ว่าด้วยการสร้างกระแสและการยกระดับ


เพิ่มเพื่อน    

          คงประมาณสัปดาห์หน้า...หลังวัน วาเลนตีน ผ่านพ้นไปวัน-สองวัน ก็คงได้เวลาที่บรรดาพลพรรรคฝ่ายค้าน ท่านจะได้จังหวะลงมือ ลงตีน สาดมือ สาดตีน รวมทั้งสากกะเบือบิน โดยจะมีการแจก ควาย ของคุณน้อง รุ้ง หรือควายภาคอีสาน เป็นของแถม ของชำร่วย เพื่อช่วยกระชับ ช่วงชั้น ตามทฤษฎีความเสมอภาคฉบับมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน อีกด้วยหรือไม่ อย่างไร อันนี้...คงต้องติดตามกันไปเป็นระยะๆ...

              ---------------------------------------------------

            โดยเห็นว่าจะ พ่น กันประมาณ 4 วัน 4 คืน...เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 16 ต่อไปวันที่ 17, 18 จนถึงวันศุกร์ที่ 19 ไม่เกินช่วงเวลาเที่ยงคืน เพื่อที่จะได้ลงมติ ไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ กันในวันรุ่งขึ้น หรือวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ หรือรวมๆ แล้ว...บรรดาพลพรรคร่วมฝ่ายค้านน่าจะมีเวลาฉอดๆๆ เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ หรือ จุ๊บๆ จิ๊บๆ เพื่อรอ เจี๊ยะ หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลงไปแล้ว หรือไม่ อย่างไร เป็นเวลาไม่น่าจะต่ำไปกว่า 42 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หรือเกือบประมาณ 2 วันเต็มๆ ส่วนจะต้องหักช่วงเวลาอันเนื่องจากการลุกขึ้นมา ประท้วง ไม่ว่าของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ออกไปอีกซักเท่าไหร่ ต่อเท่าไหร่ ก็ยากซ์ซ์ซ์ที่จะคาดคำนวณได้ เนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้ ออกจะเฉียดๆ ฉิวๆ หวีดๆ หวิวๆ อยู่พอสมควรเหมือนกัน...

            ----------------------------------------------------------

            คือคงด้วยเหตุเพราะ เด็กๆ หรือพรรคการเมืองของพวกเด็กๆ...ที่ต่างก็มีมือ มีตีน มิใช่น้อยในรัฐสภาเที่ยวนี้ หรือในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน เขาออกจะกระเหี้ยนกระหือรือเอามากๆ ในการหยิบเอาประเด็นที่ค่อนข้างจะเฉียดๆ ฉิวๆ หวีดๆ หวิวๆ มาพูดจาว่ากล่าวกันในรัฐสภา หรือในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้ หลังจากพวกเด็กๆ ข้างถนน หรือพวกเด็กๆ ที่ชอบ ลงถนน เขาได้ปูฐานรองรับเอาไว้แล้วล่วงหน้าเมื่อช่วงกลางปี ปลายปี ที่ผ่านมา อันน่าจะมีส่วนส่งผลให้พรรคแกนนำฝ่ายค้าน อย่างพรรค เผาไทย เลยหนีไม่พ้นต้องให้ความยอมรับต่อ ข้อเสนอที่เอ็งมิอาจปฏิเสธ หรือต้องร่วมเฉียดๆ ฉิวๆ หวีดๆ หวิวๆ ตามไปด้วยอย่างช่วย-ม่าย-ล่าย...

                           --------------------------------------------------------

            และอันนี้นี่แหละ...ที่อาจทำให้ ท่านประธานฯ ต้องปวดเศียร เวียนเกล้า กันไปมิใช่น้อย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ จากการ ลุกขึ้นมาประท้วง ของฝ่ายรัฐบาลต่อฝ่ายค้าน หรือฝ่ายค้านต่อฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านต่อฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลต่อฝ่ายรัฐบาล เอาเลยก็ไม่แน่!!! อันเนื่องมาจากความหวีดหวิว ฉิวเฉียด ของประเด็นดังกล่าว ชนิดอาจทำให้เวลาการอภิปรายที่มีอยู่ประมาณ 42 ชั่วโมง เหลืออยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอาง่ายๆ ยิ่งถ้าหากเกิดการงัดเอา คำหยาบ เพื่อกระชับช่วงชั้น หรือกระชับอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ มาใช้เล่นงานกันและกันภายในรัฐสภา โอกาสที่จะ ล่ม...กับ...ล่ม ไม่มีสิทธิ์ได้รับรู้ รับฟัง เรื่องรถไฟฟ้าสีเขียว สีส้ม หรือสีอะไรต่อสีอะไรก็ตามที ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่มาก-ก็น้อย...

                        ----------------------------------------------------------

            อย่างเช่นที่ ส.ส.หม่ำ จ๊กมก ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายไว้ในรายการตลกยุคโบร่ำโบราณเมื่อหลายต่อหลายสิบปีที่แล้วนั่นแหละว่า การพูดจาของ ส.ส.ฝ่ายตรงกันข้ามไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ราว ชนิดมีปากก็แทบไม่ต่างอะไรไปจาก รูตูด เพียงแค่นี้เท่านั้นเอง...ส่งผลให้ต้องเกิดการ ลุกขึ้นมาประท้วง แบบหาจุดจบ หาทางออก ทางไป แทบไม่เจอ กว่าที่ท่านประธานฯ เทพ โพธิ์งาม จะสามารถบีบบังคับ ส.ส.หม่ำ จ๊กมก ให้ถอนคำว่า รูตูด หันไปใช้คำสุภาพๆ ขึ้นมาหน่อย เช่นคำว่า ช่องระบายลมผ่าน กันแทนที่ หรือถอนคำว่า ขนตูด โดยให้หันไปใช้คำว่า เส้นผมบังช่องระบายลมผ่าน ไปพลางๆ ก็เล่นเอาบรรดาผู้ที่ได้รับชมรายการตลกยุคโบร่ำโบราณออกอาการดิ้นไป ดิ้นมา แทบอุจจาระแตก อุจจาระแตน คาเก้าอี้เอาเลยก็ว่าได้...

                       ----------------------------------------------------------

            และก็แน่ล่ะว่า...ฉากเหตุการณ์ทำนองนี้ ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเอาซะเลย สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาลเที่ยวนี้ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ รายการตลก แต่อย่างใด อันเนื่องมาจากการหยิบเอาประเด็นที่ออกจะหวีดหวิว ฉิวเฉียด มาพูดจาว่ากล่าวกันอย่างเป็นทางการ ชนิดไม่มีใครยอมใคร หรือไม่มีใครคิดอ่อนข้อให้ใครอีกต่อไป จนอาจกลายเป็นประเด็นที่หนักหนา สาหัส หนักหน่วงและรุนแรงโดยใช่เหตุ หรืออาจ กลบ เรื่องอื่นๆ ในแต่ละเรื่อง ที่จะหยิบมา เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ หรือ จุ๊บๆ จิ๊บๆ ไปด้วยกันทั้งหมดเอาเลยก็ไม่แน่ เพราะคงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า ความพยายามที่จะ ยกระดับ บรรดาสิ่งทั้งหลาย ทั้งปวง เหล่านี้ ให้กลายไปเป็น กระแส หรือให้ลุกลาม บานปลาย จนกลายเป็น ความคิด เป็น อุดมการณ์ นั้น ออกจะเป็นอะไรที่เอาจริง-เอาจัง อยู่พอสมควร...

                       ----------------------------------------------------------

            แม้ว่า...ยังถือเป็น โชคดี อยู่บ้าง ที่โดย ความเป็นไทย หรือโดยลักษณะพิเศษของสังคมไทย ได้ทำให้ใครต่อใครที่ถึงไม่ได้อยู่ใน ระบบ หรืออยู่ นอกรัฐสภา หันมารวมหัว-รวมตัว จนกลายเป็นพลังในการระงับ ยับยั้ง บรรดา กระแส ต่างๆ เหล่านี้จนชักเริ่ม เหี่ยวปลาย ลงไปบ้างแล้ว แต่ก็นั่นแหละ...สำหรับผู้ที่อยู่ภายในรัฐสภา หรือภายใน ระบบ แต่ละระบบ ก็ดูไม่ถึงกับจะขยันขันแข็ง ในการออกเรี่ยว ออกแรง ต่อบรรดาเรื่องเหล่านี้มากมายซักเท่าไหร่นัก จะด้วยเหตุเพราะ ระบบ แต่ละระบบ มันเป็นไปตามแบบฉบับ ข้าราชการ โดยทั่วไปหรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้ ความคึกๆ คักๆ ในแบบ ข้าของแผ่นดิน หรือผู้ที่เป็น หนี้แผ่นดิน เลยออกจะเจือจาง เบาบาง อยู่บ้าง ขาดแนวคิดใหม่ๆ ความริเริ่มใหม่ๆ อันเป็นอะไรที่น่าห่วง น่ากังวล มิใช่น้อย จนอาจต้อง เว้นระยะห่าง เอาไว้ให้พอเหมาะ พอควร เผลอๆ อาจต้อง สวมหน้ากากอนามัย ไว้ล่วงหน้าเอาเลยก็ไม่แน่...

                      -----------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Thomas L. Friedman ... Sometimes the news is in the noise, and sometimes the news is in the silence. บางครั้ง...ข่าว...อยู่ในเสียงอึกทึก และบางครั้ง...ข่าว...ก็อยู่ในความเงียบสงัด...”.

           -------------------------------------------------------------


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว