ติดเชื้อ309/ทวีศิลป์โล่ง


เพิ่มเพื่อน    

 

ทำเนียบฯ วุ่น! หลังผู้ประกาศข่าวเอ็นบีทีติดโควิด เหตุใกล้ชิดพิธีกรที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ศบค. "หมอทวีศิลป์" จ่อกักตัวโล่งผลตรวจเป็นลบ ขณะที่ไทยป่วยรายใหม่ 309 ราย สัปดาห์หน้าเร่งตรวจเชิงรุกสมุทรสาครให้ทันก่อนสิ้นเดือน ก่อนประเมินผ่อนคลายมาตรการหรือคุมเข้มต่อ  “รมว.ศธ.” เผย 26 ม.ค.เคาะเปิดเรียน ยกเว้น 5 จังหวัดเสี่ยงสูง กทม.พบเคส "ดีเจมะตูม" ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย
    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 มกราคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยเริ่มจากการชี้แจงกรณีที่ไม่มีพิธีกรจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) มาทำหน้าที่ในการแถลงครั้งนี้ว่า สาเหตุที่ตนต้องมาทำหน้าที่คนเดียว เนื่องจากมีผู้ประกาศข่าวชายช่องเอ็นบีทีตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทำให้ผู้ประกาศข่าวที่มาช่วยตนทำงานเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง จึงเข้าไปตรวจสารคัดหลั่งทางโพรงจมูกเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ขณะที่ตนถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ หลังจากแถลงข่าวเสร็จจะไปตรวจเช่นเดียวกัน และจะกักตัวไปก่อน ถ้าผลออกมาไม่ติดเชื้อ คงจะพิจารณาการดูแลตัวเอง
    โดยตอนนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่แถลงข่าวของ ศบค. ได้ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข หากมีคนเข้ามาจะมีการดูแลในมาตรฐานที่สูง นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 22 ม.ค. จะมีการนำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานไปที่กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อตรวจพนักงานเอ็นบีทีทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรค ทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ปานกลาง และต่ำ ขณะที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีกี่คน
     จากนั้น นพ.ทวีศิลป์แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 309 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 297 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 80 ราย ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน 217 ราย ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร 212 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 196 ราย คนไทย 16 ราย และอยู่ใน กทม. 5 ราย นอกจากนี้ มีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 12 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 13,104 ราย หายป่วยสะสม 10,224 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 2,809 ราย โดยมีอาการหนัก 10 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 71 ราย และขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ใน 63 จังหวัด ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 98,086,978 ราย เสียชีวิตสะสม 2,100,341 ราย
    โฆษก ศบค.กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน หรือศูนย์อีโอซี กระทรวงสาธารณสุข กับ ศบค.ชุดเล็ก ได้หารือกันถึงการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร ที่มีแรงงานเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาที่มีอยู่หลักแสน และแรงงานไทยอยู่จำนวนมากนั้น ได้วางแผนไว้ว่าในสัปดาห์หน้าจะเข้าไปค้นหาเชิงรุกกันให้มาก เพราะบางโรงงานมีแรงงานอยู่กันเป็นหมื่น จำเป็นต้องตรวจเพิ่ม จะต้องเร่งค้นหาเชิงรุกให้ทันภายในวันที่ 31 ม.ค. เพื่อใช้ในการตัดสินใจประเมินสถานการณ์ว่าจะผ่อนคลายหรือเข้มข้น โดยสัปดาห์หน้าทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขและ ศบค.ชุดเล็กจะมีการวางแผนกัน และในวันเสาร์ที่ 23 ม.ค.จะมีการประชุมกันเฉพาะเรื่องนี้
    นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ม.ค. ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร วางแผนปูพรมตรวจทั้งจังหวัด เพื่อจะได้ลดการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว ส่วน กทม.ขณะนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 648 ราย โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่า เขตที่เชื่อมโยงกับ จ.สมุทรสาคร จำนวน 5 เขต เช่น เขตบางขุนเทียน ที่มีโรงงานเช่นเดียวกัน มีความเสี่ยงไม่ได้ต่างจาก จ.สมุทรสาคร ทาง กทม.จะมีการวางแผนเข้าไปสุ่มตรวจตามโรงงานต่างๆ ด้วย ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก โดยในสัปดาห์หน้าตัวเลขทั้งสองแห่งจะออกมาพร้อมๆ กัน ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงต้องติดตามต่อไป
         นพ.ทวีศิลป์กล่าวตอนท้ายว่า สำหรับงานต่างๆ ของการขับเคลื่อนการดูแลควบคุมโรคจะเป็นไปตามสถานการณ์ โดยต้องปรับไปตามตัวเลขจริงที่นำเสนอ โรคนี้เป็นโรคโรคหนึ่งที่อยู่กับเรา ทุกคนมีความเสี่ยง และความเสี่ยงนี้เราต้องป้องกันตัวเองให้ดี การพบกับคนอื่นให้บอกไว้เสมอว่าเขามีโอกาสจะติดเชื้อ ขณะที่ตนมั่นใจตัวเองระดับหนึ่ง เพราะใส่หน้ากากทุกครั้งเวลาประชุม แต่การล้างมือและมีระยะห่างก็สำคัญ และแม้ติดเชื้อก็มีทางออกคือ เข้ารับการรักษา จึงขอให้ทุกคนตระหนัก แต่ไม่ตื่นตระหนกเกินไป ที่สุดจะเหมือนวัณโรคที่แรงกว่าด้วย และมาทางอากาศ ซึ่งเราอยู่กับวัณโรคมาตั้งแต่เกิด แต่โควิด-19 เราเพิ่งรู้จักกับมันใน 1 ปีนี้ เราต้องอยู่กับเขาให้ได้
    ต่อมา นพ.ทวีศิลป์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ผลตรวจออกมาแล้วครับ ไม่พบเชื้อ รอผลน้องพิธีกรอีกคน"
    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังมีผู้ประกาศข่าวเอ็นบีทีติดเชื้อโควิด-19 ทำให้มีมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด เพราะแม้ว่าผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวไม่ได้เข้ามาทำงานภายในทำเนียบฯ แต่มีความใกล้ชิดกับพิธีกรและผู้ประกาศคนอื่นๆ ของสถานีที่มาปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบฯ โดยสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาลก่อนเวลา 16.30 น. เนื่องจากฝ่ายอาคารและสถานที่จะเข้ามาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ทั้งที่โดยปกติแล้วจะมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในห้องสื่อมวลชนทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของ ศบค.และจุดแถลงข่าวประจำวัน จะมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ก่อนการประชุม ศบค.ชุดเล็ก และภายหลังการแถลงข่าว
    ทางด้านนายชัยวัฒน์ บุญชวลิต เลขานุการกรม กรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือเอ็นบีที ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน เป็นผู้ประกาศข่าวชาย มีหน้าที่ประกาศข่าวค่ำของสถานี และเพิ่งทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะนี้ทางกรมประชาสัมพันธ์แจ้งให้กรมควบคุมโรคเข้ามาสอบสวนโรคแล้ว และในช่วงสายจะมีรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานเข้ามาให้บริการตรวจสารคัดหลั่งทางโพรงจมูก เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้พนักงานของช่องเอ็นบีทีทั้งหมด เพื่อความสบายใจและป้องกันการแพร่ระบาด ส่วนจำนวนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงต่ำ ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่ามีทั้งหมดกี่คน เพราะยังต้องรอการสอบสวนโรคอีกครั้ง
    ขณะที่ผู้ประกาศข่าวเอ็นบีทีที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้อง พร้อมชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าอาจติดจากช่างแต่งหน้าที่ไปแต่งหน้าให้ดีเจมะตูมว่า ได้รับแจ้งจากตัวช่างเองว่าไปตรวจตั้งแต่ทราบข่าวดีเจมะตูม และผลออกมาว่าไม่ติด
    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถึงกรณีสิ้นเดือน ม.ค.นี้โรงเรียนจะสามารถเปิดการเรียนการสอนได้หรือไม่นั้นว่า เท่าที่ทราบข้อมูลในการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ใน 28 จังหวัดน่าจะลดลง แต่แน่นอนจังหวัดสมุทรสาครยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ส่วนอีก 4-5 จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดหนัก ต้องรอการพิจารณาในวันที่ 26 ม.ค. ซึ่งจะมีความชัดเจนว่า 20 จังหวัดที่จะสามารถบริหารจัดการและให้เปิดการเรียนการสอนได้ โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุขได้ด้วย ทั้งนี้ คงไม่ต้องให้สาธารณสุขจังหวัดไปประจำการที่โรงเรียน เพราะเมื่อเราประกาศทางโรงเรียนมีเวลาเพียงพอ 1 สัปดาห์ในการจัดการเรียนการสอนตามปกติ ส่วนเคสที่มีความเสี่ยงโรงเรียนสามารถตัดสินใจได้
    ร.อ.หญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1, หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก และกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ได้ส่งกำลังพลชุดปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อน พร้อมอุปกรณ์การฉีดพ่นสารเคมีและยานพาหนะ เข้าทำความสะอาดโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีกำหนดเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 ก.พ.
    ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เป็นประธานการประชุม ศบค.กทม. โดยที่ประชุมมอบหมายให้คณะทำงานด้านการประสานงานการดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งมีสำนักเทศกิจเป็นเลขานุการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นต้น เข้มงวดตรวจตราสถานประกอบการ กิจการ กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนให้สามารถเปิดกิจการได้ เพื่อให้คำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แนบท้ายประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 17) ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หากพบว่าสถานประกอบการใดยังปฏิบัติได้ไม่ครบถ้วน ขอให้แนะนำ ตักเตือน แต่หากยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามให้ครบถ้วน ให้สั่งปิดกิจการเป็นการชั่วคราว 14 วัน ทั้งนี้ ยังไม่มีประกาศฉบับใดยกเลิกมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารในสถานที่ดังกล่าวตามกำหนดเวลาระหว่าง 06.00-21.00 น. จึงยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมดังกล่าวต่อไป
    สำหรับวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 13 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน จำนวน 5 ราย และจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ จำนวน 8 ราย ในส่วนของเคส "ดีเจมะตูม" หรือนายเตชินท์ พลอยเพชร ซึ่งคาดว่าได้รับเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 9 ม.ค.64 สำนักอนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าสอบสวนโรค และตรวจสวอปผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแล้วทุกราย ผลพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม จำนวน 5 ราย อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำได้ครบแล้ว คาดว่ากรณีดีเจมะตูมจะไม่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง หรือซูเปอร์สเปรดเดอร์ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือเป็นกังวลต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
    ที่ จ.ปัตตานี นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ศูนย์กักกันเพื่อสังเกตอาการที่รัฐจัดให้ ในพื้นที่ อ.ปะนาเระ หลังนำแรงงานต่างด้าวที่ถูกควบคุมตัวได้จำนวน 52 คน ซึ่งหลบหนีเข้าเมืองมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ ผลปรากฏว่าพบ 2 รายมีเชื้อโควิด-19 รวมถึงคนไทยที่เพิ่งเดินทางกลับมาอีก 1 ราย จากนั้นได้แยกตัวไปส่งรักษาตามโรงพยาบาลสนาม อ.โคกโพธิ์.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"