4 พยานปากเอก คดีแก้ 256 ศาล รธน.รอรับแรงกระแทก


เพิ่มเพื่อน    

      สัปดาห์นี้ "ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา” ได้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว. ในวันที่ 24-25 ก.พ. เพื่อพิจารณาวาระสำคัญ "ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1)” ฉบับที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาฯ พิจารณาแก้ไข รธน.มาตรา 256 โดยจะเป็นการพิจารณาในวาระสอง เรียงรายมาตรา ที่การเห็นชอบแต่ละมาตราตามร่างฯ ที่ผ่านการพิจารณาของ กมธ.จะใช้แค่เสียงข้างมากเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องได้เสียงเห็นชอบด้วยจากสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 เหมือนตอนวาระแรก

      ประเด็นสำคัญๆ ตามร่างดังกล่าว พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากร่างเดิมของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ผ่านวาระแรกมาพอสมควร เช่น เรื่องสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตามร่างของ กมธ.ฯ เสียงส่วนใหญ่เอาด้วยกับร่างแก้ไข รธน.ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ได้เอาตามร่างพรรคร่วมรัฐบาล คือให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด 200 คน

      จากเดิมที่ร่างฯ พรรคร่วมรัฐบาลให้มาจากเลือกตั้ง 150 คนเท่านั้น ขณะที่ "กรรมการร่าง รธน." ร่างของ กมธฯ ล็อกไว้ว่าต้องเป็น ส.ส.ร.เท่านั้น คนนอกหมดสิทธิ์จะมายกร่าง รธน.ฉบับใหม่ ส่วนกรอบเวลาการร่าง รธน. เขียนให้เวลา ส.ส.ร.ไม่เกิน 240 วัน เป็นต้น

      และเมื่อผ่านการพิจารณาของรัฐสภาวาระสองแล้ว ต้องเว้นไว้ประมาณ 15 วันถึงจะมาโหวตวาระสาม ทำให้ ประธานรัฐสภาต้องทำเรื่องขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ กลางเดือนมีนาคมต่อไป

       ท่ามกลางการถูกจับตาว่า สุดท้ายแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำกันมาทั้งหมดกินเวลาร่วมปี ผ่านการตั้งกรรมาธิการมาศึกษาหลายชุด จนถึงตอนนี้กำลังใกล้จะถึงโค้งสุดท้าย กำลังจะมี ส.ส.ร.มาร่าง รธน.ฉบับใหม่ กระบวนการต่อจากนี้จะเดินต่อไปได้หรือจะต้องล้มกระดาน ทุกอย่างโดนเซตซีโร เส้นทางเดินต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ถึงตอนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ไปแล้ว ไม่ใช่เสียงโหวตของสมาชิกรัฐสภา

      หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาล รธน.รับคำร้องคดีแก้ไข รธน.ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติส่งคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้มาตรา 256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมกับมีคำสั่งให้ 4 บุคคลส่งหนังสือบันทึกความเห็นตามประเด็นที่กำหนดส่งมาให้ศาล รธน. ซึ่งพบว่าทั้ง 4 คนดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดทิศทางคำร้องคดีนี้ว่า จะทำให้การแก้ไข รธน.เดินหน้าต่อไปได้หรือสะดุดหยุดลง

      ไม่ว่าจะเป็น มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน - อุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่าง รธน.ฉบับปัจจุบัน - ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่าง รธน.ฉบับแท้งก่อนใช้ ในยุค คสช. เพราะโดนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเทเสียงคว่ำ - สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการกรรมการยกร่าง รธน.ปี 2550

      โดยเฉพาะน้ำหนัก-ความเห็นของ "มีชัย" ในฐานะประธานกรรมการยกร่าง รธน.ฉบับที่ใช้อยู่ขณะนี้ย่อมมีผลแน่นอนต่อทิศทางการตัดสินคดีของศาล รธน. หลังก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ดร.อุดม อดีตกรรมการยกร่าง รธน.เคยไปร่วมชี้แจงกับ กมธ.แก้ไข รธน.แล้ว และระบุกลางที่ประชุมด้วยความเห็นส่วนตัวว่า มาตรา 256 มุ่งหมายเขียนออกมาเพื่อให้ หากจะแก้ รธน.ก็ให้แก้เป็นรายมาตราเท่านั้น ไม่ได้เขียนมาเพื่อให้เป็นประตูนำไปสู่การยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ โดยหากมีชัย ในฐานะผู้ร่าง รธน.ฉบับนี้มากับมือ ยืนกรานสำทับเข้าไปอีกรอบแบบ ดร.อุดม ก็ย่อมทำให้การแก้ 256 เสี่ยงไม่น้อยที่จะถูกล้มกระดาน!

      มีการคาดหมายกันในหมู่ ส.ว.ว่า คดีนี้ ศาล รธน.น่าจะตัดสินได้เร็ว เพราะเป็นคดีที่ไม่มีผู้ถูกร้อง เป็นแค่เรื่องการขอความเห็นในทางข้อกฎหมายจากสมาชิกรัฐสภา จึงทำให้ลดขั้นตอนการวินิจฉัยคดีไปได้มาก ดังนั้นหากตุลาการศาล รธน.เห็นว่าคำชี้แจงของทั้ง “มีชัย-อุดม-บวรศักดิ์-สมคิด” ได้ประเด็นครบถ้วนแล้ว รวมถึงได้เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น “บันทึกการประชุมกรรมการร่าง รธน. ตอนร่างมาตรา 256” เพื่อดูว่าตอนประชุม กรรมการมีเจตนา-จุดมุ่งหมายในการเขียนมาตรา 256 อย่างไร เพียงเท่านี้ก็น่าจะนัดลงมติตัดสินคดีได้แล้ว

       จึงมีการคาดกันว่า หลังการประชุมตุลาการศาล รธน. วันที่ 4 มี.ค. หากทุกอย่างเคลียร์แล้ว เป็นไปได้ที่ศาล รธน.จะนัดลงมติตัดสินคดีแก้ รธน.ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ต่อจากนั้น ที่ก็คือจะรู้ผลก่อนรัฐสภาโหวตเห็นชอบแก้ไข รธน.วาระสาม ที่มีข่าวว่าจะประชุม 17 มี.ค.

       หากสุดท้าย ศาล รธน.ตัดสินออกมาว่าการแก้ 256 เพื่อตั้งสภาร่าง รธน. มาร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำได้ ไม่ขัด รธน. ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป แต่หากศาล รธน.วินิจฉัยว่ามาตรา 256 ให้แก้ รธน.รายมาตราเท่านั้น หากจะแก้เพื่อไปร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำไม่ได้ หากจะทำจะต้องมีการทำประชามติก่อน ถ้าผลออกมาแบบนี้จนทำให้การแก้ รธน.ที่กำลังเดินหน้าต้องล้มกระดานทั้งหมด ศาล รธน.ก็ต้องเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกกันให้ดีๆ เพราะคงยิ่งกว่าทัวร์ลงชุดใหญ่.


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'