ครั้งแรกกับ Virtual Exhibition นิทรรศการงานศิลป์ โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 14


เพิ่มเพื่อน    

ผลงานชนะเลิศ ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย

 


บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรืออินทัช สร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านการจัดนิทรรศการ Virtual Exhibition แสดงผลงานศิลปะของเยาวชนที่มาจากการคิด วิเคราะห์ และถ่ายทอดจินตนาการที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมไทยเป็นผลงานศิลปะหัวข้อ“ฉันรักเมืองไทย” และ “รักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์โลกของเรา” ในโครงการจินตนาการสืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 14พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถชมและเลือกซื้อภาพการกุศลผ่านระบบ E-Commerce ได้ทาง www.intouchstation.comรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเพื่อเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรต้องปรับตัวและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อให้งานต่างๆ สามารถดำเนินต่อไปได้

 

การแสดงนิทรรศการ Virtual Exhibition เป็นการปรับตัวตามสถานการณ์โควิด 19 ระบาด


โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัชในปีนี้ได้ปรับการทำงานหลายมิติ เช่น ให้เยาวชนสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการและนำเสนอผลงานผ่านออนไลน์ การจัดนิทรรศการเสมือนจริง virtual exhibition เพื่อสร้างการนำเสนอมุมมองใหม่ สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและยังคำนึงถึงมาตรการป้องกันตนเองตามที่รัฐกำหนดอย่างเคร่งครัดจากผลงานของเยาวชนทั่วประเทศตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนปลายถึงอุดมศึกษากว่า 1,430 ผลงาน ผ่านการตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสายทัศนศิลป์ และวรรณศิลป์ 7 ท่าน ได้แก่ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)พ.ศ.  2554 อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) พ.ศ. 2557 อาจารย์สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธรคุณเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตไทย อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พ.ศ. 2536 คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี)ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (นวนิยาย) พ.ศ. 2555 และคุณธวัชชัย สมคง บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Fine Art จนได้ 44 ผลงานที่ได้รับรางวัล และ 22ผลงานร่วมจัดแสดงที่สามารถถ่ายทอดได้ตรงกับเนื้อหาวรรณกรรม มีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ และมีเทคนิคการนำเสนอโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เช่น นำเสนอวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทย วัฒนธรรมประเพณี และสิ่งแวดล้อม

อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า การประกวดในเวทีนี้ช่วยส่งเสริมงานศิลปะทั้ง 2 ประเภท คือ จิตรกรรมและวรรณกรรม โดยผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องอ่านวรรณกรรมก่อนเพราะการอ่านเป็นต้นทางของจินตนาการและต้นทางของความคิด สำคัญที่สุดคือให้เด็กได้รักการอ่านอย่างแท้จริงหากได้อ่านหนังสือจะแตกฉานภูมิปัญญาของเรามากขึ้นทำให้งานเขียนรูปหรืองานศิลปะจะมีเนื้อหา สร้างสรรค์ โดดเด่นกระทบความรู้สึกของเรามากกว่าที่เราจะเขียนจากจินตนาการของเราเองเท่านั้นนี่จึงเป็นการส่งเสริมการอ่านหนังสือที่ดีที่สุดของเยาวชนซึ่งงานอย่างนี้อยากให้มีมากขึ้นในประเทศไทย เพื่อจะได้พัฒนาคุณภาพของคนและสังคมของเราได้ด้วย

 

ธวัชชัย  สมคง


ด้านธวัชชัย  สมคง บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร FineArt  คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ผลงานปีนี้มีคุณภาพมากกว่าทุกปีอาจเป็นเพราะหัวข้อที่เปิดกว้าง เด็กเริ่มรู้แล้วว่าถ้าจะส่งประกวดในโครงการนี้จะต้องอ่านวรรณกรรมควบคู่กับการสร้างงาน คิดว่าทิศทางที่วางไว้สำหรับการประกวดกำลังจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น  เยาวชนควรเตรียมตัวเองให้มีพลวัตมากพอ คือ ไม่ควรอ่านหนังสือเพื่อการประกวดเท่านั้น แต่ควรฝึกอ่านหนังสือเพื่อยกระดับความรู้และความคิดของเรา สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมโดยรอบและหยิบเรื่องราวเหล่านั้นมาตีความผ่านเรื่องราวของหนังสือแล้วก็นำเสนอเป็นชิ้นงานจิตรกรรม เพราะความคิดที่รอบด้านจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของงานได้

 

 


สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับประถมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ดช. นนทพัทธ์ พุตสุด โรงเรียนบ้านโนนเขวา ผลงาน" หน้ากากผี "จากวรรณกรรม ประเพณีพื้นบ้าน ตำนานพื้นเมือง, มัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ด.ญ.กัลยณัฏฐ์  โอษธีศ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ผลงาน "เสน่ห์กทม." จากวรรณกรรมเรื่อง "ครอบครัวกลางถนน"


มัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ นายธนพงษ์ สีหมอก โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง ผลงาน" ตัวไกลใจไทย "จากเพลง"คิดถึงเมืองไทย"
ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ นายพฤทธิ์ วันทะนัง วิทยาลัยเพาะช่าง ผลงาน วัฏจักรของชีวิต 2 จากวรรณกรรม เพชรพระอุมา

ด.ช.นนทพัทธ์ พุตสุด ชนะเลิศระดับประถมศึกษา


ด.ช.นนทพัทธ์ พุตสุด  ชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านโนนเขวา จ.ขอนแก่น ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประถมศึกษาตอนปลาย กล่าวว่า  ภาพหน้ากากผี ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสมัย เรียนอยู่ ป.1 คุณแม่พาไปเที่ยวงานผีตาโขน จ.เลย ซึ่งรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นผู้คนใส่หน้ากากและออกมาเต้นรำอย่างสนุกนาน ภาพหน้ากากผีที่วาดสื่อถึงเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีไทยความเป็นอยู่ที่มีการละเล่นที่สนุกสนาน มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เห็นได้จากผีตาโขนเป็นการวาดภาพที่มีลวดลายบนหน้ากากศรีษะมีลักษณะคล้ายหวดนึ่งข้าวเหนียว ใบหน้ายาว และมีจมูกโค้งงอ ตกแต่งรังสรรค์สื่อถึงความสนุกสนาน


"ผมอยากถ่ายทอดวิถีชีวิต ความประทับใจความสวยงามของผีตาโขนผ่านเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมผ่านหน้ากากผีตาโขน เพื่อให้คนไทยและคนทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทยก็มีของดีเหมือนกันครับ” น้องนนทพัทธ์กล่าว


ผู้สนใจสามารถร่วมชมนิทรรศการและสนับสนุนผลงานของเยาวชนผ่านระบบ E-Commerce ได้ที่ www.intouchstation.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาโครงการบัณฑิตคืนถิ่นเพื่อเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์


ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่แฟนเพจwww.facebook.com/intouchstation สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 02-118-6953 หรือ Line ID: Jintanakarn.intouch

ฃนะเลิศระดับม.ต้นิื

 

 

 

ฃนะเลิศระดับชั้นม.ปลาย

 

ชนะเลิศระดับ อุดมศึกษา

 

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"