ว่าด้วย “ความเปลี่ยนแปลง” หลังอภิปรายฯ


เพิ่มเพื่อน    

              อย่างที่ว่าไว้แล้วนั่นแหละทั่น!!!...ขนาด ท่านประธานฯ เทพ โพธิ์งาม เจอเข้ากับคำอภิปรายของ ส.ส.หม่ำ จ๊กมก ในรายการตลกยุคโบร่ำโบราณ เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว เพียงแค่คำว่า รูตูด คำเดียวเท่านั้น กว่าจะเกลี้ยกล่อม โน้มน้าว และปลอบประโลม กดดัน หรือบีบบังคับ ให้ถอน ให้เปลี่ยน มาใช้คำว่า ช่องระบายลมผ่าน กันแทนที่ ก็เล่นเอา เหนื่อย ชนิดสายตัวแทบขาด...

                                  --------------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะเป็น ท่านประธานฯ ชวน ที่อายุ อานาม ก็มากแล้ว แถมหัวใจไม่ได้สูบฉีดปึ๊บๆ ปั๊บๆ เหมือนตอนหนุ่มๆ อีกต่างหาก ไปจน ท่านประธานฯ ศุภชัย หรือ ประธานฯ สุชาติ ก็ตามที ล้วนแล้วแต่หนีไม่พ้นต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า เอามากๆ ในการควบคุม ดูแล บริหารและจัดการ การอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐสภาเที่ยวนี้ ที่เต็มไปด้วยคำด่า คำเหน็บแหนม จำนวนมิใช่น้อย ไม่ว่า ไอ้นักโทษ, หนูตาย, ปี๊บ, พ่อมม์ม์ม์-แม่มม์ม์ม์ไม่สั่งสอน ฯลฯลฯ เรียกว่า...กว่าจะเกลี้ยกล่อม โน้มน้าว ปลอบประโลม หรือข่มขู่ คุกคาม จนมีอันต้อง ถอน กันเป็นกระจุกๆ หรือบางรายไม่อยากเจ็บเลยเลี่ยงไป โกน กันแทนที่ ก็เล่นเอาแต่ละ ท่านประธาน ออกจะซูบซีด ทรุดโทรม กันไปมิใช่น้อย...

                              ------------------------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อ ความไม่ไว้วางใจ ตามระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตย ในแต่ละครั้ง แต่ละครา อาจถือเป็นการ ประหารชีวิตทางการเมือง เอาเลยก็ว่าได้ การแสดงออกถึงความหนักหน่วง รุนแรง ในคำพูด คำจา จึงอาจถือเป็นเรื่อง ปกติธรรมดา ของเวทีชนิดนี้ ที่ไม่ถึงกับต้องไปถือสา หาความ มากมายซักเท่าไหร่นัก ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า...อะไรคือน้ำ อะไรคือเนื้อ อะไรคือแก่น คือสาระ ที่สามารถจะหยิบมายังประโยชน์ให้กับปวงชนชาวไทย กับบรรดาผู้ฟังทางบ้าน หรือบรรดาเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลายได้มาก-น้อยขนาดไหน อันนั้นนั่นเอง ที่ถือเป็น หัวใจ สำคัญของเวทีการเมืองในลักษณะที่ว่านี้ โดยที่ใครพูดดี-พูดไม่ดี มีน้ำและมีเนื้อมาก-น้อยประการใด คงต้องไปวัดตัดสินกันเอาเอง ตาม รสนิยม ของใคร-ของมันก็แล้วกัน...

                                  -----------------------------------------------------

                และก็แน่ๆ แบบยิ่งกว่าแช่แป้งอยู่แล้วว่า...ยังไงๆ สำหรับรัฐบาล หรือบรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหลาย ท่านคง ผ่านฉลุย แบบเดิมๆ อย่างมิพึงต้องสงสัย โดยนับจากจำนวน คะแนนเสียง ที่เคย ปริ่มน้ำ มาตั้งแต่แรก มาถึงบัดนี้ก็พ้นน้ำชนิดแทบจะลดลงมาถึงสะเอวเอาเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยความดี-ไม่ดี ความถูก-ความผิด ตาม รสนิยม แบบของใคร-ของมันนี่เอง ที่อาจกลายเป็นผลพวง หรือผลภายหลัง อันจะนำไปสู่ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ความเปลี่ยนแปลง-ไม่เปลี่ยนแปลง ในแบบหนึ่ง แบบใด หรือไม่และอย่างไร???

                                  ------------------------------------------------------

                โดยถ้าว่ากันในระยะสั้นๆ หรือระยะปานกลางแล้ว...คงไม่ถึงกับเปลี่ยนแปลง หรือปรับเปลี่ยน มากมายซักเท่าไหร่ อาจเกิดการผุดลุกผุดนั่ง ใน เก้าอี้รัฐมนตรี แต่ละเก้าอี้ไปตามสภาพ ด้วยเหตุเพราะโดย เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย ไม่ว่าในสภาฯ หรือนอกสภาฯ ก็แล้วแต่ มันยังไม่ถึงกับสุกงอม แก่หง่อม มากมายซักเท่าไหร่นัก อีกทั้งบรรดาผู้ที่พยายามทึ้ง พยายามเขย่าทั้งหลาย ก็ยังไม่ถึงกับเชี่ยวกราก ไม่ได้บ่มเพาะประสบการณ์ มีเรี่ยว มีแรง ระดับมหาศาล พอที่จะโยกคลอนอะไรต่อมิอะไรกันได้ง่ายๆ ไม่ว่าในระดับรัฐบาล หรือเลยไปจากรัฐบาลก็ตามแต่ โดยแนวโน้มหลักๆ...ทุกสิ่งทุกอย่างจึงน่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้ เช่นเคย...

                              -----------------------------------------------------------

        แต่ก็นั่นแหละ...ท่ามกลางความไม่เปลี่ยนแปลง ก็ใช่ว่าจะหมายถึงความเป็นนิรันดรกาลก็หาไม่ แต่น่าจะหมายถึงช่วงเวลา หรือห้วงระยะเวลา ที่ทอดยาวออกไป ให้กับการ ดัดแปลง หรือการ ปรับปรุง ตัวเอง เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง เหมาะสม กับข้อเท็จจริง หรือความเป็นจริง ในแต่ละฉากเหตุการณ์ แต่ละสถานการณ์ เนื่องจากไม่ได้มีสิ่งหนึ่ง สิ่งใด ในโลกใบนี้ ที่จะยืนยงคงทน แบบไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้เลยแม้แต่น้อย มีแต่ต้องปรับปรุงและดัดแปลงไปกับกระแสความเป็นไปของโลกย์ หรือต้อง อนุวัตไปตามโลก อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ถึงจะมีสิทธิ์อยู่ยั้ง ยืนยง ยั่งยืนและถาวร ไปโดยตลอด...

                             -----------------------------------------------------------

                หรือพูดง่ายๆ ก็คือ สุดท้าย...หนีไม่พ้นต้องนำไปสู่การ ปฏิรูป กันจนได้นั่นแหละ นำไปสู่การปรับปรุง ดัดแปลง แบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่ถึงกับต้องหักโค่น ล้างผลาญ ทำลาย ให้ต้องพังพินาศวอดวายกันไปเป็นข้างๆ ทั้งนั้น ทั้งนี้ เนื่องจากการปรับปรุงและดัดแปลง ไปสู่สิ่งที่สอดคล้อง เหมาะสม ที่เหมาะ ที่ควร กับความเป็นไปของโลกนั้น ไม่อาจอาศัยเพียงแค่ความถูก-ผิด ไปตาม รสนิยม ของใคร-ของมันแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัย ความถูกต้อง ตามครรลอง-คลองธรรม อาศัย กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ แบบที่เรียกขานกันในนาม ธรรมะ นั่นแหละ เป็นสิ่งยึดมั่น ถือมั่น ไว้โดยตลอด มันถึงจะเป็น ความเปลี่ยนแปลง อันพึงประสงค์ หรืออันจะนำไปสู่การ ยังประโยชน์ ให้แก่ มวลมหาชนชาวสยาม ได้อย่างเป็นเรื่อง เป็นราว และเป็นจริง เป็นจัง...

                             ------------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Madeleine L’ Engle...“Truth is eternal, knowledge is changeable. It is disastrous to confuse them. - ความจริงเป็นนิรันดร์ ส่วนความรู้นั้นเปลี่ยนแปลงได้ ความสับสนในสองเรื่องนี้เป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ...”

                               -----------------------------------------------------------


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่