ดัน‘อีอีซี’ตามเป้าหมาย เร่งเครื่องระเบียงผลไม้


เพิ่มเพื่อน    

นายกฯ เผยเดินหน้าอีอีซียังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะมีโควิด-19 หลายประเทศสนใจลงทุน

ย้ำบอร์ดอีอีซีเน้นกระจายการลงทุนในพื้นที่ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก "บอร์ดอีอีซี" จี้ทุกหน่วยงานเร่งเครื่องโครงการระเบียงผลไม้ หวังดันรายได้เกษตรกรเพิ่ม 30% พร้อมเปิดแผนพัฒนา 5G ในอีอีซี ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ประโยชน์ ดึงภาคธุรกิจหมื่นแห่งใช้     
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ว่า วันนี้มีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ผลปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมในหลายๆ กิจกรรม และที่สำคัญการดูแลประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องส่งมอบให้โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน จึงมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดูแล รวมถึงการหาที่อยู่อาศัยให้ โดยเฉพาะผู้บุกรุกเขตการทางรถไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องการพัฒนา เราต้องลดปัญหาของประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งเราไม่ได้บังคับ แต่ต้องเห็นใจว่าบางอย่างเป็นเรื่องของกฎหมายที่เราต้องดูแลเพื่อใช้ประโยชน์ให้สูงสุด
นายกฯ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เน้นในเรื่องของการลงทุนจากต่างประเทศ โดยอันดับหนึ่งคือประเทศญี่ปุ่น จีน  เนเธอร์แลนด์ และอีกหลายประเทศกำลังสนใจที่จะเข้ามา  ทั้งเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ของเรา ดิจิทัล และเครือข่าย 5 จี  ซึ่งส่วนนี้เราทำได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียนหลายปีล่วงหน้า คือการลงทุนพื้นฐานที่ใช้งานแล้วในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ทั้งภาคอุตสาหกรรมต่างๆ แพลตฟอร์ม หน่วยจัดเก็บข้อมูลคลาวด์ ซึ่งมีการลงระบบปักเสาไปแล้ว และจะขยายไปในอำเภอของจังหวัดที่เหลือคือฉะเชิงเทราและชลบุรี ให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ โดยจะมีการปักเสาเพิ่มเติมประมาณ 200 เสา ซึ่งจะมีการลงทุนต่างๆ เพิ่มเติม นี่เป็นเรื่องอนาคตของประเทศ
"ผมสั่งการให้อีอีซีให้ข้อมูลเพิ่มเติมทุก 3 เดือน  ทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ถึงแม้จะติดเรื่องโควิดก็ตาม แต่ได้มีการติดต่อกับเอกอัครราชทูต นักลงทุนต่างๆ มายังผม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบแนวทางในการลงทุนในระยะต่อไป ผมคิดว่านี่คืออนาคตของประเทศ ปัญหามันต้องเกิดทุกพื้นที่ แต่ปัญหาทุกปัญหาต้องแก้ไขได้ เราพร้อมเผชิญหน้าอุปสรรคและแก้ปัญหา และให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด"  นายกฯ กล่าว
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โดยภาพรวมการขอรับส่งเสริมการลงทุนในอีอีซีปี 2563 มีทั้งสิ้น 453 โครงการ มูลค่าการลงทุน  2.08 แสนล้านบาท คิดเป็น 43% ของการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ก็มีความก้าวหน้า การเตรียมพื้นที่โครงการ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน งานรื้อย้ายสาธารณูปโภคเร็วกว่าเป้าหมาย     นายอนุชากล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังกำชับให้ดูแลประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องส่งมอบให้การดำเนินการสาธารณูปโภคพื้นฐาน พร้อมย้ำรัฐบาลพร้อมเผชิญหน้าอุปสรรคและเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด และได้ย้ำแนวทางสำคัญในการสร้างความสมดุลการลงทุน เน้นเปิดกว้างให้เกิดการกระจายการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีความรู้ ดึงความชำนาญและนวัตกรรมจากทั่วโลก โดยเฉพาะการลงทุนในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับการพัฒนา ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่  Statrup ไทยที่มีศักยภาพ เพื่อให้เม็ดเงินถูกดึงออกมาใช้ลงทุน ช่วยแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งทุกโครงการต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังสั่งการให้ EEC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมทุก 1-3 เดือน เพื่อให้นักลงทุนต่างๆ และประชาชนรับทราบถึงการลงทุนในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)  เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินงานอีอีซี โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ ความคืบหน้าโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (อีเอฟซี) โดยล่าสุด สกพอ.ได้ร่วมกับ อบจ.ระยอง เตรียมจัดทำระบบสมาชิกชาวสวนผลไม้และกลุ่มสหกรณ์ที่พร้อมเข้าร่วมโครงการ โดยระยะแรกจะคัดเลือกจากกลุ่มชาวสวนทุเรียนที่ได้รับมาตรฐานสากลสำหรับส่งออก (GAP) ในเบื้องต้นโครงการอีเอฟซีตั้งเป้าสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 20-30%
ทั้งนี้ กรอบการขับเคลื่อนโครงการจะดำเนินการใน 4  แนวทางหลัก ได้แก่ 1.ศึกษาความต้องการตลาด เน้นศึกษาความต้องการ รสนิยม การบริโภคทุเรียน มังคุด และผลไม้ภาคตะวันออก เริ่มจากตลาดประเทศจีน 2.วางระบบการค้าใหม่ผ่านการค้าออนไลน์ (E-Commerce) และการประมูลออนไลน์ (E-Auction) พร้อมพัฒนาลงทุนบรรจุภัณฑ์ เพื่อขยายการส่งทางอากาศสู่ตลาดโลก เกษตรกรได้รับรายได้ตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง 3.จัดทำระบบห้องเย็น รักษาคุณภาพผลไม้ให้ส่งขายตลอดปี และ 4.จัดระบบสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องใช้เทคโนโลยีพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน ตรงความต้องการตลาด
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบการเร่งเครื่องสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน เพื่อดึงดูดการลงทุนในอีอีซีเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยจะเร่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุง เพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจ อาทิ การจัดระบบบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ One Stop Service และ Single  Window อำนวยความสะดวกพิธีการศุลกากรต่างๆ การกำหนดอัตราภาษีที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ เร่งดำเนินการเรื่องสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ให้เกิดการลงทุนรวมอุตสาหกรรมใหม่
    นายคณิศกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรับทราบแนวทางการดำเนินงานผลักดันการใช้ประโยชน์จาก 5G และการลงทุนพัฒนาระบบ 5G ในพื้นที่อีอีซี โดยมีแนวทางที่สำคัญ ดังนี้ 1.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน : จากสัญญาณ สู่ข้อมูลกลาง  ติดตั้งแล้วเกิน 80% ของพื้นที่ 2.ด้านการใช้ประโยชน์ :  ก้าวสู่ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเพิ่มผู้ใช้ 5G ในภาคการผลิต ผลักดันภาคธุรกิจ โรงงานในอีอีซี 10,000  แห่ง โรงแรม 300 แห่ง หน่วยราชการ สถานศึกษา โรงพยาบาล กลุ่มเอสเอ็มอี ให้มาใช้ 5G  ขณะเดียวกันจะนำ 5G สร้างประโยชน์ชุมชน ให้ชุมชนใช้ประโยชน์ 5G สูงสุด  ผลักดันให้บ้านฉางก้าวสู่ต้นแบบชุมชนอนาคต รวมทั้งนำ  5G มาใช้ประโยชน์ในแผนพัฒนาภาคเกษตร เกิดระบบเกษตรอัจฉริยะ และสนับสนุนการใช้ดิจิทัลเพื่อดูแลสุขภาพชุมชน รวมถึงการสร้างธุรกิจใหม่จาก 5G ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ 5G ในการพัฒนาหุ่นยนต์ และระบบออโตเมชัน      3.ด้านการพัฒนาบุคลากร เยาวชนไทย คือหัวใจ 5G  โดยได้ผลักดันเอกชน และสนับสนุนให้ทุกบริษัทที่จะมาลงทุนด้านดิจิทัล ให้เข้ามาร่วมลงทุนการพัฒนาคน โดยเน้นผลิตบุคลากรที่มีทักษะตามความต้องการของเอกชน ตั้งเป้าหมาย 3 ปี (2564-2566) รวม 115,282 คน ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 8,392 คน มีแผนในปี 2564-2565 จำนวน  62,890 คน และประสานกับบริษัทชั้นนำ เช่น Huawei, HP  ผลิตบุคลากรร่วมกันอย่างน้อย 44,000 คน และ 4.ด้านการมีส่วนร่วม และประชาสัมพันธ์ สร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ทุกภาคส่วน ให้เกิดการรับรู้การใช้ประโยชน์จาก 5G  และร่วมพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน.  

 


วันนี้ "๑๓ เมษายน" เป็นวัน "มหาสงกรานต์" เรารู้ แบบชินว่า..... ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ส่วน ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem