'สรรพสามิต'จ่อชงคลังสรุปโครงสร้างรีดภาษีรถอีวีพร้อมลุยเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้า


เพิ่มเพื่อน    

 

1 ก.พ.2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ใหม่ โดยยังต้องมีการสรุปและปรับเปลี่ยนในรายละเอียดอีกเล็กน้อย ก่อนเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหลักการเบื้องต้นของโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า คือ จะต้องสนับสนุนและเอื้อให้เกิดการลงทุนภายในประเทศเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ การพิจารณาจะต้องดูให้รอบคอบ และครบถ้วนในทุกมิติ เพราะโครงสร้างภาษีใหม่จะต้องครอบคลุมในทุกด้าน คงไม่ได้พูดถึงแค่รถไฟฟ้าที่ราคาถูก หรือนำเข้าจากที่ไหนก็ได้เท่านั้น แต่ประเทศไทยยังต้องการการลงทุน ดังนั้นโครงสร้างภาษีก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในประเทศได้ แม้ว่าปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะมีมาตรการภาษีออกมาเพื่อสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้วก็ตาม

“ตอนนี้โมเดลของภาษีรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดยังไม่นิ่ง ยังต้องรอการศึกษาและพิจารณาโครงสร้างภาษีทั้งหมดอย่างรอบคอบ แต่หลักการเบื้องต้นของโครงสร้างภาษีชนิดนี้ คือ ต้องตอบโจทย์การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ดังนั้นจึงต้องดูให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของตัวรถยนต์ แบตเตอรี่ที่จะใช้ทั้งในส่วนของการนำเข้าและผลิตในประเทศ ต้องพิจารณาอย่างละเอียดที่สุด เพื่อตอบโจทย์ให้มากที่สุด เพราะโครงสร้างภาษีมีเพียงโครงสร้างเดียว” นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวอีกว่า ส่วนจะมีการเก็บภาษีจากสถานีชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่นั้น ยังเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คงต้องกลับไปดูภาพทั้งหมดและศึกษาให้รอบคอบก่อน แต่หากจะต้องมีการจัดเก็บภาษีก็สามารถเก็บได้จากหลายจุด โดยยืนยันว่าโครงสร้างภาษีใหม่นี้จะมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในอนาคต

อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า แม้จะมีการเตรียมการจัดเก็บภาษีจากรถยนต์ไฟฟ้า แต่จะยังไม่ส่งผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้จากน้ำมัน โดยรายได้ในส่วนนี้จะยังคงอยู่ เนื่องจากมีการประเมินภาพว่า รายได้จากภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจะยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนรายได้จากภาษีน้ำมัน ภายใน 3-5 ปีนี้อย่างแน่นอน คงใช้เวลาเป็น 10 ปี แต่หลังจากนี้เชื่อว่าการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้นกรมฯ จะละเลยไม่ได้ว่าเมื่อรถยนต์ไฟฟ้ามา สิ่งที่กรมสรรพสามิตจะต้องดูต่อไปคือการจัดเก็บภาษีจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งในอนาคตรายได้จากส่วนนี้จะค่อย ๆ เข้ามาทดแทนรายได้จากการจัดเก็บภาษีน้ำมัน

อย่างไรก็ดี ในส่วนนโยบายของกระทรวงการคลังที่สั่งการให้ทบทวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีพิกัดภาษี แต่ไม่ได้จัดเก็บนั้น ขณะนี้กรมฯ กำลังพิจารณาในรายละเอียดอยู่ คงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงเกณฑ์ในการพิจารณามาตรฐานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทว่าเป็นอย่างไร เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้สัญลักษณ์ เบอร์ 5 ในวันนี้ กับเมื่อก่อน และในอนาคต จะมีการพิจารณาอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาการจัดเก็บภาษีตามประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม

โดยก่อนหน้านี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตเร่งดำเนินการวางแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างการจัดเก็บรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งต้องดูหลายส่วน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรม ได้สั่งให้ไปดูโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันได้ปรับลดอัตราการจัดเก็บแล้ว แต่ก็ต้องไปดูว่าจะมีอะไรที่ทำต่อไปได้บ้าง เพราะปัจจุบันมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า100% และรถยนต์ที่ต้องมีการใช้พลังงานผสมแบตเตอรี่ (ไฮบริด) ให้ไปดูว่าจะมีการลดภาษีได้หรือไม่ เพื่อเป็นการเอื้อและจูงใจอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ไปทบทวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีพิกัดภาษี แต่ไม่ได้จัดเก็บ โดยให้ยึดจากมาตรฐานเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5ซึ่งปัจจุบันอาจจะไม่เพียงพอ ต้องเป็นเบอร์ 5พลัส หรือ เบอร์ 5ระดับ1ดาว2ดาว และ3ดาว ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ถ้ายังไม่มีการปรับเปลี่ยนจากเบอร์ 5แบบปกติ ก็ต้องเสียภาษี เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และลดการใช้พลังงานมากขึ้น และเชื่อว่าจะไม่กระทบกับผู้ซื้อ เนื่องจากเทคโนโลยีประหยัดไฟฟ้าดีขึ้น ค่าใช้ไฟฟ้าก็จะถูกลง
 


ผมดูๆ ข่าวช่วงนี้ ทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้นะ? เรื่อง ป.ป้อม-ป.ประยุทธ์ นั่นแหละ สื่อบางสำนักตีข่าวเป็นจริง-เป็นจัง โดยจับประเด็นมาจาก ป.ประยุทธ์ หัก ป.ป้อม ปลด "ธรรมนัส-นฤมล" จาก รมช.โดยไม่บอก

๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"