มองโลกให้สวยๆ เอาไว้ก่อน!!!


เพิ่มเพื่อน    

        ท่าทาง...น่าจะหนักหนา สาหัส กันไปมิใช่น้อย!!! สำหรับแวดวงสีกากี หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงนี้ ส่วนจะลุกลามไปถึงไหนต่อไหน หรือไม่? อย่างไร? คงต้องใช้ดุลพินิจ วิจารณาญาณ แบบของใคร-ของมัน กันเอาเองก็แล้วกัน แต่โอกาสที่จะ อยู่-เย็น-เป็นสุข น่าจะลำบากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพอ อยู่ๆ กันไปได้ อีกเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ก็ตามแต่...

                                   ---------------------------------------------------

        ยิ่งเมื่อเจอกับอาเฮีย คุณพี่ สนธิ ลิ้ม ท่านออกมา ควักหัวใจพูด ถึงความเคลื่อนไหวในแวดวงดังกล่าว ไปเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่เส้นเลือดโป่ง หัวใจสูบฉีด ต้องเคร่งเครียด ต้องซีเรียส กันไปเป็นแผงๆ คือไม่ว่าท่านจะ รับประทานดีหมี-หัวใจเสือ มาจากที่ไหนต่อที่ไหนก็ตามที แต่ระดับผู้พร้อมเสมอที่จะ เผาแบงก์ห้าร้อยเพื่อตามหาเหรียญบาท อย่างคุณพี่ สนธิ ลิ้ม นั้น ยังไงๆ...คงต้องเงี่ยหูฟังอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ส่วน ฟัง แล้วจะ ได้ยิน ไปถึงขั้นไหนต่อขั้นไหน อันนั้น...คงต้องไปคาดเดา ไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ กันเอาเอง...

                                     -------------------------------------------------

        แต่ก็นั่นแหละ...มันจะเป็น กรรมเก่า หรือ กรรมใหม่ ของแวดวงตำหนวด ก็มิอาจสรุปได้ชัดเจน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...การยื้อไป-ยื้อมา การไม่คิดจะ ปฏิรูป มาโดยตลอด แม้จะตั้ง คณะกรรมการ มาแล้ว 2 ชุด 3 ชุดก็ตามแต่ สุดท้าย...ยังหนีไม่พ้นต้องกลายสภาพเป็น ฤๅษีแปลงสาร กันไปซะนี่!!! อันนี้นี่แหละ...ที่อาจมีส่วนเอามากๆ ในการทำให้ผู้คนในแวดวงเหล่านี้ ไม่อาจ อยู่-เย็น-เป็นสุข กันได้โดยตลอด แม้จะพอ อยู่ๆ กันไปได้ มาในแต่ละยุค แต่ละสมัย รวมทั้งน่าจะทำให้ อดีตข้าราชการทหาร ผู้ยึดมั่นใน กลไกข้าราชการ จนไม่คิดจะ ทำตามสัญญา...ขอเวลาอีกไม่นาน หรือไม่คิดจะ ปฏิรูป อะไรเลย คงต้องพลอยลำบากไปด้วย อย่างช่วยไม่ได้...

                                   ----------------------------------------------------

        สรุปรวมความแล้ว...การแก้กรรม สแกนกรรม ไม่ว่าเก่า หรือใหม่ ยังไงๆ คงหนีไม่พ้นไปจากการ ยึดมั่นในธรรม เอาไว้ให้จงหนักนั่นแหละดี เพราะบรรดาอิทธิพลแห่งดวงดาวทั้งหลาย ไม่ว่าดาวเสาร์ ดาวพฤหัสฯ เนปจูน พลูโต หรือราหูใดๆ ก็แล้วแต่ คงไม่มีอำนาจ อิทธิพล เท่ากับ กรรม หรือการกระทำของตัวเราเองนั่นเอง การประกาศยึดมั่นในธรรม ตามแบบฉบับปฐมบรมราชโองการ ของล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าด้วย...เราจะยึดมั่นในธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมวลมหาชนชาวสยาม ที่ได้รับการพิสูจน์ทราบ ถึงพลังอำนาจและคุณูปการแห่งธรรมมาโดยตลอด และถูกนำเอามาต่อยอด โดยในหลวงรัชกาลที่ 10 จนตราบเท่าทุกวันนี้ ย่อมสามารถช่วยคุ้มครอง ป้องกัน ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปด้วยดีในท้ายที่สุดนั่นเอง...

                                  ------------------------------------------------------

        เพราะด้วยการยึดมั่นในธรรม หรือการเดินไปตาม ครรลอง-คลองธรรม นี่แหละ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ กรรม ใดๆ ก็แล้วแต่ สามารถผ่อนคลาย บรรเทาเบาบาง หรือได้รับการชดใช้ ไปตามความแน่วแน่ของการกระทำนั้นๆ ได้เสมอ แต่ยังสามารถช่วยให้เกิดประโยชน์สุข เกิดความอยู่-เย็น-เป็นสุข ภายใต้ร่มพระบารมีนับจากวันนั้น จนตราบเท่าทุกวันนี้ แม้ว่าบรรดา ตำหนวด ในแต่ละราย ท่านอาจยึดมั่นสิ่งใด สิ่งหนึ่งกันแทนที่ ไม่ว่าจะเป็น หลงจู๊สมชาย หรือ เสี่ยโป้ ก็แล้วแต่ หรือแม้ว่าอดีตข้าราชการอย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านจะยึดมั่นอยู่กับระบบราชการ กลไกข้าราชการ อย่างไม่คิดผันแปรไปอื่น อันนั้น...คงต้องปล่อยให้เป็น เรื่องของ...มึง ที่คงต้องไปว่ากันเอาเองก็แล้วกัน...

                                   -----------------------------------------------------

        ว่าไปแล้ว...ความตึงเครียด ซีเรียส ในแวดวงสีกากีในช่วงนี้ เผลอๆ อาจเป็นไปตาม ทฤษฎี ของ ป๋าเปลว สีเงิน เอาเลยก็ไม่แน่ คือทฤษฎีอันว่าด้วยการปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เน่า กันไปจนได้ที่ หรือระดับ ปลาร้าจ๊กสะเออะ อะไรประมาณนั้น หรือจนกว่าบรรดาความ เหม็น ทั้งหลาย กลายเป็นความ หอม กันแทนที่ การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง หรือการ ปฏิรูปตำรวจ อันเป็นสิ่งที่ยากเย็น แสนเข็ญ ยิ่งกว่าการเข็นภูเขาขึ้นครก อาจได้ฤกษ์ ได้เวลา จ๊กสะเออะ ในอีกไม่นานนับจากนี้...เอาเลยก็ไม่แน่!!! นี่...ถ้าหากมองโลกในแง่ดี หรือมองโลกให้สวยๆ เอาไว้ก่อน...

                                    ---------------------------------------------------

        อย่างไรก็ตาม...โดยสรุปรวมความแล้ว สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมหนีไม่พ้นต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง กันไปตามสภาพนั่นแหละทั่น เพียงแต่ว่า...ถ้าหากมันเปลี่ยนแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เปลี่ยนโดยมี ธรรม กำกับเอาไว้ไม่ให้เตลิดเปิดเปิงยิ่งไปกว่านี้ ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาตพยาบาทและชิงชัง ที่มีแต่จะยิ่งทำให้แย่ลง เลวลงหนักขึ้นไปอีก อันนั้นนั้นแหละ...ต้องถือเป็นการ ปฏิรูป อันเป็นสิ่งที่บรรดาปวงชนชาวไทยนับล้านๆ แสดงออกถึงความปรารถนาและต้องการมานานแล้ว และในจังหวะที่อะไรต่อมิอะไรกำลัง เน่า แบบได้ที่ ก็เลยต้องถือเป็นฤกษ์งาม ยามดี ถือเป็นจังหวะนาทีทอง ที่ไม่ถึงกับต้องไปซีเรียส ซีเครียด อะไรมาก...

                                  ------------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Robert Crais...There is great audacity in the willingness to change, and more than a little optimism. - ในความเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงนั้น ย่อมต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างใหญ่หลวงและทัศนะเล็งผลเลิศอยู่ด้วยมิใช่น้อย...

                               --------------------------------------------------------


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'