ล็อกเป้า‘3ป.-รมต.โควิด’ ณัฏฐพลหนุนเมียชิงผู้ว่าฯ


เพิ่มเพื่อน    

  เพื่อไทยขยับแจ้ง ส.ส.ลงชื่อญัตติซักฟอก กางโผล็อกเป้า "3 ป." พ่วง "เสี่ยหนู-สุชาติ-อู๊ดด้า" ยกปมล้มเหลว ปล่อยโควิดระบาด โยงบ่อนพนัน แรงงานผิดกฎหมาย ทำเศรษฐกิจพัง "เต้" โผล่ร่วมลงชื่อด้วย "ณัฏฐพล" พบ "บิ๊กป้อม" ดัน "ทยา" ชิงผู้ว่าฯ กทม. ไม่หลีกทาง "จักรทิพย์" หน.พปชร.รับไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค อ้างกลัวผิด กม. ลั่น "ผมยังอยู่พรรคไม่มีแตก"

    เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า  ขณะนี้ ส.ส.ของพรรคได้ทยอยนำข้อมูลประเด็นที่จะอภิปรายเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรค ที่ประกอบไปด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรค  
    โดยรายชื่อรัฐมนตรีที่ ส.ส.ต้องการจะอภิปรายมีหลายคน หลักๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขณะที่ชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งมี ส.ส.ขอจองกฐินซักฟอกจำนวนมากเป็นพิเศษ ประเด็นที่จะอภิปรายพุ่งเป้าไปที่นายกฯ เป็นหลัก และโยงไปถึงรัฐมนตรีคนอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะการจัดการแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19 ล้มเหลว ที่ต้นเหตุของการแพร่ระบาดเชื่อมโยงกัน เช่น การปล่อยปละให้มีการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว การปล่อยปละให้มีการเปิดบ่อนการพนัน ความล้มเหลวในการแก้ไขเศรษฐกิจ แนวทางต่างๆ ที่ช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิดไม่ทั่วถึง
    โดยจะมีการแบ่งประเด็นความเชื่อมโยงไปถึงรัฐมนตรีรายใดที่เกี่ยวข้องบ้าง จะถูกอภิปรายทั้งหมด นอกจากกลุ่ม 3 ป. ที่จะโดนเป็นหลักแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน อยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโควิด อยู่ในข่ายที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน รวมไปถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรคเตรียมเสนอรายชื่อเข้ามาจากปัญหาถุงมือยางที่อื้อฉาวด้วย   
    คณะกรรมการกลั่นกรองการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคจะสรุปว่าเนื้อหาของใครมีน้ำหนัก มีข้อมูลเพียงพอที่จะอภิปรายบ้าง เป็นมติของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 22 ม.ค. และจะมีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านวันที่ 24 ม.ค. เพื่อจะสรุปรายชื่อที่จะถูกอภิปรายทั้งหมด ก่อนยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 ม.ค. และหลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ในการจัดสรรเวลาการอภิปรายต่อไป
    มีรายงานด้วยว่า พรรคเพื่อไทยได้แจ้งให้ ส.ส.ที่เดินทางมาประชุมสภาไปลงนามในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่วันพุธที่ 20 ม.ค. เพื่อให้ได้รายชื่อครบ 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดที่มีอยู่ในสภา ให้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้แนบรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าไปในท้ายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่ได้บังคับไว้ว่าต้องแนบรายชื่อไปด้วย ส.ส.ที่มาลงนามจะยังไม่ทราบรายละเอียด ข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีแต่ละคน เพราะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องหารือกันให้ตกผลึกอีกครั้ง ก่อนที่จะร่วมเขียนญัตติร่วมกัน แล้วนำไปยื่นญัตติต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 25 ม.ค.
    ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมแนบภาพการลงลายมือชื่อลำดับที่ 93 ร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลด้วย  
     นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านจะแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายงบประมาณหลายแสนล้านบาทที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน มีการทุจริตในทุกขั้นตอน ไม่รวมถึงการออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนใกล้ชิดรัฐบาลได้ประโยชน์จากงบประมาณ นอกจากนี้ นโยบายการแจกเงินให้ประชาชน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ภูมิใจว่ารัฐบาลนี้แจกเงินประชาชนมากที่สุด เป็นแนวคิดที่ผิดพลาดมาก เป็นการประจานตัวเองของรัฐบาล และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้ ดังนั้นนโยบายแจกแหลกจึงเป็นนโยบายที่ไม่ช่วยให้ภาพของรัฐบาลดีขึ้นในสายตาประชาชน
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อวางแนวทางส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่ายังไม่ได้คิดอะไร และยังไม่ได้คุยกับกรรมการบริหารพรรค ต้องนัดประชุมกันก่อนและเวลานี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม เนื่องจากมีสถานการณ์โควิด-19
    ส่วนกระแสข่าวที่มีชื่อนางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรค จะลงสมัครชนกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.นั้น พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่า ไม่มีๆ ตอนนี้ยังไม่มีชื่อใครเลย และตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กำหนดห้ามไม่ให้ข้าราชการเมือง ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ฉะนั้นพรรคจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการส่งผู้สมัครไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย ดังนั้นแนวทางของพรรคควรจะเหมือนเมื่อครั้งเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คือไม่ส่งผู้สมัครในนามของพรรค
    เมื่อถามว่า พลังประชารัฐจะไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ รอคุยกับกรรมการบริหารพรรคก่อน เมื่อถามย้ำว่าคนที่มีชื่อตามกระแสข่าวจะลงในนามอิสระแทนได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ ยังไม่รู้ แต่เดี๋ยวก็จะมาบอกว่าผมไม่รู้ๆ อีก”
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีชื่อนางทยาและ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพของพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี พรรคเป็นเอกภาพดี รับรองในพรรคไม่มีอะไรแตก อย่าไปคิดว่าแตก ผมยังอยู่ไม่มีแตก”
    มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกรณีที่เกิดกระแสข่าวนายณัฏฐพลนัด ส.ส.กทม.บางส่วน ส.ก.และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ประชุมเพื่อให้สนับสนุนนางทยาลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. ที่คาดว่าจะจัดเลือกตั้งภายในปลายปีนี้ สวนทางกับ พล.อ.ประวิตร ที่สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ลงสมัคร
    ล่าสุด นายณัฏฐพลได้มารอพบกับ พล.อ.ประวิตรที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยในเรื่องดังกล่าวนานประมาณ 20 นาที โดยนายณัฏฐพลยืนยันว่าข่าวที่ออกมาเป็นความจริง นางทยาตัดสินใจขอเสนอตัวลงเล่นการเมือง โดยจะลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และมั่นใจว่ามีโอกาสที่จะชนะ จึงเสนอตัวทำงาน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรไม่ได้ว่าอะไร รับทราบตามที่นายณัฏฐพลมาบอกกล่าว  ส่วนความชัดเจนของพรรคในการส่งผู้สมัคร คงจะใช้สูตรเดียวกับ เลือกตั้งนายก อบจ. เพราะเสี่ยงต่อข้อกฎหมายหากพรรคจะส่งผู้สมัครในนามพรรค โดยจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้.

 


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'