดับไล่บด ไล่บี้ หายใจรดต้นคอกันมาโดยตลอด ทำให้แทบต้องโทร.ไปจองรถพยาบาลเอาไว้ก่อนล่วงหน้า สำหรับการเฝ้าดูรายการถ่ายทอดสดแบดมินตันในเมืองไทยคราวนี้ ยิ่งมาถึงเซตสอง ที่คุณน้อง บาส น้อง ปอป้อ พลิกกลับมาเป็นฝ่ายรับประทานกิมจิแกล้มกับปลาทู อย่างชนิดไม่น่าเชื่อก็คงต้องเชื่อกันจนได้ เบียดแซงเอาชนะไปด้วยสกอร์เดียวกัน คือ 21-17 หลังจากแพ้เซตแรกไป 17-21 ดังนั้น...พอมาถึงเซตที่สาม อันเป็นเซตตัดสิน อันนี้นี่แหละ...ที่เล่นเอาสำลักน้ำลาย หายใจทางปากและทางเหงือกแทบไม่ทัน!!!

                 -------------------------------------------------

            เพราะต้องเรียกว่า...ทั้งเชือด ทั้งเฉือน ทั้งตบ ทั้งฟาด ทั้งพลิก ทั้งพลิ้ว ฯลฯ เบียดบี้กันในระดับขนจมูกฉีกขาดไปเป็นเส้นๆ โดยฝ่ายไทยสามารถคว้าชัยชนะไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด ผ่าสิบหก และผ่าสามสิบสอง ด้วยสกอร์ 22-20 ส่งผลให้คนแก่ คนชรา ที่ต้องเว้นระยะห่าง นั่งลุ้นอยู่ทางบ้าน เกิดอาการขากรรไกรค้าง เอวเคล็ด เอวยอก ตับ-ไตแทบไม่ทำงาน ยังดีอยู่หน่อยที่ไม่ถึงกับไอแหบ ไอแห้ง ปุ่มรับรสยังพอทำงาน แต่ก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ต้องอดใจ อดทน อดกลั้น ไม่คิดตามไปลุ้นช่วงคุณน้อง บาส น้อง ปอป้อ ที่ต้องลงสนามเพื่อชิงชนะเลิศกับคู่ผสมแห่งอินโดนีเซีย ปราวีน จอร์แดน และ เมลาติ เดวา ออตตาเวียนติ ซึ่งทั้งหนัก ทั้งหน่วง รูปร่างใหญ่โตมโหฬาร ปานประดุจหมีควาย แถมฝีไม้-ลายมือ ร้ายกาจด้วยกันทั้งคู่...

                            ----------------------------------------------------

            แต่ก็นั่นแหละ...สุดท้าย ทั้งคุณน้อง บาส น้อง ปอป้อ ก็ไม่ได้ทำให้คนไทยผิดหวังแต่อย่างใด สามารถเฉือนชนะคู่ผสมจากอินโดนีเซีย ไปได้แบบเอ็นขาด แบบเดียวกับการเอาชนะคู่ผสมจากเกาหลีใต้นั่นแหละ คือต้องไล่บด ไล่บี้ กันไปถึง 3 เซตซ้อนๆ และดูเหมือนว่าคู่หญิงไทยอีกราย ยังสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองได้อีกด้วย แม้ว่ามือวางหญิงเดี่ยว อย่างคุณน้อง เมย์-รัชนก จะพลาดท่า เสียที ให้กับเด็กอนามัยจากเกาหลีใต้ไปซะก่อน ไม่มีโอกาสได้เข้าชิงคราวนี้ แต่การ เว้นระยะห่าง เพื่อดูการถ่ายทอดสด โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพน คราวนี้ ต้องเรียกว่า...พอช่วยขจัดความ แห้งง์ง์ง์ ลงไปได้พอสมควร แม้ยังต้อง วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน อันเนื่องมาจากไม่มีคนดู คนเชียร์ ภายในสนามเหมือนก่อนๆ...

                         --------------------------------------------------------

            และการรับอาสาเป็น เจ้าภาพ รายการแบดมินตันระดับโลกถึง 3 รายการซ้อนๆ ได้อย่างชนิดลื่นไหลและรัดกุมเอามากๆ คงหนีไม่พ้นต้องยกคุณงาม ความดี ให้กับคุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ นั่นแหละ เป็นอันดับแรก คือท่านไม่ได้แค่คิดจะ เอามันซ์ซ์ซ์ แต่อย่างเดียว แต่ยังคุมเข้มในการเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากาก หรือแม้การใส่ถุงมือ สำหรับบรรดาผู้แจกรางวัล ที่ต้องใส่พานวางให้นักกีฬาหยิบไปคล้องคอกันเอาเอง บรรดาคนเชิญเหรียญรางวัลที่แต่งชุดไทย ใส่ชฎากันเสร็จสรรพ แต่ยังไงๆ...ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องสวมหน้ากากกันๆ เอาไว้ก่อน ต่างไปจากการ เอามันซ์ซ์ซ์ ใน โกดัง แถวๆ ภาคตะวันออก ไม่ว่าระยอง ชลบุรี ตราด จันทบุรี แบบคนละเรื่อง คนละม้วน...

                   -------------------------------------------------------

            เพราะการ เอามันซ์ซ์ซ์ ในแบบนั้น...สุดท้าย หนีไม่พ้นต้องนำมาซึ่ง ซูเปอร์สเปรด จนได้ ชนิดเพียงแค่ได้มันซ์ซ์ซ์ ได้ซู้ดๆ ซ้าดๆ อยู่เพียงแค่ไม่กี่คน แต่กลับส่งผลให้ผู้คนในภาคตะวันออกทั้งแถบ หรือทั่วทั้งไทยแลนด์ แดนสยาม เอาเลยก็ว่าได้ มีอันต้องฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ถ้าวัดมูลค่าความเสียหายโดยเทียบเคียงกับแนวโน้มการปรับลดตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จาก 2.5 ที่อาจเหลือแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ความ มันซ์ซ์ซ์ ของพวกนักท่องเที่ยวในโกดังหรือ บ่อน เหล่านี้ อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายไม่น้อยกว่า 1.6 แสนล้านบาท เอาเลยก็ไม่แน่...

                      --------------------------------------------------------

            คือพูดง่ายๆ ว่า...เอาเข้าจริงๆ แล้ว ท่านเชื้อไวรัสโควิด ท่านไม่ได้ถึงกับโหดเหี้ยม อำมหิต ชนิดไม่ยอมให้ใครต่อใครได้มีโอกาส เอามันซ์ซ์ซ์ กันได้เลย หรือยังพอ มันซ์ซ์ซ์ กันแบบ แห้งง์ง์ง์ๆ ได้บ้างในบางโอกาส เพียงแต่ต้องรู้จักเว้นระยะห่าง รู้จักสวมหน้ากาก หรือต้องรู้จัก บันยะบันยัง เอาไว้มั่ง จะไปกรี๊ดๆ กร๊าดๆ พ่นละอองเรณูแบบก่อนๆ ไม่น่าจะได้อีกต่อไปแล้ว เพราะอะไรก็ตามที่เป็นต้นเหตุ สาเหตุของ ซูเปอร์สเปรด ไม่ว่าบ้านเรา หรือที่ไหนๆ ส่วนใหญ่...มักมีที่มา-ที่ไป จากการ เอามันซ์ซ์ซ์ แบบไม่คิดจะบันยะบันยัง นั่นแหละเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นบาร์ ภัตตาคาร สนามมวย ไปจนถึงโกดังหรือบ่อน ฯลฯ ทั้งหลาย การปรับตัว ปรับใจ ให้เกิด ความมันซ์ซ์ซ์แบบพอเพียง จึงอาจถือเป็นแก่นสาระหลักของท่านเชื้อโควิดเอาเลยก็เป็นได้

                      ---------------------------------------------------------

            แต่ก็นั่นแหละ...แม้จะพอได้มันซ์ซ์ซ์อยู่บ้างนิดๆ หน่อยๆ หรือได้ มันซ์ซ์ซ์แบบพอเพียง กันไปตามสภาพ แต่คงอดไม่ได้ที่จะต้องสารภาพแบบตรงไป-ตรงมา ว่าโดยความรู้สึกต่อ รัฐบาล ในช่วงระยะนี้ ชักจะเริ่ม ไม่มันซ์ซ์ซ์ หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่อะไรต่อมิอะไรออกไปทาง เงียบหายๆ มีแต่ คณะกรรมการ นั้นๆ นี้ๆ ขึ้นมาแทนที่ ก็เลยได้แต่ต้องส่งเสียงเตือนเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่า เวลา เท่าที่เหลืออยู่ มาถึง ณ ขณะนี้ น่าจะมีอยู่น้อยเต็มที!!!

                   -----------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก John Updike... Vagueness and procrastination are ever a confront to the frail in spirit. ความเคลือบคลุมและการผัดวันประกันพรุ่ง เป็นเครื่องปลอบประโลมความอ่อนแอในจิตใจเสมอมา...”.

        ---------------------------------------------------------

 


ทราบกันไปแล้วนะครับ!คดี "กบฏ กปปส." ที่กำนันสุเทพกับพวกรวม ๓๙ คน เป็นจำเลย เมื่อวาน (๒๔ ก.พ.๖๔) ศาลอ่านคำพิพากษาตั้งแต่ ๙  โมงเช้า ไปจบเอาตอน ๕ โมงเย็นกว่าๆ

วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'
ครึ่งหลัง"รัฐบาล"ชักจะแย่
ก้าวไกล 'ปักทวน' สถาบัน