เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ถูกหลอกขายวิตามินเสริม


   

    นอกจากคำเตือนเรื่องผู้สูงวัยถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าหรืออาหารเสริมในโลกออนไลน์ การป้องกันด้วยการเลือกอาหารครบหมวดหมู่ที่เหมาะกับสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ย่อมเป็นสิ่งที่ลดทั้งการเสียเงินโดยใช่เหตุ และยังช่วยลดการตกค้าง ของสารพิษในร่างกายอีกด้วย 

 

(เกศกนก สุกแดง)

    พี่เกศกนก สุกแดง นักกำหนดอาหารวิชาชีพ จากสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมให้กับผู้สูงวัยไว้น่าสนใจ เนื่องจากหลายคนสงสัยว่าการเข้าสู่วัยหลัก 5 หลัก 6 จำเป็นต้องบริโภคอาหารกลุ่มนี้หรือไม่?? และเมนูที่คุณตาคุณยายควรรับประทานเป็นชนิดเดียวกับลูกหลานหรือไม่?? มีข้อมูลมาบอกกัน 

    เกศกนก นักกำหนดอาหารวิชาชีพ บอกให้ฟังว่า “ปัจจุบันนี้คนกินอาหารเสริมจนกลายเป็นอาหารหลัก ทั้งที่ความจริงแล้วมนุษย์เราไม่ว่าจะวัยไหน ควรรับประทานอาหารให้เป็นหลักมากกว่า หากถามว่าคนกลุ่มไหนที่ควรบริโภคอาหารเสริม คำตอบคือ “กลุ่มผู้ป่วย” เนื่องจากร่างกายต้องการการฟื้นฟู เพราะหากผู้ป่วยรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวอาจได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ 

 

(ผู้สูงอายุที่ป่วยหรืออยู่ในภาวะเบื่ออาหาร เป็นกลุ่มที่เหมาะสำหรับการบริโภคอาหารเสริม แต่ควรรับประทานแบบเว้นช่วง)

    นอกจากนี้ “กลุ่มผู้ที่เบื่ออาหาร” ก็จัดอยู่ในหมวดหมู่ ที่ต้องบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเช่นเดียวกัน ซึ่งหากผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วย แต่ซื้อผลิตภัณฑ์ตัวช่วยเหล่านี้มากิน เท่ากับเป็นการใช้งานที่ผิดประเภท และนั่นอาจทำให้กินแล้วเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ทางที่ดีแนะนำให้รับประทานเป็นช่วงๆ จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ 

 

 

    ยกตัวอย่าง การที่ผู้สูงอายุซื้อ “วิตามินซีอัดเม็ด” มารับประทาน อันที่จริงแล้วมีอยู่ในผักและผลไม้รสส้ม อาทิ ฝรั่ง, ส้ม, มะนาว, มะขามป้อม ฯลฯ และหากกินวันละ 1-2 เม็ด ก็สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้ หรือถ้ากินวิตามินซีต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน ก็จะสามารถป้องกันโรคทางเดินหายใจได้ประมาณ 3 วัน แต่ถ้าเรากินติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เราจะรู้สึกว่าร่างกายไม่ได้ต้องการอาหารเสริมเหล่านี้จริงๆ ที่สำคัญยังทำให้วิตามินซีดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจนเกิดขนาด กระทั่งกลายปัสสาวะออกมา หรือเป็นการบริโภคที่เปล่าประโยชน์ ที่เรียกกันว่า “ฉี่แพง” นั่นเอง การเลือกบริโภคอาหารที่วิตามินซีตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า เพราะสามารถเซฟทั้งสุขภาพและเงินในกระเป๋าได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ล้วนมีราคาสูง

    ส่วนคำถามที่ว่าผู้สูงอายุสามารถกินอาหารเหมือนคนทั่วไปได้หรือไม่ อันที่จริงแล้วคุณตาคุณยายสามารถบริโภคอาหารได้เหมือนกับลูกหลาน แต่ให้เน้นเรื่องการปรุงที่เหมาะสมกับช่วงวัย เพราะเมื่ออายุมาก การบดเคี้ยวของท่านอาจจะไม่ค่อยดี หรือการที่ท่านใส่ฟันปลอม เวลาเคี้ยวข้าวอาจทำให้กระแทกเหงือก ดังนั้นแนะนำให้หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ หรือตุ๋นให้นุ่มจะดีที่สุด ส่วน “แกงเผ็ด” ก็สามารถรับประทานได้ อาทิ “แกงเขียวหวาน” และ “แกงส้ม” ที่ไม่ต้องเผ็ดมาก พูดง่ายๆ ว่าหากผู้สูงอายุต้องการรับประทานอาหารชนิดไหน ก็ควรให้รับประทาน แต่ควรพลิกแพลงให้มีหลากหลาย หรือใช้สีสันที่น่ารับประทานเป็นตัวกระตุ้นให้ท่านเจริญอาหาร 

    ที่ลืมไม่ได้ เมื่ออายุมากขึ้น คุณตาคุณยายมักเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ดังนั้นอาหารที่บริโภคก็ควรลดปริมาณไขมันสูงลงมา โดยเฉพาะการ “เลี่ยงอาหารทอด” ที่ใช้น้ำมันปาล์มในการปรุง เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้จะทำให้อาหารเหลืองกรอบและดูน่ารับประทาน แต่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ส่งผลต่อน้ำหนัก และอาจทำให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด หากเป็นไปได้แนะนำให้เลือกใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันจำเป็น ซึ่งเหมาะสมกับสุขภาพผู้สูงอายุในการปรุงอาหารอย่าง น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

 

(คุณตาคุณยายที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่รุนแรง ควรบริโภคอาหารตามธรรมชาติที่มีสารอาหารครบถ้วนซึ่งได้จากผักผลไม้สด เพื่อป้องกันการได้รับสารปลอมปนอันตรายในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม)

    นอกจากนี้ อีกหนึ่งอาการที่พบได้ในผู้สูงวัย อาทิ “ท้องอืด” หรือ “แน่นท้อง” แนะนำให้ “บริโภคโยเกิร์ตรสธรรมชาติ” เพื่อช่วยเรื่องขับถ่าย ควรหลีกเลี่ยงการกินโยเกิร์ตใส่ผลไม้เชื่อม เพราะอาจยิ่งเพิ่มน้ำตาลในเลือดให้สูงยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังสามารถพลิกแพลงโดยการใส่มะม่วงสุก หรือผลไม้ตามฤดูกาลลงไป ก็จะช่วยเพิ่มการขับถ่ายได้ดี หรือการที่ลูกหลานปรุงเมนูสมูทตี้ปั่น หรือทำน้ำปั่นแบบไม่แยกกากจากผักผลไม้สดที่หาได้ในท้องถิ่น ก็สามารถเพิ่มสารอาหาร ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และเสริมวิตามินให้กับร่างกายของผู้สูงวัย เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร และลดการกินผลิตภัณฑ์อาหารเสริม กระทั่งทำให้เกิดโทษต่อร่างกายและเสียเงินโดยใช่เหตุได้”.


ได้ลองของใหม่..... ที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มักจะมาจากสายศาล กับสายตำรวจ มาถึง กกต.ชุดที่ ๕ เป็นครั้งแรกที่ประธานเป็นนักการทูต ไปดูกันก่อนว่า กกต.ชุดใหม่ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมานั้น มีใครบ้าง

ความลับที่ประชาชนรู้ไม่ได้?
นวัตกรรมมาหนังสือต้องไป?
'สามมิตร' ที่นายกฯ ไม่รู้จัก?
'เราเป็นคนไทยนะเว้ย'
'ณเดชน์' กลเม็ดใหม่ฝ่าย คสช.
'วันแม่' ในสังคมเลี้ยงเดี่ยว