โลก...กับข่าวดีที่ยังพอมีอยู่


   

ปิดท้ายสุดสัปดาห์นี้...ไปว่ากันเรื่องของโลกน่าจะเข้าท่ากว่า เพราะยังพอมีอะไรดีๆ มีข่าวดีๆ ให้พอได้ใจชื้นขึ้นมามั่ง ส่วนบ้านเรานั้น ออกจะเป็นอะไรที่พะอืดพะอมอยู่พอสมควร เนื่องจากไม่ว่า ฝ่ายด่า-ฝ่ายเชียร์ หนักไปทางเลี่ยนๆ หรือเวอร์ๆ ไปด้วยกันทั้งคู่ เพื่อไม่ให้ขนลุกขนพองมากมายจนเกินไป คงต้องเปิดเล้าเปิดเข่งไก่บินไปแถวๆคาบสมุทรเกาหลีโน่นเลย...

                                                         ------------------------------------------

            คือช่วงระหว่างนี้...บรรยากาศในคาบสมุทรเกาหลีที่เคยเครียดๆ ทำท่าว่าหวิดๆ ใกล้ถล่มกันด้วยบ้องข้าวหลามยักษ์มะรอมมะร่อ ชักเริ่มออกอาการว่าน่าจะดีวัน-ดีคืน ไล่มาตั้งแต่ผู้นำเกาหลีใต้ นาย มุน แจอิน ที่ถือได้ว่าเป็นผู้ใฝ่ใจในสันติภาพมิใช่น้อย ได้ออกมาเสนอให้งดการซ้อมรบประจำปีกับกองทัพสหรัฐ 2 รายการในเดือนมีนาคมปีนี้ โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ต้องกระทบกระเทือนกับบรรยากาศการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว และต่อด้วยพาราลิมปิกของเกาหลีใต้ ที่จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ซึ่งถ้าหากเกาหลีใต้ไม่เอาด้วย ไม่มีใจที่จะร่วมซ้อมรบซะอย่าง ต่อให้ ทรัมป์บ้า บ้าซักเพียงไหน หรือกระเหี้ยนกระหือรือซักเพียงไหน ก็จะไปทำอะไรได้ มีแต่ต้องยอมรับ ยอมตกลงตามข้อเสนอประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเริ่มจากจุดนั้นนั่นแหละ...ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำท่าว่าจะดีวัน ดีคืน ขึ้นมาเป็นกอง...

                                                       --------------------------------------------

            คิมน้อย ที่เคยทำท่าว่าน่าจะบ้ามิใช่น้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับ ทรัมป์บ้า ก็หวนกลับมาพูดจาประสาดอกไม้กับพี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ในตระกูลคิม ตระกูลปัก ตระกูลมุน มาด้วยกันทั้งนั้น การเจรจาในเรื่องการร่วมมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว ส่งนักกีฬา กองเชียร์ นักแสดง มาร่วมงานแบบฉันพี่ ฉันน้อง ก็ค่อยๆ ยกระดับกลายเป็นการเปิดช่อง เปิดทาง ที่จะให้มีการเจรจาในเรื่องอื่นๆ ที่อยู่เหนือจากนั้นขึ้นไป แม้แต่เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ก็ยังได้ และนั่นเองที่ทำให้ ทรัมป์บ้า ค่อยๆ หายบ้าหรือลดอาการบ้าลงมามั่ง โดยเฉพาะหลังจากที่โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้แบบตรงไป-ตรงมา เริ่มเปิดร่อง เปิดรู แสดงท่าทีว่าพร้อมที่จะเจรจากับเกาหลีเหนือเช่นกัน แม้ว่าจะมีคำว่า ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ต่อท้าย เพื่อไม่ให้เสียเหลี่ยม เสียเชิง หรือเสียลูกบ้าไปโดยสิ้นเชิง...

                                                        -------------------------------------------------

            ใครที่เคยหวาดเสียว สยดสยอง ขนคอตั้งมาตลอดทั้งปี เมื่อปีที่แล้ว มาถึง ณ ขณะนี้...น่าจะพอขนเรียบ พอถอนหายใจได้มั่ง เพราะอุณหภูมิความร้อน ความตึงเครียด ที่เคยพุ่งปรู๊ดๆ ปร๊าดๆ มันเริ่มลดระดับลงมาไม่น้อยทีเดียว ซึ่งนอกจากจะต้องยกคุณงาม ความดี ให้กับจิตใจที่ใฝ่หาสันติภาพของผู้นำเกาหลีใต้ อย่างประธานาธิบดี มุน แจอิน แล้ว ยังคงต้องมองไปถึง ผู้ปิดทองหลังพระ อย่างคุณน้ารัสเซีย และคุณพี่จีน ที่พยายามยืนหยัด ยืนยัน ถึงจุดยืนในการแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีด้วยวิธีสันติภาพ หรือด้วยทางออกในการเจรจามาโดยตลอด แม้จะเป็นอะไรที่ยากเย็น แสนเข็ญ ต้องใช้เวลาในการตะล่อมแต่ละฝ่าย ซึ่งออกจะบ้าไปด้วยกันทั้งคู่ ไม่ได้ง่ายเหมือนกับการใช้ทางออกด้วยการ กดปุ่มนิวเคลียร์ บนโต๊ะของทั้งสองฝ่าย ที่ยังไม่รู้ว่าปุ่มไหนใหญ่ หรือยาว กว่ากันเพียงใด...

                                                           -----------------------------------------------

            โดยเฉพาะคุณน้ารัสเซียนั้น...ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ถึงกับลงทุนจัดให้มีการหารือในเวทีทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก ที่เรียกว่า Eastern Economic Forum หรือ EEF ขึ้นที่เมืองวลาดิวอสต็อก เพื่อที่จะหาทางเชิญชวนตัวแทนของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ให้มาร่วมจับเข่า จับหัวเหน่า มีโอกาสมองหน้า มองตา จ้องเข้าไปในลูกนัยน์ตาของกันและกันบ้าง และแม้ว่าจะถือว่าเป็นเวทีแบบ ไตรภาคี คือประกอบไปด้วยรัสเซีย-เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้แล้ว ยังไปจูงมือรองนายกรัฐมนตรีจีน นาย หวังหยาง (Wang Yang) ผู้ดูแลรับผิดชอบอภิมหาโครงการ One Belt, One Road ให้เข้ามาร่วมหารือ ภายในเวทีดังกล่าวควบคู่ไปด้วย...

                                                        -----------------------------------------------

            จนนำไปสู่การประดิษฐ์ คิดค้น โครงการพัฒนาด้านต่างๆ ระหว่างรัสเซียและอีกทั้ง 2 เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายระบบทางรถไฟทรานส์ไซบีเรีย ผ่าใจกลางเกาหลีเหนือแล้วต่อลงไปถึงเกาหลีใต้ โครงการพัฒนาท่อส่งก๊าซและท่อขนส่งน้ำมันจากภาคตะวันออกของรัสเซีย แผ่ไปยังเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยไม่ต้องเสียเวลามาลักลอบขนถ่ายน้ำมันกันกลางทะเลอีกต่อไป รวมทั้งโครงการแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าราคาถูก ที่ถือเป็นส่วนเกินของรัสเซีย ไปให้คาบสมุทรเกาหลีทั้งภูมิภาค อันจะทำให้เกิดอาการ วิน-วิน ไปด้วยกันทุกฝ่าย ตรงตามเป้าหมายอภิมหาโครงการ One Belt, One Road ที่มุ่งจะเปลี่ยนโลกทั้งโลก ให้เป็นไปในทิศทางที่ เป็นธรรมยิ่งขึ้น-มีเหตุผลยิ่งขึ้น-ร่วมแปรเปลี่ยนแรงกดดันจากการตกเป็นฝ่ายถูกกระทำให้กลายเป็นพลังอำนาจ-เปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาส-ขจัดการผูกขาดด้วยการอาศัยข้อตกลงที่จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันแบบ Win-Win Deal ที่ผู้นำจีนอย่างประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ว่าเอาไว้แบบเป๊ะๆๆ...

                                                        --------------------------------------------------

            ท่ามกลางความมุ่งมั่น เพียรพยายาม ของผู้ใฝ่ใจในสันติภาพ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อย ยากลำบาก และต้องใช้เวลาขนาดไหน สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างเลยค่อยๆ ดีวัน-ดีคืน อย่างที่ว่าไว้นั่นแล ไม่เพียงแต่ชาวเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เลยไปถึงชาวอเมริกันโน่นเลย จะมีโอกาสถอนหายใจได้บ้าง บรรดาพลโลกทั้งหลายก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย ต่างไปจากการอาศัย ลูกบ้า แบบหยาบๆ ง่ายๆ ของบรรดาผู้ใฝ่ใจในสงคราม หรือ ผู้ค้าสงคราม ทั้งหลาย ขนาดสงครามยังไม่ได้เริ่มต้นเอาเลย แต่ ทรัมป์บ้า ก็ฟันกำไรจากการขายอาวุธให้ญี่ปุ่น ด้วยการอาศัยบรรยากาศสงครามนั่นแหละเป็นตัวโฆษณา เรียกว่า...ไม่ว่าบ้ามาก บ้าน้อย แต่ขอให้ได้ตังค์เอาไว้ก่อน American First มันจึงเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่าทุเรศ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยประการละฉะนี้...แล...

                                                     -------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Niccolo Machivelli... He who makes war, his profession cannot be otherwise than vicious. War makes thieves, and peace brings them to the gallows.- ผู้ที่ก่อสงคราม คือผู้ที่ไม่ได้มีสถานะอาชีพใดๆ มากไปกว่าผู้ที่ชั่วช้าทั้งหลาย สงครามจะสร้างโจร ส่วนสันติภาพจะลากคอมันไปสู่ตะแลงแกง...

                                                       ---------------------------------------------------


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร