ที่ปรึกษาศบค.เล่าต้นตอวัคซีนก่อนตบท้ายเจ็บจี๊ด!


เพิ่มเพื่อน    

20 ม.ค.2564 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ว่าจำได้ว่าในการประชุม ศบค. ครั้งแรกๆ เลย อ.ปิยะสกล เสนอวาระเร่งด่วนขึ้นมาในที่ประชุมว่า ทาง สธ.ไทย ได้ประสบความสำเร็จในการติดต่อและเจรจากับ Oxford ผ่านการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่าทาง Oxford จะพัฒนาวัคซีนร่วมกับ บ.แอสตร้า เซเนก้า บ.ผู้ผลิตยาชั้นนำ หากไทยต้องการร่วมมือด้วย (ซึ่งไม่ใช่เค้าจะให้สิทธิง่ายๆกับทุกคน เพราะทุกคนต่างแย่งชิงสิทธิกัน) ต้องร่วมลงทุน คือจ่ายค่าจองวัคซีนล่วงหน้า เบื้องต้นเป็นเงิน 600 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เราได้สิทธิในการสั่งซื้อเป็นประเทศแรกๆ แต่ต้องรีบตัดสินใจ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าบริษัทไหนจะผลิตวัคซีนสำเร็จบ้าง ก็มีความเสี่ยงอยู่ว่าหากทาง Oxford ทำแล้วล้มเหลวก็เท่ากับสูญเงินไป แต่ที่ประชุม โดยนายกเองก็ตัดสินใจอนุมัติและให้ สธ.รีบไปดำเนินการ เพื่อให้ไทยได้สิทธิวัคซีนได้เร็วที่สุด ซึ่งเมื่อเทียบกับเจ้าอื่นแล้ว ก็ถูกกว่ามาก เพราะของ Oxford ยึดหลักการไม่เอากำไร 

และสุดท้ายออกมา ณ ตอนนี้ ดูเหมือนว่าวัคซีนของ Oxford จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ถูกที่สุด จัดเก็บ ขนส่งง่ายที่สุด ผลข้างเคียงน้อยที่สุด และประสิทธิภาพ แม้ผลจะไม่สูงที่สุด ก็อยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่ามาตรฐาน WHO และน่าเชื่อถือ และน่าเชื่อได้ว่าป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้ด้วย แถมทาง Oxford ยังให้สิทธิไทยในฐานะผู้ร่วมลงทุน ในการให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นฐานการผลิตเพื่อการผลิตและจัดส่งในประเทศได้รวดเร็วขึ้น และส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งไม่ใช่ว่าใครจะได้สิทธินี้ง่ายๆ ต้องผ่านมาตรฐานของทาง Oxford ด้วย ซึ่งบริษัทในไทยแห่งเดียวที่มีคุณสมบัติสูงพอก็คือสยามไบโอไซเอนซ์ ที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของ ร.9 และพัฒนาศักยภาพขึ้นมาเรื่อยๆโดยไม่สนใจว่าจะขาดทุนมาตลอดนั่นเอง (ถ้าเป็นบริษัทอื่นก็เลิกไปแล้ว)

ดังนั้นการเลือกร่วมมือกับ Oxford ของไทยจึงถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด และไม่ได้ช้าเลย เพราะเป็นการตัดสินใจจัดหาวัคซีนตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่ทาง Oxford เริ่มต้นกระบวนการ และพอวัคซีนเสร็จ เราก็จะได้วัคซีนที่มีคุณภาพนี้เป็นอันดับแรกๆของโลกอยู่แล้ว ไม่ได้ล่าช้า แต่รัฐบาลก็ยังอยากให้ได้เร็วยิ่งขึ้น เลยพยายามไปหาซื้อวัคซีนเพิ่มเติมจากเจ้าอื่นมาเพิ่ม (รวมทั้งซื้อจาก Oxford เลยด้วย ซึ่งน่าจะในอัตราแพงกว่า หรืออาจได้โควต้าพิเศษสำหรับการเป็นผู้ร่วมลงทุน)  ถ้า ศบค. และนายกฯ ละเลยอย่างที่มีการกล่าวหาจริง และไม่มีการเตรียมการตั้งแต่วันนั้น วันนี้เราคงยังต้องต่อคิวเพื่อรอวัคซีนจาก Oxford หรือยอมจ่ายเงินแพงกว่าเดิมเพื่อซื้อวัคซีนจากบริษัทอื่น

คนไม่ได้ทำ จะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็คือ พูดอย่างเดียว ไม่ได้ทำ


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'