ฮึ่ม!ห้ามแตะสถาบัน บี้ฝ่ายค้านตัดพัน ญัตติซักฟอก/บิ๊กตู่มั่นใจแจงได้


เพิ่มเพื่อน    

  "ประยุทธ์" บอก ครม.มั่นใจชี้แจงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ลั่นรู้ข้อสอบเพราะโดนมาหลายรอบ "ประวิตร"  ไม่หนักใจเรื่องถูกหมายหัวเป็นผู้มีอิทธิพล พปชร.เล็งตั้งองครักษ์พิทักษ์บิ๊กป้อม ชี้พรรคมีแค่ "อิทธิพล คุณปลื้ม" แนะฝ่ายค้านแก้ญัตติตัดเรื่องสถาบันออก เพราะไม่ยอมให้อภิปรายแตะต้องแน่ "สิระ" ถอนหงอกฝ่ายแค้นคิดให้ดีๆ อย่าลืมคำปฏิญาณตน พลังประชารัฐส่อแววป่วน! มีถามหากโหวตสวนมติพรรคจะถูกลงโทษอย่างไร "สุทิน" ยังเพ้อขอจองกฐิน 5-6 วัน อ้างมีคนอยากไฮด์ปาร์กเพิ่ม 80% แย้มมี 5 รมต.ถูกถอดถอน        

    เมื่อวันอังคารที่ 26 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าการประชุม ครม.ทุกครั้งก็ต้องขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ขอบคุณรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เราได้ปรึกษาหารือร่วมกัน ให้ข้อสังเกตอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ยืนยันการทำงานของรัฐบาลนี้ในรูปแบบ ครม.ในรูปแบบพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็รับนโยบายของ ครม.ของนายกฯ ไปสู่การปฏิบัติ เพราะจำเป็นต้องมีการขออนุมัติโครงการต่างๆ งบประมาณต่างๆ ของ ครม.ในการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล โดยการปรึกษาหารือกันอย่างรอบคอบ
    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รายงานถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่มีการหารือกันระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านว่า จะมีขึ้นในวันที่ 16-19 ก.พ.และลงมติวันที่ 20 ก.พ. โดยนายพุทธิพงษ์ อยากให้ลงมติตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 ก.พ.เลย ไม่ลากยาวไปจนถึงวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. สอดคล้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ที่อยากให้ลงมติตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. โดยให้นายพุทธิพงษ์ไปประสานกับวิปรัฐบาล พร้อมทั้งระบุว่า "อยากให้วิปรัฐบาลกำชับฝ่ายค้านว่าอยากจะพูดอะไรให้เคารพเวลา ใช้เวลาน้อยลง ทุกคนต้องรักษากติกา อย่าพูดเรื่องซ้ำๆ เพราะเวลานี้รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารราชการแผ่นดิน และรู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านจะพูดอะไร ส่วนเรื่องที่ฝ่ายค้านตั้งญัตติอภิปรายเรื่องศีลธรรม จริยธรรมนั้น ก็เคยโดนมาหลายดอกแล้ว ซึ่งเรื่องจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ อยากให้ทุกคนมีจริยธรรม"
    รายงานแจ้งอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังขอให้รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเตรียมตัวและเตรียมทีม โดยให้ช่วยกันเตรียมข้อมูล เอกสาร แผ่นชาร์ตให้พร้อม ใครคิดว่าตัวเองจะถูกอภิปรายประเด็นใดให้เตรียมพร้อมชี้แจงให้ครบถ้วน     "ให้ทุกคนทั้งโดนอภิปราย และไม่โดนอภิปรายช่วยกันสนับสนุนข้อมูล ให้ช่วยๆ กัน ผมเชื่อมั่นในตัวทุกคนอยู่แล้วว่าทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ใครโดนก็ชี้แจงให้ได้ ใครไม่โดนก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า  ในส่วนของตนมั่นใจว่าชี้แจงได้ และใกล้ๆ วันอภิปรายจะนัดหารือกันอีกครั้ง
นอกจากนี้ ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ยังได้เปิดวีดิทัศน์อธิบายขั้นตอนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 พร้อมย้ำว่า AstraZeneca เป็นผู้คัดเลือกบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รัฐบาลไม่มีพันธะอะไร โดยหลังชมวีดิทัศน์เสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ค่อนข้างพอใจ และสั่งให้นายอนุทินนำวีดิทัศน์เรื่องนี้ไปชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย แต่ในส่วนของสถาบันอย่างไรตนเองก็มีหน้าที่ปกป้อง   
     รายงานข่าวแจ้งว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ครม.เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเริ่มในวันอังคารที่ 16 ก.พ. ทำให้ต้องเลื่อนการประชุม ครม.มาเป็นวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.แทน
    ก่อนหน้านี้นายวิษณุยังปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการเป็นติวเตอร์ให้รัฐมนตรี 10 คนที่จะถูกอภิปราย โดยได้แต่เพียงอมยิ้มพร้อมส่ายหัว ก่อนเดินขึ้นห้องประชุม ครม.ไปในทันที    'บิ๊กป้อม' ไม่ห่วง
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ห่วง ไม่ได้มีอะไร ส่วนข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ก็เขากล่าวหาจะให้ทำอย่างไร ก็ไม่รู้ต้องไปถามเขาดู เขากล่าวหาตนเอง ไม่ใช่ตนเองกล่าวหาตัวเอง
    เมื่อถามว่าพร้อมชี้แจงทุกเรื่องใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ต้องเตรียมพร้อมนะ" ซักอีกว่าดูเป็นข้อกล่าวหาที่เกินจริงไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ก็ไม่รู้ คุณก็ต้องไปดูว่าจริงหรือไม่"
    ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในญัตติระบุถึงเรื่องแรงงานต่างด้าว ซึ่งสามารถชี้แจงได้ตามข้อมูลที่เรามี ส่วนที่ระบุว่ายุยงและไม่ยอมรับความเห็นต่างนั้น เขาอาจมองว่ามาจาก จ.ชลบุรี ซึ่งมีประชาชนเสื้อเหลืองออกมารวมตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางประชาธิปไตยของคนที่มีความรักชาติบ้านเมือง โดยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เราสามารถชี้แจงเพื่อหักล้างได้อยู่แล้วบนหลักพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ได้มีเรื่องการกล่าวหากันโดยไม่มีเหตุผล ส่วนประเด็นที่ระบุว่าไม่ยอมรับความเห็นต่างนั้น อาจเพราะไปสร้างความไม่พอใจให้คนของกลุ่มเขาเท่านั้นเอง แต่ความเห็นต่างอย่างนั้นใครจะยอมรับ และเราไม่ยอมรับอยู่แล้วกับความเห็นต่างอย่างนี้    
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเป้าหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้านไว้อย่างไรบ้าง นายสุชาติกล่าวว่า มองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีน้ำหนัก เพราะเราทำทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง  ซื่อสัตย์สุจริต การทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง
ถามว่าฝ่ายค้านมั่นใจจะน็อกรัฐบาลได้ นายสุชาติกล่าวว่า เขาก็คุยไป ถ้ารัฐบาลไม่มีเรื่องทุจริตจะน็อกได้อย่างไร  เพราะในทางการเมืองมีเรื่องเดียวที่ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้คือเรื่องการทุจริต แต่รัฐบาลไม่ได้ทุจริต ทำเพื่อชาติบ้านเมืองกันทุกคน ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานตรรกะและกฎหมายทั้งนั้น
     เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งสัญญาณถึงสมาชิกพรรค และจะเรียกประชุมเพื่อหารือก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า หากฝ่ายค้านพูดนอกประเด็น หรือกล่าวหากันโดยไม่มีเหตุผลก็ต้องมีการประท้วงเป็นเรื่องปกติ การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามหลักรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สวยงาม แต่ฝ่ายค้านที่จะพูดเรื่องนี้ต้องทำการบ้านให้ดี  เพราะบางอย่างคนพูดอาจถูกแฉเองก็ได้  
    เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านพูดในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง จะดำเนินคดีหลังจบอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายสุชาติปฏิเสธว่าไม่ เพราะเราก็ต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบถึงความเป็นจริง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ขอให้ประชาชนที่ติดตามถ่ายทอดสดเป็นผู้ตัดสิน ใครที่พูดไม่เป็นความจริงต้องรับการตัดสินจากประชาชน ไม่ใช่เรื่องยาก
    เมื่อถามว่าได้เตรียมแผนปกป้อง พล.อ.ประวิตรอย่างไร  เพราะเป็นเป้าที่ฝ่ายค้านมุ่งโจมตีอยู่ นายสุชาติกล่าวว่า ฝ่ายค้านทราบดีอยู่แล้วว่าหัวหน้า พปชร.คือศูนย์รวมของ ส.ส.ในพรรค เป็นปกติที่เขาจะต้องตีกล่องดวงใจ หรือหัวหน้าพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่ฝ่ายค้านกล่าวหา พล.อ.ประวิตรนั้น ดูแล้วไม่มีประเด็นที่น่าเป็นห่วง ส่วนเรื่องกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ความหมายของผู้มีอิทธิพลก็อาจจะยกตัวอย่างในประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาที่เป็นผู้มีอิทธิพลทางการเงิน อิทธิพลทางการค้า จากความหมายเหล่านี้ ผู้มีอิทธิพลจึงไม่ใช่อันธพาล แต่ผู้มีอิทธิพลทำให้การเมืองแข็งแรง เป็นอิทธิพลในเรื่องของการมีบารมี เพราะในพรรคที่มี ส.ส.กว่าร้อยคน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ การจะทำงานร่วมกันสนับสนุนรัฐบาลก็ต้องเกิดจากพรรคหลัก ซึ่ง พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าจากพรรคหลัก นี่คือสิ่งที่เขาตีความแบบนี้  
    "พล.อ.ประวิตรตอบได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว และไม่มีประเด็นที่ฝ่ายค้านกล่าวหาอยู่แล้ว ให้สื่อมวลชนและประชาชนดูการอภิปรายว่าใครพูดจริง ใครพูดไม่จริง ทุกอย่างหักล้างด้วยเหตุผล" นายสุชาติกล่าว
    ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการประชุม ส.ส. โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่าไม่สบายใจต่อญัตติ เรื่องการใช้ถ้อยคำขอเปิดอภิปราย โดยใช้คำว่า "โดยพฤติการณ์เรื่องที่จะอภิปรายดังนี้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ" ซึ่งเป็นวาทกรรมตัวหนังสือที่ต้องการกล่าวให้ร้ายด้วยความดุเดือดอย่างไตเติลหนัง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรคือการใช้ภาษาที่นำสถาบันมาเขียนในญัตติ  
ต้องนำเรื่องสถาบันออก
    นายวิรัชระบุว่า ได้ถามผู้รู้กฎหมายและเห็นว่าถ้าไม่นำไปแก้ไขจะเป็นปัญหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องการให้ฝ่ายค้านแก้ไขและนำส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันออกไปทั้งหมด  โดยเฉพาะที่กำหนดว่า "นำสถาบันเป็นข้ออ้างในการแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันมาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ละเมิดหลักนิติรัฐ  นิติธรรมและสิทธิมนุษยชน"  
    "วิปรัฐบาลได้ประสานไปทางประธานสภาไปแล้ว ซึ่งญัตตินี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเชื่อว่าพรรครัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน แต่หากอภิปรายยืนยันว่าจะมีการประท้วงตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมกับย้ำขอให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านตัดออกหากเป็นไปได้"  
    ส่วนกรอบอภิปรายนั้น พรรคร่วมรัฐบาลยอมจัดสรรเวลาให้ตามกรอบเดียวกับปีที่ผ่านมาคือรวม 52 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 26 ชม. รัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล 24 ชม. ขณะที่ประธานและรองประธานสภาในที่ประชุม 2 ชม.   
    รองหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุว่า มีการเตรียมข้อมูลของรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 6 คน และจะดูแลรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 10 คน ส่วนจะดูแลใครเป็นพิเศษคือ พล.อ.ประวิตร เพราะเป็นหัวหน้าพรรค โดยจำนวน ส.ส.ในสภาตอนนี้มีอยู่ 487 คน ครึ่งหนึ่ง 244 ยืนยันเสียง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีพร้อมครบลงมติไม่น้อยกว่า 270 เสียง แต่การลงคะแนนก็ขึ้นอยู่กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันประชุมด้วย
    "ยอมรับว่าในพรรคพลังประชารัฐมีอิทธิพล แต่เป็นนายอิทธิพล คุณปลื้ม ที่เป็น รมว.วัฒนธรรมอยู่ในตอนนี้ หัวหน้าพรรคไม่มีอิทธิพล หากมีอิทธิพลจะมาถูกอภิปรายได้อย่างไร" นายวิรัชกล่าวติดตลก
    ขณะที่ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค พปชร.ระบุว่า การพุ่งเป้าอภิปรายรัฐมนตรีในส่วนของพรรคครั้งนี้  จะได้มีโอการพิสูจน์ผลงาน 2 ปีอธิบายให้ประชาชนทราบ  เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีมีข้อมูลพร้อมที่จะชี้แจง และหวังว่าในการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายเชิงสร้างสรรค์และเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ  
    มีรายงานจากที่ประชุม พปชร.แจ้งว่า ในการประชุม ส.ส.พรรคที่มีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ  ในฐานะเลขาธิการ พปชร.เป็นประธาน ได้เสนอให้ตั้งองครักษ์พิทักษ์ 6 รัฐมนตรีที่จะโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร, นายสุชาติ,  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ ในที่ประชุมมี ส.ส.กลุ่มหนึ่งได้ฝากให้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.เป็นตัวแทนถามว่า ในการลงมติไม่ไว้วางใจ ต้องทำตามมติพรรคหรือไม่ หากโหวตสวนมติพรรคจะมีบทลงโทษอะไรหรือไม่ เรียกเสียงฮือฮาในที่ประชุม แต่ปรากฏว่านายอนุชาไม่ตอบอะไรและตัดบทไปพูดเรื่องอื่นแทน
    รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม ส.ส.พปชร. รัฐมนตรีบางคนที่จะโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นคนที่ ส.ส.ไม่ค่อยพอใจบทบาทการทำงานที่ผ่านมา และอาจโหวตสวนมติพรรค
มั่นใจจุรินทร์คร่ำหวอด
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ  และ รมว.พาณิชย์ เป็นหนึ่งในสิบรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายจุรินทร์ไม่หนักใจเพราะผ่านสมรภูมิสภามามากแล้ว ทั้งที่เคยยื่นญัตติอภิปรายเขาและถูกเขาอภิปราย แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
    "รู้สึกมั่นใจในผลงานตลอด 1 ปีครึ่งมานี้ของนายจุรินทร์  เห็นได้ชัดจากผลโพลสำรวจความพึงพอใจประชาชน โดยเฉพาะเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ติดอันดับครองใจประชาชนด้านนโยบายช่วยลดค่าครองชีพประชาชน และในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็มีผลสำรวจหลายสำนักติดอันดับผลงานที่ได้รับความนิยม ทั้งจากสวนดุสิตโพล, ซูเปอร์โพล และโพลสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมทั้งสำนักงานสถิติฯ ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนชื่นชมผลงานประกันรายได้เกษตรกร" นางมัลลิกากล่าวและว่า นายจุรินทร์ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ได้ละเลยเพิกเฉยหรือละเว้นหน้าที่ใดๆ  ขณะเดียวกันก็ยึดหลักความเป็นธรรม เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ควบคู่ไปกับการบริหารนโยบายที่ทำได้ไวทำได้จริงที่ได้แถลงต่อรัฐสภา
    นายสิระกล่าวถึงญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ประวัติศาสตร์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีการเอาเรื่องสถาบันมายื่นญัตติแบบนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนผ่านการอภิปรายมาหลายครั้งจนหัวหงอกกันหมดแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มีวุฒิภาวะที่จะพิจารณาว่า การดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องเช่นนี้มีความเหมาะสมและควรกระทำหรือไม่  หรือว่าวันนี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันหายไปหมดแล้ว
    "ผมขอให้ฝ่ายค้านกลับไปดูข้อบังคับให้ดีๆ และแก้ญัตติแล้วมายื่นใหม่ แต่หากฝ่ายค้านยังยืนยันที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบัน ก็ขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ฝ่ายค้านจะเจอการประท้วงจนไม่ได้อภิปรายเลยทั้ง 4 วัน เพราะฉะนั้นบรรดาหัวหงอกหัวดำของพรรคฝ่ายค้านที่ยังพอมีสติ ช่วยคิดกันให้ดี ช่วยคิดถึงคำปฏิญาณตนตอนเข้ารับตำแหน่งด้วย ว่าเคยพูดอะไรกันไว้กลางที่ประชุมสภา" นายสิระกล่าว
    นายสิระยังฝากไปถึงประชาชนที่จะติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ว่า ขอให้ประชาชนทุกคนติดตามและตัดสินการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านว่า ข้อมูลที่นำมาพูดกันนั้นสร้างประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศหรือไม่ หรือเพราะมีเจตนาแอบแฝงจึงใช้เวทีสภามาบังหน้าเพื่อหวังโจมตีสถาบัน
    ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย  ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า หลังจากยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ฝ่ายค้านก็ไปคุยในรายละเอียดที่คิดว่าต้องทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งได้คุยเรื่องกรอบเวลาโดยได้ข้อสรุปว่า เมื่อจำนวนผู้อภิปรายเพิ่มขึ้นจากคราวที่แล้วประมาณ 80% ถ้าคิดหลักง่ายๆ เวลาการอภิปรายครั้งนี้น่าจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนประมาณ 80% โดยคราวที่แล้วอภิปราย 3 วัน ลงมติ 1วัน คราวนี้ต้องเป็น 5 บวก 1 หรือ 6  บวก 1 อย่างต่ำสุดก็เป็น 5 บวก 1 ถึงจะทำงานได้ นอกจากนั้นในเรื่องของเนื้อหาที่หลายพรรคอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความล้มเหลว เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เป็นต้น ก็คุยกันว่าเรื่องเดียวกันจะแบ่งเนื้อหาให้อภิปรายรับลูกรับช่วงกันอย่างไร รวมทั้งมีการประเมินสถานการณ์ในการประชุมด้วยว่าบรรยากาศในการประชุมจะเป็นอย่างไร จะมีการประท้วงมากน้อยหรือไม่ รวมทั้งลำดับการอภิปรายว่าเราจะต้องใช้รูปแบบเดิม หรือผู้อภิปรายสามารถอภิปรายรัฐมนตรี 2 คนให้จบไปคราวเดียว หรือต้องขึ้นอภิปราย 2 ครั้ง รวมทั้งได้กำชับผู้อภิปรายทุกคนให้เน้นเรื่องข้อมูลให้ดีที่สุด เรื่องโวหารสำนวนขอให้ลดลง
โวมีถอดถอน 5 รมต.
    เมื่อถามว่า วิปรัฐบาลยืนยันให้เวลาอภิปรายเท่ากับการอภิปรายปี 2563 นายสุทินกล่าวว่า ก็ต้องพิจารณาดูว่าให้เวลาแค่นั้นเหมาะหรือไม่ เมื่อผู้อภิปรายมีจำนวนมาก ข้อหาเยอะ และรัฐบาลก็ทำงานมานาน ความผิดเยอะ แล้วจะให้เวลาอภิปรายเท่าเดิมอธิบายได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเหตุและผล ในอดีตเคยอภิปรายกัน 7 วัน 7 คืน ซึ่งก็ต้องพูดคุยอีกครั้งหลังจากที่ประธานสภาบรรจุวาระแล้ว
    ถามอีกว่า ในญัตติมีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลนำสถาบันมาสร้างความขัดแย้ง ฝ่ายค้านมีกรอบการอภิปรายอย่างไร เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว นายสุทินกล่าวว่า เราก็คิดกันอยู่ ทุกคนก็ตระหนักว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและต้องพูดถึงเท่าที่จำเป็น  และต้องใช้วุฒิภาวะขั้นสูงในการพูดเรื่องนี้ แต่จะไม่พูดเลยก็ไม่ได้ เพราะเป็นความเสียหายอยู่จริง ถ้ารัฐบาลทำความเสียหายให้สถาบันแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่มาก จะกระทบอะไรอีกมาก ถ้าเราไม่กระตุ้น เตือน กระตุก ติง หรือต้องคาดโทษกัน  เราเกรงว่าเรื่องอย่างนี้จะกลายเป็นการชินชาที่จะปฏิบัติ เราก็จำเป็นต้องพูด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเมื่อพูดเรื่องนี้ก็อาจถูกประท้วงมาก ซึ่งคนประท้วงก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะคนพูด คนประท้วงถ้าประท้วงไม่ดีก็จะกลายเป็นว่าตัวเองทำผิดเสียเอง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องใช้วุฒิภาวะขั้นสูงระมัดระวังที่สุด  
    ถามย้ำว่า เรื่องสถาบันสามารถนำมาอภิปรายได้ใช่หรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า "สามารถอภิปรายได้ แต่อยู่ที่ความเหมาะสม ซึ่งมีข้อบังคับว่าให้พูดเท่าที่จำเป็น และพูดอย่างไรให้เข้าใจกันโดยไม่เสียหายและไม่กระทบข้อบังคับ  บางครั้งคนเราไม่พูดตรงก็พอจะรู้เรื่อง"
    ต่อข้อถามว่า หลังการอภิปรายฝ่ายค้านจะไปยื่นถอดถอนรัฐมนตรีต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย นายสุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องถ้ามีการทุจริต เรื่องไหนที่ต้องทำให้จบครบถ้วนกระบวนความก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นก็จะถูกครหาว่าฝ่ายค้านทำไม่สุด ซึ่งจากหลักฐานแล้วมีรัฐมนตรีที่ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 5 คน แต่จากนี้เป็นต้นไปจนถึงวันอภิปรายก็จะต้องสกรีนข้อมูลอีก ยืนยันว่าเราทำหน้าที่สมบูรณ์ทุกครั้ง ไม่ใช่พูดในสภาเปล่าๆ.  
 


เห็นข่าว รฟม. "รื้อวัด" ทำสถานีรถไฟฟ้าแล้วตกใจ! วันนี้ ขอคุยหน่อย วัดที่ว่านี้คือ "วัดเอี่ยมวรนุช" ตรงสี่แยกบางขุนพรหม พื้นที่วัดมีซัก ๒ ไร่ ถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้?

'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง