ว่าด้วยเรื่องโหรๆ


เพิ่มเพื่อน    

    ผ่านกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว...มาร่วม 2 เดือน 3 เดือน ถ้าว่ากันตามคำทำนายของโหร ที่ออกไปทางโรแมนติกอยู่บ้าง ไม่ได้ถึงกับซาดง ซาดิสต์ อะไรมาก อย่างที่คุณน้อง เจ๊ฟอง ของเราผู้นี้นี่เอง โดยสถานะ ความแข็งแกร่ง แข็งขืน ของผู้นำประเทศ อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่มิรู้ล้ม น่าจะเริ่มโด่ๆ เด่ๆ เด้งๆ ดึ๋งๆ ขึ้นมาตามลำดับ จริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ ก็คงต้องสำรวจ ตรวจสอบกันเอาเอง ว่าแข็ง-ไม่แข็ง นิ่ม-ไม่นิ่ม หรือไม่? ประการใด?

                          ----------------------------------------------

            คือถ้าจะว่าแข็ง...ก็คงไม่แข็งแบบประเภทถั่งเช่าและไวอะกร้ามากมายซักเท่าไหร่นัก หรือไม่ถึงกับมิอาจยืนตรง ต้องโค้งตัว ไปโดยตลอด แต่น่าจะด้วยเหตุเพราะฝ่ายตรงข้ามดัน นิ่มป่อย ซะนั่นแหละเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน มวลชน เอ็นจีโอ เอ็นโตดี ใดๆ ก็แล้วแต่ ที่ดันออกอาการ เหี่ยวปลาย ชนิดรายแล้ว รายเล่า ส่วนที่เป็นกระดูก กล้ามเนื้อ หรือเอ็น ของรัฐบาล ก็เลยยังดูโด่ ดูโดดเด่น ขึ้นมามั่ง เมื่อเทียบกับบรรดาผู้ที่คิดหักๆ โค่นๆ รัฐบาล ขีดความสามารถในการแข็งขืน อันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแข็งแกร่งแต่อย่างใด ก็เลยยังพอดูแข็งๆ อยู่บ้าง ไม่ถึงกับไร้สมรรถภาพทางเพศไปซะทั้งหมด...

                          ----------------------------------------------

            แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าคำทำนายของ โหรเจ๊ฟอง จะเข้าเค้า-ไม่เข้าเค้า หรือไม่และอย่างไร สิ่งที่น่าสนใจเอามากๆ ก็คือเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภา.ที่ผ่านมา หรือก่อนที่จะเกิดการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในคราวนี้ โหรอีกโหร...ที่ไม่ว่าจะอาศัยการทำนายด้วยการ ดูดวง ดูฤกษ์ ดูยาม ดูดวงดาว ดูชะตาราศี ด้วยกรรมวิธีแบบเดิม หรือแบบใหม่ ใดๆ ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ดูๆ นั้นน่าจะมีความเกี่ยวพัน พัวพัน อย่างชนิดแยกไม่ออก กับความเคลื่อนไหวของบรรดานายทหาร หรืออดีตทหาร โดยเฉพาะบรรดา พี่น้อง 3 ป. มาโดยตลอด จนถึงขั้นต้องมีคำเรียกขาน มีการให้สมญานาม ให้ชื่อ ฉายาว่า โหร คมช. เอาเลยถึงขั้นนั้น นั่นคือ โหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ที่ไปปักหลักนั่งดูดวงอยู่แถวๆ เจียงใหม่ล่ะก้าๆ มานานแล้ว...

                                 -------------------------------------------------

            เพราะสิ่งที่น่าสนใจ หรือน่าคิดสะกิดใจ ไม่น้อยทีเดียว...คือ โหร คมช. หรือ โหรวารินทร์ ท่านดัน ฟันธง และ ฟันเฟิร์ม เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าหลังผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปแล้วประมาณ 2 เดือน 3 เดือนนี่แหละ จะเกิดรายการ ปรับคณะรัฐมนตรี ครั้งใหญ่ เพื่อที่จะให้นำมาซึ่งความแข็งในแบบโด่ๆ เด่ๆ แบบโด่มิรู้ล้ม หรือแบบใดๆ ก็แล้วแต่ อย่างชนิดแน่ซะยิ่งกว่าแช่แป้งเอาเลยถึงขั้นนั้น เป็นการปรับในแบบที่ไม่เพียงพรรคร่วมรัฐบาลยังคงอยู่ครบ ไม่มีรายหนึ่ง รายใด ถูกถีบ ออกมา ไม่ว่าด้วยเหตุเพราะรถ สีส้ม หรือ สีเขียว ก็แล้วแต่ ด้วยเหตุเพราะ หน้ากากอนามัย ฯลฯ หรือด้วยเหตุเพราะข้อกล่าวหา ข้อหนึ่ง ข้อใด ของฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นในคราวนี้ แต่ด้วยเพราะความร่วมมือ-ร่วมใจของทุกๆ ฝ่าย ที่จะนำไปสู่การดึงใครต่อใครเข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล เป็น ครม. ชนิดคล้ายๆ กับ รัฐบาลแห่งชาติ เอาเลยถึงขั้นนั้น หรือชนิด กลุ่มที่เคยไม่เผาผี ก็ยังพร้อมที่จะเข้ามา หรือพร้อมให้ความร่วมมือซะอีกต่างหาก...

                               ------------------------------------------------

            จริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ...อันนี้คงต้องคอยไปไล่เรียงกับ โหรวารินทร์ ท่านเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะแม่น-ไม่แม่น มั่ว-ไม่มั่ว กันไปถึงขั้นไหน แต่สำหรับผู้ที่ต้องสังเกตการณ์อยู่วงนอก ก็คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า...ยัง นึกภาพไม่ออก ว่าถ้าหากไม่ ถีบ ใครต่อใครออกไปซะก่อน แล้วจะไปลากใครต่อใครเข้ามาร่วมมือ ร่วมไม้ กันในระดับ รัฐบาลแห่งชาติ นั้น มันจะไปหาที่นั่ง ที่ยืน หา เก้าอี้ จากที่ไหนๆ มารองรับใครต่อใครได้มากมายถึงปานนั้น โดยเฉพาะบรรดา กลุ่มที่ไม่เคยเผาผี ในแต่ละราย ที่ถ้าหากไม่มี เมรุ ดีๆ ไม่มีสถานที่เผาศพที่สะอาด ปลอดภัย ไร้เชื้อโรคกันจริงๆ แล้ว โอกาสที่จะเดินตาม บิ๊กตู่ ขึ้นไปบนเมรุ น่าจะลำบากเอามากๆ ไม่ว่าจะไปนิมนต์ให้พระท่านมาสวดนำหน้าซักกี่รูป ต่อกี่รูป ก็ตาม...

                          ----------------------------------------------------

            อันนี้นี่แหละ...ที่เลยยังคิดไม่ออก บอกไม่ถูก ว่าจะออกไปทาง แม่น หรือออกไปทาง มั่ว กันในระดับไหน เพียงใด แต่ด้วยชื่อและฉายา ด้วยสมญานามที่ได้รับการเรียกขานมาโดยตลอดว่า โหร คมช. อะไรทำนองนั้น ก็คงไปดูเบา หรือไปประมาทท่านไว้ก่อนล่วงหน้าไม่น่าจะได้ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เรียกว่า ความร่วมมือ-ร่วมใจ นั้น ต้องถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ สำหรับบ้านเมืองในช่วงนี้ ตลอดไปจนอนาคตในภายภาคหน้า หรือถือเป็นสิ่งเดียวเท่านั้น ที่พอจะช่วยให้เกิดการ อยู่รอด-ปลอดภัย ภายในโลกยุคที่การแบ่งข้าง-แบ่งฝ่าย การเผชิญหน้า ไม่ว่าทางการเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึง การทหาร โน่นเลย มันกำลังกลายเป็น ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธได้ ยิ่งเข้าไปทุกที และทำให้สิ่งที่เรียกว่า สามัคคีธรรม จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเอามากๆ แม้จะต้องแลกมาด้วย ขันติธรรม หรือด้วยความอดทน อดกลั้น ชนิดหนักหนา สาหัส เพียงใดก็ตามที...

                          -------------------------------------------------

            แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ... ความร่วมมือ-ร่วมใจ ในแบบเป็นจริง-เป็นจังนั้น ย่อมไม่อาจได้มาด้วยการบังคับ หรือการเล่นเล่ห์ เพทุบายใดๆ ก็แล้วแต่ ยิ่งคิดจะไปอาศัย น้องเกี่ยวก้อย แบบพวกทหารยุคก่อนๆ ยิ่งแทบเป็ง-ปาย-ม่าย-ล่าย เอาเลย มีแต่ต้องอาศัยความสะอาด บริสุทธิ์ ความซื่อตรง และการยึดมั่นใน ธรรม การก้าวเดินไปตามครรลอง-คลองธรรม อย่างมิคิดผันแปรไปเป็นอื่น แต่เพียงเท่านั้น มันถึงจะพอช่วย จุดประกาย ช่วยสร้าง ความหวัง ขึ้นมาได้แบบจริงๆ จังๆ แต่ปัญหาก็ยังอยู่ที่ว่าจะให้ใครเป็น ตัวจุด เป็นตัวสร้างความหวัง เพราะสำหรับรายของ บิ๊กตู่ นั้น หลังจากที่ เราจะทำตามสัญญา...ขอเวลาอีกไม่นาน ฮึ้มฮึม ฮึ้มหึ่ม มาเกือบ 7 ปี 8 ปีเข้าไปแล้ว มันคงไม่เหลือเชื้อ เหลือประกายใดๆ ให้พอจุดติดได้อีกต่อไปแล้ว...

                          ------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Neaunder”... In adversity a man is saved by hope. – ในยามวิบัติ...คนเราจะอยู่ได้ด้วยความหวัง...”.

                          -------------------------------------------------

 

 


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว