ตรวจแถวซักฟอก เพื่อไทย 'มีของ-ไร้ของ'?


เพิ่มเพื่อน    

       ยังไม่รู้เอาอย่างไรแน่ พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่อปมประเด็นศึกซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ว่า หวยจะตกอยู่ที่ใครบ้าง นอกจาก บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารจะต้องโดน เป็นเป้าหลักแน่นอนอยู่แล้ว

            ในส่วนของรัฐมนตรีรายประเด็นข้อกล่าวหา นำมาสู่การอภิปรายอื่น ยังพบว่า เพื่อไทยเก็บเงียบ ไม่ยอมแพร่งพราย ทั้งที่ตามประเพณี หากเป็นในช่วงการเมืองปกติจะได้เห็นหลายองคาพยพร่วมกันโหมประโคม ส่งผลจิตวิทยาไปถึงพรรครัฐบาลแล้ว นอกจากไม่มีประเด็น ขู่ ไปยังรัฐบาล กลับพบข่าวไม่สู้ดีนักในแวดวงฝ่ายค้านด้วยกันเองอีก

            ประเด็นคนคุมเกมอภิปราย มีชื่อ เดอะโจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แว่วมาว่า งานนี้ได้นั่งหัวโต๊ะ ดูประเด็น ดูเนื้อหาอภิปราย ทั้งในส่วนเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน

            กระแสข่าวความพยายามกีดกันคนในพรรคที่เป็นสายของบิ๊กๆ แกนนำ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. สายเฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภา สายเจ๊หน่อย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะออกจากพรรคไปแล้ว แต่บรรดา ส.ส.คนสนิทยังอยู่เต็มพรรค รวมไปถึง สาย ส.ส.ที่สนิท เสี่ยเหลิม-ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่เมื่อก่อนสนิทสนมกันดี กลับกลายเป็นถูกขีดให้อยู่นอกวง

            นักอภิปรายหลักบางคนของเพื่อไทย เหล่าบิ๊กเนม สุทิน คลังแสง, ชลน่าน ศรีแก้ว, จิรายุ ห่วงทรัพย์ แก๊งดาวสภา นักอภิปราย ยังไม่แน่ชัดว่าจะเข้ามาร่วมวงอภิปรายมากน้อยแค่ไหน ในบทบาทอะไรบ้าง ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์การเมืองในพรรคบางคนตั้งปมสงสัย เคลือบแคลง เดอะโจ้ ไม่น้อย

            มีการเชื่อมโยงจุฬาฯ คอนเน็กชั่น เสี่ยโจ้ กับ เสี่ย ก. นักธุรกิจแสนล้านระดับประเทศ ที่มีข่าวอื้ออึงมาตลอดตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่แล้วเมื่อปี 2563 ที่รอบนี้อาจเข้ามามีบทบาทชี้นำการอภิปรายไม่ให้กระทบธุรกิจ อันมีผลประโยชน์นับแสนล้านบาทก็เป็นได้ นอกจากนี้ หลังจบศึกซักฟอกครั้งที่แล้วคนในพรรคบางคนยังบ่นพึมพำดังๆ ทิ้งไว้เป็นปริศนา

                ‘รถสีดำ 3 คันติดฟิล์มดำ จอดเรียงกัน’

            ข้อสังเกตจากการอภิปรายปีก่อน รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายบางคนเตรียมชาร์ตข้อมูล ชี้แจงลงลึกได้แม้แต่จุดทศนิยม ราวกับตาเห็น เก็งข้อสอบได้ถูก จะถูกอภิปรายจากเรื่องใด และเชื่อมโยงจากไหนไปไหน และไปสู่เรื่องใดบ้าง

            หากยังจำกันได้ พลันเสร็จศึกอภิปรายก็เกิดประเด็นระหองระแหง เพื่อไทย-อนาคตใหม่ (ในขณะนั้น) เรื่องถูกเผาเวลา ทำให้ไม่ได้อภิปราย บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงออกมาสับกันเอง กว่าจะเคลียร์ลงตัวก็สร้างรอยแผล ความบาดหมาง ที่ทำให้อนาคตใหม่ในวันนั้น ก้าวไกลในวันนี้ ยังผูกใจเจ็บ เช่นเดียวกับพรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรค ที่แว่วมาว่า

            เรื่องบางเรื่องที่จะอภิปราย จะขอเก็บไว้เป็นความลับ จนถึงคิวอภิปราย ไม่ยอมแพร่งพราย แชร์ข้อมูลให้รู้เด็ดขาด เนื่องจากกังวล ‘ข้อสอบรั่ว’

            แม้นาทีนี้ เพื่อไทยบอกว่าให้สมาชิกที่จะอภิปรายลงรายชื่อ แสดงความจำนงขออภิปราย แต่ในส่วนของข้อมูลก็ได้รับเสียงบ่นตามมา ต้องเป็นผู้วิ่งหาข้อมูลเอง ซึ่งก็ได้แต่ข้อมูลระดับทั่วไป ในการอภิปราย หากจะลงลึกในรายละเอียด จับให้มั่น คั้นให้ตาย ต้องลงไปถึงปมประเด็นการประพฤติมิชอบ ปมสงสัยว่าน่าจะมีการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ที่ข้อมูลในระดับลึกลงไปต้องอาศัยบุคลากรของทางพรรคที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญ ระดับอดีตข้าราชการระดับสูง อดีตรัฐมนตรี ช่วยกันล้วงลึก ดึงข้อมูลมาสนับสนุน

            ทว่า กลายเป็นว่าปล่อยให้ทำกันเอง มีความกังวล ข้อมูลที่ได้ออกมาไม่ต่างอะไรจากข่าวที่เคยปรากฏมาแล้ว ทั้งที่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจสามารถแจ้งเกิดให้ทั้งคลื่นลูกใหม่ คลื่นลูกเก่าได้ หากเนื้อหาสาระดี จับต้องได้ จับ รัฐมนตรีมาขึงพืดกลางสภาได้

            เบื้องต้น พรรคเพื่อไทยกำหนดให้ 24 ม.ค. มีการประชุมทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจกันอีกครั้ง วันที่ 25 ม.ค. ไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และแจกแจงรายชื่อรัฐมนตรี พร้อมข้อกล่าวหาถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีแนวโน้มจะมีการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ราว 5-6 คน

            ล่าสุด พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์-บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นเป้านิ่ง เป็นก๊วนอำนาจ 3 ป. เกาะเกี่ยวในอำนาจมานานตั้งแต่ยึดอำนาจ ต้องโดนชำแหละ แต่กลายเป็นว่า งานนี้คนเพื่อไทยเทไปในทิศทางจะไม่ยื่นซักฟอกเสียอย่างนั้น 

            ข้อหารือเบื้องต้นของประธานวิปรัฐบาล ประธานวิปฝ่ายค้าน กำหนดวันอภิปราย 16-17-18-19 ก.พ. และมีการลงมติในวันที่ 20 ก.พ. เวลางวดใกล้เข้ามาไม่นานนัก ยังไม่เห็น ความพร้อมกับการขยับตัวฝ่ายค้านออกโรงขู่เสียงดังให้รัฐบาลขวัญผวา เลยไม่รู้ว่าที่ยังนิ่งๆ อยู่

            "มีของ" หรือ "ไร้ของ" กันแน่???. 

 

 


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'