เมื่อม็อบตีหม้อคิดเลียนแบบม็อบเคาะหม้อ


เพิ่มเพื่อน    

         ฮื่ออ์อ์อ์มม์ม์ม์...ถ้าหากใช้คำว่า เคาะหม้อ ฟังแล้วอาจไม่ถึงกับ บาดหู หรือ ระคายหู มากมายซักเท่าไหร่ แม้จะถือเป็นการลอกแบบ เลียนแบบ ม็อบพม่า ที่ออกมาเคาะกระทะ กระป๋อง กะโหลก กะลา ไปจนถึง หม้อ เพื่อต่อต้านเผด็จการของแท้และดั้งเดิม อย่างผู้นำทหารพม่า ซึ่งตัดสินใจก่อการรัฐประหารไปเมื่อวัน-สองวันมานี้...

                             ----------------------------------------------

            แต่ถ้าลองเปลี่ยนมาใช้คำว่า ตีหม้อ ฟังแล้ว!!!...ออกจะจั๊กกะจี้ จั๊กกะเดียม อยู่พอสมควร คล้ายกำลังปรารถนาและต้องการที่จะ กระชับช่วงชั้น ตามแบบฉบับ แนวทาง ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน หรือกำลังคิดแจกกล้วย แจกควายภาคอีสานให้กับผู้อื่น อะไรทำนองนั้น แต่กระนั้นก็ตาม...สำหรับอดีต เสื้อแดงตัวพ่อ หรือท่านประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดนแห่งฝรั่งเศส คุณพี่ จรัล ดิษฐาอภิชัย ก็อดไม่ได้ที่จะออกมาแสดงความกระเหี้ยนกระหือรือ ด้วยการเรียกร้องให้บรรดาชาวไทยทั้งหลาย ลุกขึ้นมากระทำการตามที่นัดหมายไว้ในวันที่ 10 ก.พ. แบบชนิด “ผมหวังว่า นักเรียน นักศึกษา ประชาชน จะไปร่วม...ตีหม้อ...กันเป็นหมื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการรบครั้งแรก...ต้องชนะ”...

                   --------------------------------------------------

            นี่...ต้องเรียกว่า ฟังแล้ว เสียววาบ ขึ้นมาโดยทันที ทันใด!!! เพราะการยุให้ใครต่อใคร ตีหม้อ นั้น อันที่จริง...แทบไม่ต้องเสียเวลายุแยงตะแคงรั่วแต่อย่างใด คือโดยปกติแล้ว...อาจระดับเป็นแสนๆ หรือเป็นล้านๆ เอาเลยก็ไม่แน่ ไม่ใช่แค่เป็นหมื่นๆ ที่ต่างพร้อมใจ ตีหม้อ กันภายในที่รโหฐานอย่างกิจวัตรและกิจการ แม้นในช่วง โควิด อาจลดจำนวนและปริมาณลงไปมั่ง เนื่องจากต้องเน้นการ เว้นระยะห่าง หรือต้องหันไปใช้ ไม้เขี่ย กันแทนที่ แต่สำหรับการ ตีหม้อ โดยเปิดเผย หรือตีกันตามสถานีรถไฟฟ้า หน้าหอศิลป์ อย่างที่บรรดาพวกเด็กๆ เมืองไทย เขาพยายามนัดหมายให้ออกมาตีกันเยอะๆ โดยเฉพาะในวันพุธ หรือวันหลังจากที่พรรคพวกตัวเอง ไม่ได้รับการอนุมัติ อนุญาต ให้ ประกันตัว ดังที่หวังและต้องการ อันนี้...ก็ยังนึกภาพไม่ออก ว่าจะมีผู้ลุกขึ้นมาตีหม้อในลักษณะดังกล่าว ซักกี่ร้อย กี่พัน หรือกี่หมื่น ดังที่ท่านประธานสมาคมนักประชาธิปไตยไร้พรมแดนแห่งประเทศฝรั่งเศส ออกแรงยุเอาไว้หรือไม่ อย่างไร.???

                                -------------------------------------------------------

            เพราะการลุกขึ้นมาตีหม้อ หรือเคาะหม้อในบ้านเราคราวนี้...มันออกจะต่างไปจากการเคาะหม้อ เคาะกระทะ เคาะกระป๋อง ฯลฯ ของประเทศบ้านใกล้-เรือนเคียง อย่างพม่าอยู่พอสมควร คือของเขาต้องออกมาเคาะ ออกมาตี เพราะจู่ๆ เผด็จการทหารดันลุกขึ้นมาปฏิวัติ-รัฐประหาร ทั้งๆ ที่เพิ่งเลือกตั้งกันไปหมาดๆ และเพราะเหตุที่รัฐบาลพลเรือนดันประสบชัยชนะแบบชนิดถล่มทลายอะไรประมาณนั้น หรือด้วยเหตุเพราะมันมีเงื่อนไข-เหตุปัจจัย ให้ต้องออกมาเคาะ ออกมาตี กันอย่างถูกต้องและชอบธรรม ต่างไปจากบ้านเราที่เพียงแค่ ไม่ได้ประกันตัว เท่านั้นเอง ไม่น่าจะถึงกับต้อง ลุกฮือ แต่ประการใด เพราะก่อนหน้านั้นแค่ไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมง ยังหันไปยกย่อง สรรเสริญ คำตัดสินของศาลสถิตยุติธรรม ที่วินิจฉัยชี้ขาดให้คุณน้อง ธนาธร สามารถเปล่งเสียง เราชนะแล้ว...แม่จ๋า กันเห็นๆ...

                          ----------------------------------------------------

            แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อช่วงหลังๆ นี้ อาจเพราะแทบไม่มีใครให้ โหน จนชักเริ่ม เหี่ยวปลาย ลงไปเรื่อยๆ การหันไป โหนพม่า จะช่วยให้ระเบิดเถิดเทิงกันเป็นหมื่นๆ หรือลุกขึ้นมา ตีหม้อ เป็นหมื่นๆ หรือไม่? อย่างไร? มาถึง ณ ขณะนี้ หรือขณะที่ข้อเขียนชิ้นนี้ปรากฏต่อสายตาท่านผู้อ่าน คงพอรู้ๆ กันไปมั่งแล้ว ว่าจะซักกี่สิบ กี่ร้อย โดยที่แต่ละราย...ดูจะไม่ค่อย สุภาพ-เรียบร้อย เหมือนอย่าง ม็อบพม่า เอาเลยแม้แต่น้อย แต่หนักไปทางหยาบๆ คายๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะคำพูด คำจา ตามมาตรฐานของพวกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเท่านั้น โดยกิริยา อาการ ยังหนักไปทาง รับไม่ได้ ซะอีกด้วยต่างหาก คือประเภทโดดเข้าชกเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบต่อหน้า ต่อตา หรือแบบไม่สนใจตัวบทกฎหมาย ไม่สนใจหลักนิติธรรม หรือการประนีประนอมเอาเลยแม้แต่น้อย...

                          -------------------------------------------------------

            อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ ม็อบ (เด็กๆ) เมืองไทย ถึงได้ปลุกลำบาก ยุลำบาก!!! เพราะดันไปทำลาย ความชอบธรรม ของตัวเองกันตั้งแต่เบื้องต้นและโดยตลอดเท่าที่ผ่านมา คือไม่ได้มี กาละ-เทศะ ไม่ได้ ประเมินสถานการณ์ ให้ถ้วนถี่ มุ่งแต่หวังจะ เหาะให้เกินลงกา เพียงลูกเดียวเท่านั้นเอง หรือแทนที่มุ่งเล่นงาน รัฐบาล กันแต่แรก ดันหันไปละลาบละล้วงจ้วงจาบ หันไป สร้างศัตรู กับผู้ที่ไม่ได้คิดเป็นศัตรูกับใคร หรือกับปวงชนชาวไทยรายหนึ่ง รายใด กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใด เอาเลยแม้แต่น้อย ผู้ที่พร้อมจะ ยังประโยชน์สุขให้แก่มหาชนชาวสยาม โดยถ้วนหน้าและต่อเนื่องมาโดยตลอด...

                           --------------------------------------------------------

            การขาดเสียซึ่ง กาละ และ เทศะ แถมยังอ่อนด้อยประสบการณ์ โดยเฉพาะในแง่ของการ ประเมินสถานการณ์ หันไปเชื่อคำยุแยง ตะแคงรั่ว ของบรรดาพวกคนแก่ คนชรา ประเภท แก่แล้ว-แก่เลย ทั้งหลาย โดยไม่ตรวจสอบ แยกแยะ ไม่ใคร่ครวญ พิจารณา ให้ชัดเจนและถ้วนถี่ ชนิดพร้อมหันไปแจกกล้วย แจกผลไม้รวม กับใครต่อใครเป็นหวีๆ เครือๆ อันนี้...มันก็เลยมีแต่ ตาย...กับ...ตาย ลูกเดียวเท่านั้นเอง ยิ่งสู้-ยิ่งเหี่ยวปลาย ยิ่งก้าวร้าว ยิ่งหยาบคาย ก็ยิ่งมีแต่จะใกล้คุก ใกล้ตะราง ยิ่งเข้าไปเท่านั้น ทั้งๆ ที่เพิ่งมีโอกาสได้ ตีหม้อ แค่ไม่กี่ทีเท่านั้นเอง ดัน ไม่ได้ประกันตัว หรือดันต้อง แห้งแล้ว-แห้งอีก อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย...

                            ---------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก German proverb”... He that pelts every barking dog, must pick up a great many stone. – ผู้ที่หวังจะขว้างสุนัขทุกตัวที่เห่า จะต้องเก็บและแบกก้อนหินเอาไว้เป็นจำนวนมหาศาล...”.

             ------------------------------------------------------------

 

 


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"