'บางกลอย'ยื้อ ขอที่ทำกินเพิ่ม นัดเจรจาอีกรอบ


เพิ่มเพื่อน    


    "ชาวบางกลอย" ยันไม่ย้ายกลับลงมาด้านล่าง ขอพื้นที่ทำกินครอบครัวละ 150 ไร่ต่อปี ทำไร่หมุนเวียนพื้นที่เดิมทุก 10 ปี จนท.อุทยานเห็นแย้ง หวั่นชาวบ้านคนอื่นจะขอที่ทำกินแบบเดียวกัน สุดท้ายส่งตัวแทนเจรจาอีกครั้ง 25 ก.พ.นี้ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยแจงเข้าใจผิด ชาวบ้านไม่ได้ขอ 150 ไร่ ขอแค่ปีละ 2.5-3 ไร่ มี 10 แปลงหมุนเวียน 10 ปี "ดำรงค์" ลั่นอย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน จี้นายกฯ-รมว.ทส.บังคับใช้ กม.อย่างเด็ดขาด 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน ใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน โดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์
    โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภาได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะพาชาวบ้านกลับออกจากป่าเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไร นายนอแอ๊ะยืนยันว่าจะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาจากพื้นที่บางกลอยล่างโดยเด็ดขาด
    ขณะที่นายประเสริฐ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่า พวกเขามีสิทธิ์ที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา 36 ครอบครัวต้องการทำไร่หมุนเวียน ครอบครัวละประมาณ 150 ไร่ต่อปี และต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ 10 ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัดแนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา
    เจ้าหน้าที่ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่า ถ้าทำตามความต้องการ 36 ครอบครัวจริง จะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า 5,400 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้องขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่นด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้โดยเร่งด่วน 
    หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกันราว 1 ชั่วโมง น.ส.เนตรนภาได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน 5 คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่าง ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ซึ่งฝ่ายอุทยานฯ จะส่งตัวแทนมาเจรจากับฝ่ายชาวบ้านเพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆ พร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบนจะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่า จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่ 25 ก.พ.นี้
    ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก 38 คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่ 21 คน เป็น 59 คน ซึ่งการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯ ทราบว่าทั้งหมด 59 คนจะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่ 25 ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงเป็นประธาน ระหว่างช่วงสุญญากาศคือก่อนวันที่ 25 ก.พ. เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่าและล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิดก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที 
    อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์ พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจที่ผืนป่าซึ่งกำลังจะเป็นมรดกโลกต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรกมีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ ยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่าโดยเฮลิคอปเตอร์
    ต่อมา นายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์หลังปรากฏคลิปวิดีโอและข่าว ว่าชาวบ้านบางกลอยที่ตัดสินใจเดินเท้าขึ้นไปบนใจแผ่นดินต้องการพื้นที่ทำกิน 150 ไร่ต่อครอบครัวในระยะเวลา 10 ปี ว่า จริงๆ แล้วชาวบ้านไม่ได้ต้องการพื้นที่ทำกินมากขนาดนั้น สิ่งที่ปรากฏออกไปจะทำให้ชาวบ้านถูกเข้าใจผิด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจคำถาม และถูกถามในลักษณะชี้นำ ยิ่งเมื่อถูกถามจี้มากๆ พวกเขายิ่งงง จึงตอบออกไปในลักษณะนั้น 
    ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยกล่าวว่า ที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่ 10 ไร่ แค่ปีละ 2.5 ไร่ หรือ 3 ไร่ พวกเราก็สามารถดำรงชีพได้แล้ว มี 10 แปลง หมุนไปเป็นวงรอบในระยะเวลา 10 ปี ครอบครัวหนึ่งก็สามารถอยู่ได้ ส่วนภาพที่ปรากฏว่าเกิดการทำลายป่าจำนวนมากนั้น อยากให้ลงมาดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ มันไม่ได้มากขนาดนั้น อยากให้เข้าใจชาวบ้านว่าสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่การทำลายป่า ถ้าพวกเขาทำลายป่า ไม่มีทางที่ป่าแก่งกระจานจะสมบูรณ์อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานภาครัฐพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสันติและหาข้อตกลงร่วมกัน 
    ที่รัฐสภา นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงว่า ขอเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายต้องหยุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ และอธิบดีกรมอุทยานฯ ต้องเด็ดขาด บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นำกะเหรี่ยงทั้งกว่า 100 คนลงมาอยู่ข้างล่าง เพราะขณะนี้นอกจากทำลายพื้นที่อุทยานฯ แล้ว ยังมีการล่าสัตว์ป่าทั้งเก้ง กวาง เลียงผา และอนาคตหากมีการขยายพื้นที่ไปเรื่อยก็จะเกิดปัญหาความขัดแย้งกับช้างป่า และเป็นเขาหัวโล้นเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.น่าน
    “ผมไม่ได้มีอคติกับชาติพันธุ์ แต่จะเอาทั้งหมดตามใจไม่ได้ อย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน เพราะเรื่องนี้จบตั้งแต่ 20-30 ปีที่แล้ว ทุกคนยอมลงมาหมด เลิกอ้างปู่คออี้ได้แล้ว คนไทย 30-40 ล้านคนก็ยังไม่มีที่ทำกินเลย ถ้ายอมให้พื้นที่นี้กลับขึ้นไป พื้นที่อุทยานฯ เขตรักษาพันธุ์ฯ และป่าอนุรักษ์อีก 60 กว่าแห่งที่เอาคนลงมาได้แล้ว ทุกคนก็จะขอกลับขึ้นไปบ้างได้หรือไม่ เกิดกลียุคขึ้นแน่ๆ กะเหรี่ยงดีๆ ที่อื่นก็มีเยอะ ไม่เห็นมีปัญหาเหมือนที่นี่ รัฐจัดสรรที่ดินให้หมดแล้ว แต่คุณเอาไปขาย กะเหรี่ยงที่อยู่นอกพื้นที่ ทั้งจากสวนผึ้ง หรือที่อื่นๆ มาซื้อต่อ บางคนก็จะเอาทั้งที่เก่า ที่ใหม่ บัตรประชาชนก็จะเอา สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมีเอ็นจีโออยู่เบื้องหลังที่ไปหนุนให้ชาวบ้านทำแบบนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แต่มองตาปริบๆ จะจับก็จับไม่ได้ จึงขอให้รัฐบาลดำเนินคดีนายทุนเอ็นจีโอที่อยู่เบื้องหลังด้วย" นายดำรงค์กล่าว. 


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'