ย้อนดูกึ๋นแป้กๆ ‘ธนาธร’ แก้โควิด กับท่าที ‘มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ’


เพิ่มเพื่อน    

     เป็นเหมือน “บูมเมอแรง” ที่กำลังร่อนกลับหาตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล และตั้งข้อสังเกตเรื่องการให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ผลิตวัคซีนของแอสตราเซเนกา

            แม้นายธนาธรพยายามโจมตีการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล แต่ทุกคนรู้ว่า การที่เขาพูดถึงเรื่องการขาดทุนของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด นั้นต้องการอะไร

            และทันทีที่นายธนาธรไลฟ์เรื่องวัคซีนเสร็จ องคาพยพของเขา ไม่ว่าจะเป็นคณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล ตลอดจนกลุ่มราษฎร ต่างเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ ในลักษณะและท่วงทำนองเดียวกัน โดยเฉพาะการที่มีสตรีคนหนึ่งไปยืนถือป้ายหน้าไอคอนสยาม จนเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับ รปภ.ของห้าง

            แน่นอนว่า ในบรรดาติ่งของฝั่งนี้ย่อมเชื่อในสิ่งที่นายธนาธร คณะก้าวหน้า กลุ่มราษฎร หรือแม้แต่พรรคก้าวไกล พยายามจะชี้นำ แต่ในขณะที่คนส่วนใหญ่ในสังคมกลับมองไปที่เจตนาของอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เป็นหลัก

            และดูเหมือนว่า นายธนาธรกำลังได้แรงเหวี่ยงจากเรื่องนี้รุนแรงกว่าเรื่องอื่นๆ ที่เขาเคยจับต้องมา โดยเฉพาะการที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไฟเขียวให้มีการแจ้งความดำเนินคดี อันนำมาสู่กรณีที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพย์ ผู้ช่วย รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ยื่นแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เอาผิดในข้อหาผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

            อย่างไรก็ตาม การที่รัฐแจ้งข้อหาผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กับนายธนาธร ในกรณีบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน และบริษัท สยามไบไอไซเอนซ์ จำกัด น่าจะเป็นครั้งแรกที่รัฐลงมือในข้อหานี้กับนายธนาธรเอง

            ส่วนหนึ่งที่ “บิ๊กตู่” และ “รัฐ” แอคชั่นแรงในรอบนี้ และเรื่องนี้ นั่นเพราะกรณีดังกล่าวได้สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนในประเทศ และเป็นการรุกล้ำเกินขอบเขต

            ในขณะเดียวกัน หากใครจับปฏิกิริยาท่าทีของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในช่วงนี้ จะพบว่ามีการจับกุมแกนนำและผู้ชุมนุมจำนวนมาก ไม่ว่าจะในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือแม้แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขณะที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้สัญญาณที่ผ่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เหมือนส่งออกมาให้เห็นว่า พร้อมจะใช้ไม้แข็ง

                ดังนั้น หากใครทำอะไรที่หมิ่นเหม่ในช่วงนี้และจะถูกดำเนินคดีคงไม่แปลกนัก

            อย่างไรก็ดี การออกมาโจมตีเรื่องการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลของนายธนาธรรอบนี้ ที่ไม่ได้รับความสนใจจากคนส่วนใหญ่ในสังคม ส่วนหนึ่งเพราะสถานการณ์ขณะนี้ทุกคนให้ความสำคัญไปที่เรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาปากท้องหลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก

            อีกทั้ง นายธนาธรเองเป็นนักเคลื่อนไหว นักการเมือง ที่ไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องโควิด-19 หรือแม้แต่เรื่องวัคซีน แตกต่างจากบรรดาบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และเจตนาคือ ผลทางการเมือง

            ที่สำคัญ ที่ผ่านมานายธนาธรไม่ได้ทำงานในเชิงรุกเกี่ยวกับโควิด-19 นอกจากพฤติกรรมจับผิด ซึ่งมีหลายครั้งที่พยายามจะออกมาดิสเครดิตรัฐบาล แต่สุดท้ายกลับต้องเสียเครดิตไปเอง

            อย่างเมื่อต้นปีที่แล้ว นายธนาธร เคยนำสื่อมวลชนมาเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยและอำนวยความสะดวกบุคลากรทางการแพทย์ในการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวม 2 รายการ ประกอบด้วย 1. Modular ARI Clinic ห้องตรวจโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจชนิดเฉียบพลัน ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการแรงดันบวก สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด้านหนึ่ง และห้องความดันลบสำหรับผู้เสี่ยงติด 2. Patient Transportation Chamber อุปกรณ์ติดเสริมเตียงเคลื่อนย้าย ด้วยระบบแรงดันลบ โดยจะทำแจก 12 โรงพยาบาล ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญเรื่องการขาดแคลนอุปกรณ์ แต่สุดท้าย ณ วันนี้ยังไม่รู้ว่าได้มีการแจกจริงหรือไม่ และใช้งานได้จริงหรือไม่

            นอกจากนี้ คณะก้าวหน้าเคยวิจารณ์เรื่องนโยบายแจกเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ว่าให้ไม่ทั่วถึง พร้อมกับจัด “คอนเสิร์ตระดมทุน เมย์เดย์เมย์เดย์” ระดมทุนเพื่อแจกให้กับประชาชนคนละ 3,000 บาท แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า คณะก้าวหน้าถูกโจมตียับที่ไม่มีการตั้งเกณฑ์ชัดเจนว่าใครควรจะได้ แต่เสมือนให้คนมาแย่งกัน

            และเรื่องดังกล่าวยังทำให้คณะก้าวหน้าถูกว่าที่ ร.ต.บุญเกื้อ ปุสสเทโว แจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลโคกครามตรวจสอบโครงการเมย์เดย์ เพื่อให้ตรวจสอบความโปร่งใสของสเตทเมนท์

            เมื่อคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่ามีไอเดียที่เหนือกว่า หรือทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่าดีกว่าการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นอกเสียจากวิพากษ์วิจารณ์ การเคลื่อนไหวรอบล่าสุดจึงไม่ต่างอะไรกับที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ซัดกลับว่า มือไม่พาย อย่าเอาเท้าราน้ำ.

 

 


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'