โชคดี...ที่ยังได้เกิดในเมืองไทย!!!


เพิ่มเพื่อน    

 

        เห็นว่าเริ่มมียิงๆ กันมั่งแล้ว!!!...สำหรับการประท้วงต่อต้าน เผด็จการทหารพม่า จะกระสุนยาง กระสุนจริง หรือกระสุนใดๆ ก็แล้วแต่ แต่เห็นว่าประชาชน พลเรือนชาวพม่า ที่ออกมา เคาะหม้อ เคาะไห เคาะกระทะ เริ่มมีบาดเจ็บ ล้มตาย ไปเป็นรายๆ โดยออกจะต่างไปจากการ ตีหม้อ หรือการประท้วง ต่อต้าน บิ๊กตู่ ของบ้านเราตามสมควร ที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยซะอีก ที่กลับเป็นฝ่ายหัวปูด หัวโน เป็นฝ่าย ถูกกระทำ โดยบรรดาพวก ตีหม้อ ซึ่งต่างไปจากพวก เคาะหม้อ อย่างเห็นได้โดยชัดเจน...

                        ------------------------------------------------------

            พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าจะโดยเนื้อหา สาระ หรือรูปแบบ คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า ระหว่าง ม็อบเคาะหม้อ ของชาวพม่าคราวนี้ กับ ม็อบตีหม้อ ของบ้านเราในช่วงเวลาเดียวกัน ออกจะเป็นอะไรที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจากกันและกันอย่างมิอาจนำมาเกี่ยวโยงและยึดโยงได้เลย แม้ว่าพร้อมจะ ชู 3 นิ้ว ในลักษณะเช่นเดียวกัน แต่ 3 นิ้วของพม่า และ 3 นิ้วของไทย ที่ต่างลอกเลียนมาจาก ฝรั่ง ด้วยกันทั้งคู่ ยังไงๆ...ย่อมต้องเป็นคนละนิ้วอยู่แล้วแหงๆ โดยนิ้วของใครจะยาวกว่า ใหญ่กว่า อันนั้นคงต้องไปพลิกตำราประวัติศาสตร์ หรือตำราเดอร์ตี้ โจ๊ก เพื่อหาข้อสรุป ข้อวินิจฉัย กันเอาเองก็แล้วกัน...

                         --------------------------------------------------------

            คือประเด็นอันเป็นเงื่อนไขและข้ออ้าง...ในการออกมาเคาะหม้อ เคาะกระทะ ของปวงชนชาวพม่าคราวนี้ ต้องถือว่ามี น้ำหนัก มีเหตุมีผลและมี ความชอบธรรม รองรับ อย่างมิอาจปฏิเสธได้โดยเด็ดขาด ต่างไปจากบ้านเราที่ อดีตทหาร อย่าง บิ๊กตู่ นั้นแม้จะเคยผ่านการปฏิวัติ รัฐประหาร มาก่อนก็ตาม แต่มาถึง ณ ขณะนี้...ก็ปรับตัว ปรับสภาพ กลายมาเป็น นักการเมือง หน้าใหม่ แบบเต็มตัวและเต็มตีนพอสมควร อะไรที่ยังดูมีเชื้อๆ ของความเป็นเผด็จการอยู่มั่ง อย่างน้อย...ก็ยังพอ ประนีประนอม กันไปตามสภาพ การลุกฮือขึ้นมา โหนพม่า หรือออกมา ตีหม้อ เลียนแบบการเคาะหม้อ เคาะไห ของชาวพม่า หลังจากที่พรรคพวกเพื่อนฝูงของตัวเอง ไม่ได้ประกันตัว จึงเป็นอะไรที่ออกจะ เบา โหวงๆ เหวงๆ เอามากๆ...

                       ----------------------------------------------------------

            แถมโดยกิริยา อาการ ก็ออกจะก้าวร้าว รุนแรง ไม่ได้คิดจะประแป้ง นุ่งโสร่ง อันพอช่วยให้ความละมุนละไมขึ้นมาได้มั่งเอาเลยแม้แต่น้อย คำว่า ควายภาคอีสาน ตัวโตๆ ที่ถูกฉีด ถูกพ่น เอาไว้ตามพื้น ตามผนัง แม้แต่รถราที่ถูกพลิกคว่ำ พลิกหงาย การปาพลุ ปาประทัดยักษ์ เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือรุมไล่ชก ไล่กระทืบ เอาดื้อๆ ระหว่างที่กำลังอ่านคำสั่งห้ามชุมนุมไปตามปกติ ฯลฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่แหละ...ที่ทำให้ ม็อบตีหม้อ ต่างไปจาก ม็อบเคาะหม้อ อย่างเห็นได้โดยชัดเจน อีกทั้งปฏิกิริยาตอบสนองระหว่าง เจ้าหน้าที่พม่า กับ เจ้าหน้าที่ไทย ก็อาจต่างแบบหน้ามือเป็นหลังตีนไปซะอีก...

                          ---------------------------------------------------------

            คือของไทยๆ บ้านเรานั้น...แค่ ฉีดน้ำ ปรี๊ดๆ ไม่กี่ที ก็ต้องขอโทษแล้ว-ขอโทษอีก ถูกสาดสีและตีไข่ (ขยำไข่) กันยังไงก็ตาม ก็ยังพร้อมอดทน อดกลั้น อีกต่อไป พร้อมที่จะจับๆ-ปล่อยๆ แบบเดียวกับประเภทหนังการ์ตูน ทอมแอนด์เจอร์รี่ อะไรประมาณนั้น แม้ว่าจะไม่ถูกใจ สะใจ ต่อบรรดาผู้ดู ผู้สังเกตการณ์รายใดก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าสะท้อนให้เห็นถึง ขันติธรรม ที่ออกจะน่าทึ่ง น่าประทับใจมิใช่น้อย เพราะถ้าหากลองเป็นของพม่าขึ้นมาแล้ว แวบเดียวเท่านั้น!!!...ก็ต้องเจอกับกระสุนจริง กระสุนยาง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย เห็นว่า...ขนาดเด็กๆ อายุแค่ 19 ปี ต้องหลั่งเลือด หลั่งเนื้อ เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะเท่งทึงไปแล้ว อย่างน่าสงสาร น่าเวทนา เอามากๆ...

                          -------------------------------------------------------

            การที่ทั้ง เนื้อหา-สาระ และ รูปแบบ ระหว่าง ม็อบตีหม้อ กับ ม็อบเคาะหม้อ หรือระหว่างไทยกับพม่า ที่ออกจะต่างกันแบบคนละเรื่อง-คนละม้วนเช่นนี้ จึงมิอาจนำมาเกี่ยวโยง ยึดโยง ระหว่างกันและกันได้เลย และนั่นย่อมทำให้การคลี่คลายสถานการณ์ในแต่ละระดับขั้น ไปจนถึง มุมจบ ย่อมผิดแผก แตกต่าง ไปจากกันและกัน อย่างมิอาจปฏิเสธได้ เพราะระหว่างที่ผู้นำทหารพม่าอย่างพลเอก มิน อ่อง หล่าย ชักเริ่มออกอาการซัดๆ ส่ายๆ แต่สำหรับพลเอก บิ๊กตู่ บ้านเราแล้ว ก็น่าจะยังคง โด่มิรู้ล้ม เหมือนอย่างเคย ทั้งๆ ที่ต้องเจอกับศึกในสภาและนอกสภา ภายในช่วงเวลาเดียวกันก็เถอะ...

                          --------------------------------------------------------

            สรุปรวมความแล้ว...ก็คงต้องถือเป็น โชคดี สำหรับประเทศไทย ที่จะด้วย พระบารมี พระสยามเทวาธิราช หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ที่ทำให้อะไรต่อมิอะไรมันไม่ถึงกับหนักหนา สาหัส จนเกินไป ไม่ว่าจะเจอกับ โควิด ซักกี่ครั้ง กี่ระลอก ก็ยังคงต้องถือเป็นประเทศที่ปลอดภัยและปลอดโรค ชนิดเทียบไม่ได้กับประเทศเล็ก ประเทศน้อย หรือประเทศยักษ์ใหญ่ที่ติดเชื้อและล้มตายกันเป็นแสนๆ ล้านๆ ดังนั้น...เมื่อต้องเจอกับ ม็อบตีหม้อ ที่ลุกฮือขึ้นมาพร้อมๆ กับ ม็อบเคาะหม้อ ในคราวนี้ ยังไงๆ ก็คงไม่ถึงกับลำบาก ยากเย็น มากมายซักเท่าไหร่ สามารถทำใจสบายๆ สามารถ ตีหม้อ อื่นๆ ได้ตามปกติ ไม่ถึงกับต้องไปซีเรียส ซีเครียด อะไรมากมายเกินไปนัก...

                                 --------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Robert J. Samuelson” ... In politics, there’s a fine line between too much conviction and too little.- ในทางการเมืองนั้น...มีเส้นกั้นบางๆ ระหว่างการลงโทษมากเกินไปกับน้อยเกินไป...”.

                   -------------------------------------------------

 

 

 


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว