ใกล้ครบ 4 ปีรัฐประหาร คสช. กับเสียงวิจารณ์ เกือบสอบไม่ผ่าน-จุดอ่อนบิ๊กตู่


   

วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต..

     ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 เรื่อง การควบคุมอํานาจการปกครองประเทศ ตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่ต่างๆ  ของประเทศในหลายพื้นที่ เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหาย ต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัว จนอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น

     เพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคีเช่นเดียวกับห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวก ทุกฝ่าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จึงมีความจําเป็นต้องเข้าควบคุมอํานาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดําเนินวิถีชีวิต และประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ ให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการดังที่เคยปฏิบัติ สําหรับข้าราชการ ทหาร ตํารวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ที่มีอาวุธเพื่อใช้ในราชการของหน่วย ห้ามเคลื่อนย้ายกําลังและอาวุธโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคําสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่เพียงผู้เดียว

     สําหรับคณะทูตานุทูต สถานกงสุล องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศ ที่พํานักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะได้ให้ความคุ้มครอง และขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ยังเป็นไปตามปกติ ตามที่รัฐบาลชุดเดิมได้ดําเนินการไว้

     คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยึดมั่นในความจงรักภักดี และจะปกป้อง เทิดทูน ดํารงรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย และทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

 

     ข้อความข้างต้น คือคำประกาศ รัฐประหาร-ยึดอำนาจ จากรัฐบาลรักษาการที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เมื่อ 22 พ.ค.2557 ที่เป็นการทำปฏิวัติ-รัฐประหารครั้งที่ 13 ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย และมีการจัดตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เวลานั้นเป็นหัวหน้า คสช.

     การทำรัฐประหาร ยึดอำนาจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเจรจาหาทางออกที่สโมสรกองทัพบก ที่พลเอกประยุทธ์ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เรียกตัวแทน 7ฝ่าย เช่น กปปส., นปช., พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, วุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้งมาร่วมประชุมหารือเพื่อหาทางออก แต่ก็หาทางออกไม่ได้ ทำให้พลเอกประยุทธ์ประกาศยึดอำนาจการปกครอง ทำรัฐประหาร แล้วเกิดเป็น คสช. นับตั้งแต่วันดังกล่าว

     ซึ่งนับจากนี้ไป ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วัน ก็จะครบรอบ 4 ปีการทำรัฐประหาร คสช.แล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ในเรื่องผลงานของ คสช. ที่ผู้คนหลายแวดวงก็มีการประเมิน-ให้คะแนน ที่มีทั้งสอบผ่าน-สอบไม่ผ่าน, ผิดหวัง-ปานกลาง-ไม่สมหวัง กับ 4 ปีรัฐประหาร คสช. ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ ที่ชัดแล้วว่า คสช.อาจจะอยู่ในอำนาจเข้าสู่ปีที่ 5 แน่นอน หากว่ามีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.ปีหน้า เพราะกว่าจะรอให้ตั้งรัฐบาลเสร็จ มีรัฐบาลเข้าไปทำงานเต็มรูปแบบ ก็น่าจะกินเวลาอีกร่วมเกือบ 2-3 เดือน เผลอๆ รัฐนาวา คสช.อาจไม่ได้อยู่แค่ 5 ปี แต่อาจยาวกว่านั้น ถ้าพลเอกประยุทธ์ตัดสินใจลงการเมือง ไม่ว่าจะลงสมัครแบบเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง หรืออาจะเข้ามาเป็น นายกฯ คนนอก ที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้

     เพราะถึงตอนนี้ ใครต่อใคร แม้แต่ นักเลือกตั้งหลายค่าย ก็ประเมินตรงกันว่า ในหน้ากระดานการเมืองยามนี้ เหลียวซ้ายแลขวา โอกาสของ บิ๊กตู่-ประยุทธ์ มีมากกว่าทุกคน

     เบื้องต้นมีข่าวว่า รัฐบาล-คสช.ก็เตรียมการข้อมูลเรื่องผลงานของ คสช.ในรอบ 4 ปี ที่จะมีการนำมาเผยแพร่ แจ้งกล่าวกับประชาชนกันไว้แล้ว โดยมี บิ๊กจิน-พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม เป็นแม่งานใหญ่ในการเตรียมงาน เพราะต้องไม่ลืมว่า ตัว พล.อ.อ.ประจินก็คืออดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ-รองหัวหน้า คสช. ที่อยู่ร่วมแถลงข่าวการทำรัฐประหารกับพลเอกประยุทธ์ที่สโมสรกองทัพบก เมื่อ 22 พ.ค.57 แต่รูปแบบการแถลงผลงาน 4 ปี คสช. ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำออกมาแบบไหน จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการหรือไม่จากบิ๊กตู่ ต้องรอติดตามต่อไป เพราะแม้บิ๊กตู่จะพยายามทำเส้นแบ่งระหว่างรัฐบาลกับ คสช. ไม่ให้ดูกลืนกันมากเกินไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลกับ คสช.ก็คือเนื้อเดียวกัน เหมือนกับที่พลเอกประยุทธ์ใช้อำนาจทั้งการเป็นนายกฯ และอำนาจหัวหน้า คสช.ในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการออกมาตรา 44 ที่แม้จะมี รธน.ประกาศใช้แล้วก็ตาม

     เสียงวิพากษ์วิจารณ์ 4 ปี คสช. ที่คาดว่าจะเริ่มดังขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์หน้านี้ ประเมินได้ว่าคงมีออกมาหลากหลาย แน่นอนว่าฝ่ายการเมืองตรงข้าม คสช. ไม่ว่าจะกลุ่มไหน หรือแม้แต่ให้ฝ่ายที่สนับสนุน คสช. แต่ไม่ได้หนุนแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ก็ย่อมต้องมี ประเมิน-วิพากษ์ 4 ปี คสช.ในสุ้มเสียง ผิดหวัง-สอบตก-สอบไม่ผ่าน ออกมาแน่นอนไม่มากก็น้อย แต่พวกฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กตู่-คสช. คงไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้ดาหน้าถล่มบิ๊กตู่-คสช.อย่างหนัก โดยเฉพาะการย้ำประเด็นว่า 4 ปี คสช.ประเทศไทยเสียหาย-เสียโอกาสอะไรไปบ้าง เพื่อหวังดิสเครดิต-ถล่มคสช.แบบมันส์ๆ จัดหนัก ใส่เต็ม รัวเป็นชุด

     กระนั้น ความเห็นบางด้าน ว่าไปแล้ว หากวิจารณ์กันแบบเป็นกลาง ติเพื่อก่อ แม้อาจทำให้บิ๊กตู่ เคืองใจกันบ้าง แต่ถ้าเป็นความเห็น-ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ ถ้าตัวพลเอกประยุทธ์รับฟัง กลั่นกรอง และนำไปใช้ เพื่อทำให้การทำงานของรัฐบาล คสช.ดีขึ้น มันก็น่าสนับสนุน กับเสียงสะท้อนที่จะออกมา

     โดยมุมประเมิน 4 ปี คสช.ตอนนี้ก็เริ่มออกมาบ้างแล้ว เช่น ความเห็นของนักวิชาการ-นักคิด-นักเขียนชื่อดัง รองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มองว่า การทำรัฐประหารของ คสช.มีข้อจำกัด เพราะเป็นทหาร ไม่มีประสบการณ์เคยบริหารประเทศ บริหารเศรษฐกิจ การเมือง และรู้จักคนน้อย คสช.ช่วงแรกเลยเลือกแต่คนที่ตัวเองรู้จักมาทำงานให้ เลือกพรรคพวก เห็นได้จากการตั้งรัฐบาลตั้ง ครม.ช่วงแรกเลยตั้งทหารมาเป็นรัฐมนตรีมาก เช่นเดียวกับการตั้งคนในฝ่ายต่างๆ เช่น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คสช. ก็จะพึ่งพาแต่ทหาร พึ่งข้าราชการประจำมากเกินไป เลยทำอะไรไม่ได้มาก เพราะทำงานแบบข้าราชการประจำ ทำให้งานพวกการรักษาความสงบเรียบร้อย คสช.ก็ทำได้ แต่พอเรื่องการบริหารประเทศก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

     “จุดอ่อน คสช.ก็คือเป็นสังคมแบบเล่นพวก สังคมแบบพี่น้อง เกรงใจกัน ของพวกนายทหาร รุ่นพี่รุ่นน้องเกรงใจกัน เลยทำให้เหมือนกับว่าเขาเด็ดขาดกับฝ่ายอื่น แต่กับพวก คสช.เองกลับไม่เด็ดขาด เลยทำให้ คสช.ไม่สามารถปฏิประเทศได้จริงจัง

     เมื่อ คสช.ไม่ปฏิรูป มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ ประชาชนก็เลยไม่มีทางออก ประชาชนก็ยังกลัวทักษิณจะกลับมาเมื่อมีการเลือกตั้ง เลยยังต้องเชียร์พลเอกประยุทธ์อยู่ เหมือนกับประชาชนไม่มีทางเลือก เพราะประยุทธ์ยังสามารถกันทักษิณไว้ได้ คนบางส่วนก็พอใจกันแค่นี้

     ส่วนจะให้คะแนน 4 ปี คสช.สอบผ่านหรือไม่ รศ.วิทยากร-นักวิชาการ บอกว่า ให้แค่ 50 คะแนน จาก 100 เกือบตกเกือบได้ เพราะไม่มีตัวเลือก เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ คสช.น่าจะหาที่ปรึกษา ต้องฟังคนอื่นมากขึ้น คือไม่มีคนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ชี้ปัญหาให้เขาเห็นมากพอ ที่ผ่านมาไม่มีคนกล้าวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นคนหัวก้าวหน้าวิจารณ์ให้เขาฟัง แต่ตัวพลเอกประยุทธ์ ช่วงหลังก็ฟังคนมากขึ้น จากเดิมใครออกมาต่อต้านคสช. ก็ไปมองหมดว่าเป็นฝ่ายทักษิณ แต่ตอนหลังก็เริ่มแยกแยะ

     ความเห็นข้างต้น คือมุมมองของภาควิชาการ แต่มุมมองจากฝ่ายอื่น จะออกมาอย่างไร ช่วงสัปดาห์หน้าเมื่อใกล้ถึงวันครบรอบ 4 ปี คสช.เสียงวิจารณ์-การให้คะแนน คงออกมาอย่างถี่ยิบ

     ขณะเดียวกัน ในช่วงก่อนวันครบรอบ 4 ปี คสช. แม้มองดูแล้ว กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองส่วนอื่นๆ จะสงบนิ่ง ต่างนับถอยหลังรอวันเข้าสู่ สนามเลือกตั้ง  ที่เห็นก็มีแค่ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่เคลื่อนไหวมาร่วม 4 ปีแล้ว ในการต่อต้าน คสช. มีการจัดกิจกรรมหลายครั้งหลายหน แต่พบว่าส่วนใหญ่ก็เป็นลักษณะเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มุ่งหวังอะไรมาก เพราะแกนนำกลุ่มก็รู้ดีหลังชุมนุมมาหลายครั้งว่า กระแสจุดไม่ติด อย่างที่คาดหวัง เพราะไม่มีแนวร่วมออกมามาก ชุมนุมแต่ละครั้ง ก็มีแต่คนกลุ่มเดิมๆ ไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ คสช.ได้มาก แต่เป้าหมายการนัดเคลื่อนไหวใหญ่ในช่วงครบรอบ 4 ปี คสช. ก็มีข่าวว่าทางกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็หวังผลในเชิงสัญลักษณ์ไว้พอสมควร กับการนัดหมายกันในวันที่ 22.พ.ค. ที่อาจจะเคลื่อนไปชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันอังคาร ที่มีการประชุม ครม.กันพอดี

     ประเมินได้ว่า ทั้งฝ่ายแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและฝ่ายรัฐบาล ต่างก็ไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากันอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีสถานการณ์อะไรน่าเป็นห่วงมากนัก หากว่าไม่มีสถานการณ์แทรกซ้อนให้น่าหนักใจ

     เพราะเป้าหมายของ คสช.เวลานี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มองแค่ปฏิทินครบรอบ 4 ปีการยึดอำนาจเท่านั้น แต่มองไปอีกยาวๆ ว่าจะทำอย่างไรให้หลังการเลือกตั้ง เครือข่าย คสช.จะกลับมามีอำนาจได้เต็มที่อีกครั้ง ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจาก คสช.สู่รัฐบาลหลังเลือกตั้ง ตัวบิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ ได้คัมแบ็กกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'