ไก่โห่‘เหลิม’จัดทัพเลือกตั้ง ฝ่ายค้านนัดเคาะชื่อซักฟอก


เพิ่มเพื่อน    

 

พท.จัดทัพเตรียมเลือกตั้งใหญ่ ตั้ง คกก.ดูแล 20 โซน "เฉลิม" ฝันบริหารประเทศพรรคเดียว เปลี่ยนโครงสร้าง กทม. อัดคนออกไปไร้มารยาท ฝ่ายค้านนัดถกสรุปใครโดนยื่นซักฟอก "หมอวรงค์" ประกาศตั้งพรรคไทยภักดีสู้ "ก้าวหน้า-ก้าวไกล-3 นิ้ว"
    ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ
       นายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีการปรับปรุงโครงสร้างต่างๆ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งในอนาคตข้างหน้า ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่ในเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ คณะกรรมการชุดนี้จะทำงานและประสานงานในเขตพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบที่ได้จัดโครงสร้างในการสรรหาบุคลากรทางการเมือง เพื่อดำเนินการร่วมรับฟังปัญหาต่างๆ ในเขตเลือกตั้ง เพื่อพรรคจะได้นำมาปรับปรุง เสริมสร้าง ความแข็งแกร่งให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายและตั้งใจว่าจะส่งผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง 350 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะต่อสู้ในศึกการเลือกตั้งอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีพรรคเสริมใดๆ ทั้งสิ้น
        นายประเสริฐกล่าวว่า คณะกรรมการดังกล่าวขอเรียกสั้นๆ ว่า คณะกรรมการประสานโซน ประกอบไปด้วยพื้นที่ 21 โซน คือ ภาคเหนือ 2 โซน, ตะวันออกเฉียงเหนือ 4 โซน, ภาคกลาง 5 โซน, กทม. 6 โซน และภาคใต้ 4 โซน มีกรอบภารกิจคือทำหน้าที่เป็นแมวมองการค้นหาคนการเมืองหรือสมาชิกใหม่ๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทยมาเสริมทัพให้ และการรับฟังเสียงประชาชน เพื่อรวมรวบข้อมูลจัดสร้างนโยบายที่ตรงกับความต้องการประชาชน และอีกประเด็นพรรคจะเริ่มทำงานมิติคู่ขนานระหว่างพื้นที่โซนร่วมกับส่วนกลางของพรรค ทั้งนี้ จะดำเนินการให้ครบ 350 เขต และจะมีการจัดคณะจากส่วนกลาง หน่วยคาราวานเคลื่อนที่ ประสานงานระบบเทคโนโลยีลงพื้นที่ โดยกำหนดลงพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ
      ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อย่าเพิ่งตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งผู้สมัครเลือกตั้งเต็มพื้นที่ของประเทศ พรรคมีนโยบายและตั้งใจจะบริหารประเทศชาติพรรคเดียวถ้าเป็นไปได้ และยืนยันว่าไม่มีพรรคนอมินี พรรคเล็กพรรคน้อยที่ส่งไป เอาแบงก์พันไปแลกแบงก์ร้อย ใครไปอ้างขออย่าไปเชื่อ ที่สำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นพื้นที่ใหญ่ ถ้าเรามีนโยบายว่าจะให้คนใดคนหนึ่งมารับผิดชอบไม่ชนะ ต้องแบ่งความรับผิดชอบ จึงแบ่งออก 6 โซน ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. กำลังหารือ แต่ยังไม่มีข้อยุติ สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร  (ส.ก.) พรรคจะส่งลงทุกเขต ใครที่เคยอยู่มาแจ้งความจำนงว่าขอลงต่อ ใครที่ไม่กลับมาเราจะหาคนใหม่ และจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพราะคนคนเดียวกับผิดชอบทั้ง กทม.ไม่ได้
    เมื่อถามว่า มีสมาชิกที่ลาออกไปแล้วแต่ยังทำกิจกรรมร่วมกับพรรคอยู่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อย่าไปเอ่ยชื่อว่าใครลาออกไป เพราะคนที่ลาออกไปแล้วไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ส่วนความรู้สึกส่วนตัว ความผูกพันยังมีกันอยู่บ้างไปร่วมกิจกรรม ถ้าไม่ผิดกฎระเบียบ พรรคไม่ตำหนิ แต่ตามมารยาททางการเมืองออกไปแล้วต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนของพรรค ถ้าออกไปแล้วแต่ยังไปๆ มาๆ เช่นนี้เขาจะเรียกว่าไม่สง่างาม สุดท้ายคนคนนั้นก็เท่ากับกินยาผิดซอง อย่างไรก็ตาม การจะมาเจอกันเราไม่ว่า แต่สุดท้ายต้องมีความชัดเจน สมาชิกคนไหนไม่ชัดเจนทางพรรคไม่บังคับ ถ้าชัดเจนก็มาอยู่ด้วยกัน ทั้งนี้เราไม่มีแบงก์ร้อยไปแตกเป็นแบงก์พัน แต่เรามีแบงก์เดียวคือพรรคเพื่อไทย เราไม่รู้ว่ารัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่ อยู่ได้อยู่ไป แต่ยุบเมื่อไหร่เราพร้อมส่งลง 350 เขต    
    วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐในเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยมีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเร็วๆ นี้ เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว โดยมีแนวโน้มพรรคจะไม่ส่งใครลงสมัครในนามพรรคเช่นเดียวกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อป้องกันเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นว่าด้วยการห้ามข้าราชการเมือง ส.ส. ส.ว. หรือเจ้าหน้าที่รัฐช่วยผู้สมัครหาเสียง และจะมีมติพรรคออกมาเป็นทางการเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนต่อท่าทีของพรรค
    ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยืนยันยื่นญัตติในวันที่ 25 ม.ค.นี้ โดยวันที่ 21 ม.ค. เวลา 17.00 น. ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคจะมาคุยกัน เพื่อสรุปประเด็น และตัวบุคคลที่จะถูกยื่นอภิปรายร่วมกัน
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า วันที่ 16-19 ก.พ. ที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งทางรัฐบาลถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบถึงการทำงานของรัฐบาล และตอบข้อสงสัยของฝ่ายค้าน ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีรัฐมนตรีคนใดที่ถูกอภิปราย หรือนายกรัฐมนตรีจะถูกอภิปรายเรื่องอะไร แต่มั่นใจว่าสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการมา สามารถทำให้ประชาชนมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความโปร่งใสและมีความตั้งใจจริง
    ที่ทำการกลุ่มไทยภักดี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี แถลงข่าวการจัดตั้ง ‘พรรคไทยภักดี’ ว่า ตลอด 5 เดือนที่ตั้งกลุ่มไทยภักดีขึ้น ทางกลุ่มต้องต่อสู้เพื่อปกป้องสถาบันฯ อันเป็นที่รักของคนไทย และอยากมีเครือข่ายในการต่อสู้เพื่อสถาบันฯ ทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้ถึงเวลาต้องประกาศจัดตั้งพรรคไทยภักดี โดยมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนที่จะต้องต่อสู้ คือกลุ่มที่จ้องล้มล้างสถาบันฯ นั่นคือม็อบสามนิ้ว คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล บนพื้นฐานความเชื่อว่าสังคมไทยจะสงบสุขได้ต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ กับนักการเมืองที่มีคุณธรรม
    วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน 29 จังหวัด และยังมีการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จำนวน 1,949 คน ใน 76 จังหวัด.


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'