ม็อบระอุ-สัญญาณดุ รอปะทุหากถึงจุดเสี่ยง!


เพิ่มเพื่อน    

      หลังสถานการณ์ม็อบการเมืองเริ่มหยุดนิ่งตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2563 เพราะทิศทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมแกว่งไปมา ข้อเรียกร้องเริ่มไม่ทรงพลังเหมือนช่วงแรกๆ ตั้งแต่ตอนเริ่มเคลื่อนขบวนใหญ่ 14 ตุลาคม 2563 ผนวกกับรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เริ่มมีภาพของการเคลื่อนไหวแบบฮาร์ดคอร์มากขึ้นเรื่อยๆ จนแนวร่วมจำนวนไม่น้อยเริ่มถอยห่าง รวมถึงปัญหาภายในแกนนำ-การ์ดผู้ชุมนุมและแนวร่วมกันเอง ที่มีปัญหาความขัดแย้งออกมาภายในออกมาเรื่อยๆ ผสมกับแกนนำหลายคนโดนคดีความรุมเร้า โดยเฉพาะคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 ที่ถูกแจ้งข้อหา-โดนหมายเรียกกันระนาว

      ยิ่งเมื่อมีสถานการณ์โควิดระบาดรอบสอง ตั้งแต่ช่วง 19 ธ.ค.2563 ต่อเนื่องยาวมาถึงกุมภาพันธ์ 2564 เลยทำให้สถานการณ์ "ม็อบสามนิ้ว" ที่ผ่านมาร่วมสองเดือนอยู่ในความนิ่งสงบ อาจจะมีการเคลื่อนไหวบ้างก็ประปรายตามแต่สถานการณ์และจุดชุมนุมแต่ละช่วง เช่นกรณีการชุมนุมที่ สภ.อ.คลองหลวง ปทุมธานี เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมมีการนำธงชาติลงจากยอดเสา และนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธง มีข้อความว่า 112” ขึ้นสู่ยอดเสาในสถานีตำรวจ จนสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการเคลื่อนไหว

      อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมก่อนหน้านี้ถือว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจ จนกระทั่งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเมื่อวันอังคารที่ 9 ก.พ. ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 แนวร่วม-แกนนำม็อบ เช่น พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน หลังถูกอัยการยื่นฟ้องกระทำความผิดตามมาตรา 112, ม.116, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นต้น     

      จึงทำให้การเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้วเริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ตั้งแต่การชุมนุมเมื่อ 10 ก.พ. ที่มีการชุมนุมหน้าหอศิลป์ กรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน ในกิจกรรม "ตีหม้อไล่เผด็จการ" และต่อมาตำรวจ สน.ปทุมวันเข้าควบคุมตัวผู้ร่วมชุมนุมบางส่วน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนไหวไปรวมตัวบริเวณหน้า สน.ปทุมวัน เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว และระหว่างนั้นเกิดเหตุมีเสียงดังคล้ายระเบิดปิงปองในจุดชุมนุม ต่อมาเมื่อการชุมนุมสิ้นสุดลง ก็พบว่าทรัพย์สินทางราชการของ สน.ปทุมวันหลายอย่างถูกทำลายด้วยการทุบกระจก ฉีดพ่นสีสเปรย์รถตำรวจรอบคัน เป็นต้น  

      และต่อมากับการชุมนุมของม็อบสามนิ้วอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีการเคลื่อนขบวนจะไปชุมนุมต่อบริเวณหน้าศาลหลักเมือง และเกิดเหตุเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดระหว่างตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุม-การ์ดการชุมนุม จนเป็นภาพข่าว-คลิปเสียงที่มีการเผยแพร่กันอย่างกว้างขวาง

      จากสองเหตุการณ์การเผชิญหน้ากันระหว่างม็อบกับตำรวจที่บริเวณ สน.ปทุมวัน และบริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง เริ่มทำให้หลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์ม็อบสามนิ้วหลังจากนี้อาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หากสถานการณ์เดินไปถึงจุดเสี่ยง เช่น แกนนำม็อบหลายคนโดนปัญหาคดีความแล้วไม่ได้รับการประกันตัว ก็อาจมีการนัดชุมนุมเคลื่อนไหวลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งการที่ม็อบชุมนุมแบบไม่มีแกนนำควบคุมการชุมนุม ก็อาจทำให้สถานการณ์เดินไปสู่จุดเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นการชุมนุมเพื่อกดดันกระบวนการยุติธรรม เหมือนกับใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ต้องพยายามควบคุมการชุมนุมให้ดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อยตามคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา จึงไม่พ้นที่การทำงานต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มม็อบ จนเกิดการเผชิญหน้าอย่างที่เห็นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่มีการระบุว่าตำรวจทำร้ายหน่วยแพทย์ในที่ชุมนุม

      หลังเหตุการณ์การชุมนุมดังกล่าวเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่มีความชุลมุนวุ่นวาย บริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง "พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล" แถลงไว้ว่า การที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปทำกิจกรรมที่ศาลหลักเมือง ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีสถานที่สำคัญอีกหลายสถานที่ เช่น วัดพระแก้ว ตำรวจจึงจำเป็นต้องตั้งแนวและมีกลุ่มบุคคลที่อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขว้างปาสิ่งของ ทั้งก้อนหิน ขวดน้ำ วัตถุที่ก่อให้เกิดระเบิดแรงดันต่ำ ทำให้ตำรวจบาดเจ็บทั้งสิ้น 23 นาย โดยตำรวจควบคุมตัวบุคคลในที่ชุมนุมได้ 11 ราย พบว่า 3 รายเมาสุรา จึงเปรียบเทียบปรับและปล่อยตัวไป ส่วนอีก 8 รายดำเนินคดี เช่น ความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

      อย่างไรก็ตาม ประเมินแล้วการเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้วหลังจากนี้คงเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำที่ไม่ได้รับการประกันตัว และการเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 อันเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาต่อไป หลังเริ่มเห็นแนวโน้มการชุมนุมที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับรอวันปะทุ.   


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"