ผบ.สส.พม่าอ้างเลี่ยงไม่ได้ต้องขับไล่'ซูจี' สหรัฐจ่อตัดความช่วยเหลือ


เพิ่มเพื่อน    

รัฐบาลสหรัฐระบุอย่างเป็นทางการว่า สถานการณ์ที่กองทัพพม่าขับไล่รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี คือการก่อรัฐประหาร ซึ่งผูกมัดให้สหรัฐต้องตัดความช่วยเหลือที่ให้แก่เมียนมา ขณะพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อ้าง "เลี่ยงไม่ได้" ต้องยึดอำนาจเพราะรัฐบาลซูจีไม่ตรวจสอบคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง

ชาวเมียนมาในญี่ปุ่นคาดเทปกาวทับใบหน้าของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย บนป้ายประท้วงระหว่างชุมนุมคัดค้านรัฐประหาร ที่กรุงโตเกียวเมื่อวันจันทร์ (Photo by Carl Court/Getty Images)

    กองทัพเมียนมาซึ่งมีพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ควบคุมตัวนางอองซาน ซูจี, ประธานาธิบดีวิน มยิน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนเมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ก่อนที่เวลาต่อมากองทัพจะยืนยันว่าได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ด้วยเหตุผลว่าล้มเหลวในการจัดการกับปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง พร้อมกับประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี โดยมอบอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อยู่ภายใต้การควบคุมของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า ในคำกล่าวต่อสาธารณะครั้งแรกนับแต่ยึดอำนาจ พลเอกอาวุโสผู้นี้อ้างว่า การยึดอำนาจของกองทัพ "เป็นไปตามกฎหมาย" หลังจากรัฐบาลไม่ตอบสนองต่อข้อข้องใจของกองทัพเรื่องคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง

    "หลังจากข้อเรียกร้องมากมาย วิธีนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับประเทศ และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเลือกวิธีนี้" เพจเฟซบุ๊กทางการของกองทัพเมียนมาอ้างคำกล่าวของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก

    ที่กรุงวอชิงตัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า กระทรวงได้ประเมินแล้วว่า "อองซาน ซูจี ผู้นำพรรครัฐบาล (เมียนมา) และวิน มยิน ผู้นำรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยถูกต้อง โดนขับออกจากตำแหน่งในการรัฐประหาร"
    
    การระบุเช่นนี้หมายความว่า สหรัฐจะไม่สามารถมอบความช่วยเหลือแก่รัฐบาลเมียนมา ถึงแม้ว่าผลกระทบจากการนี้จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์เสียมาก เนื่องจากความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐมอบให้เมียนมานั้นมอบให้แก่องค์กรเอกชน ส่วนกองทัพเมียนมาก็โดนสหรัฐคว่ำบาตรอยู่แล้วจากกรณีการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจา

    คำแถลงยืนยันว่า สหรัฐจะยังคงความช่วยเหลือโครงการด้านมนุษยธรรมไว้ต่อไป รวมถึงการช่วยเหลือชาวโรฮีนจา แต่จะทบทวนความช่วยเหลือที่มอบให้แก่เมียนมาในวงกว้าง

    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า นับแต่ปี 2555 สหรัฐให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมา 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 45,048 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย,สันติภาพภายในประเทศ และชุมชนที่เผชิญกับความรุนแรง.

 


พรรคที่ "หล่อ" ในเกมการเมืองที่สุดในศตวรรษนี้ ต้องยกให้ "ประชาธิปัตย์" เป็นแกนนำรัฐบาล ก็สไตล์หนึ่ง เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็อีกสไตล์หนึ่ง

"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"
อยากย้ายประเทศใช่มั้ย?
ไฟลามทุ่ง 'ลามถึงศาล'
รอบนี้"คนแก่ขอก่อน"
"อย่าให้เสียชาติเกิด"