ส่อง 3 ตัวเต็งซ่อม ส.ส.นครศรีฯ เข้าคูหา 7 มีนาคม เลือกคนที่ใช่


เพิ่มเพื่อน    

       ระหว่างที่การเมืองระดับชาติกำลังวุ่นวายกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลประยุทธ์ 2/3 นั้น ลงใต้ไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ฝุ่นตลบอบอวลเช่นกัน

            อันเนื่องมาจาก วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 64 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดคูหาให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอพระพรหม และอำเภอจุฬาภรณ์ เข้าไปเลือกตัวแทนราษฎรอีกครั้ง

            ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ เทพไท เสนพงศ์ สิ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากคดีทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์

            จากเหตุนี้เอง บรรดาพรรคการเมืองต่างส่งผู้สมัครของตัวเองลงสนาม อย่างน้อยก็เป็นการวัดกระแสความนิยมในหมู่ประชาชนว่าเสียงตอบรับดีมากน้อยเพียงใด

            ทันทีที่ทราบว่า เทพไท สิ้นสภาพ ส.ส. ตกเย็นวันนั้น ทั้งพรรคกล้า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่รีรอ ประกาศเปรี้ยงส่งม้าลงสนามซ่อม และแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม

            สแกนผู้สมัครจาก 3 ค่าย เริ่มต้นจากฝั่ง พปชร. ส่งคนเดิม อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 4 เขาคนนี้เคยสอบตกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ 24 มี.ค.62 โดยแพ้ให้กับ เทพไท จากพรรคประชาธิปัตย์ 4 พันกว่าคะแนน

            รอบนี้จึงหมายมั่นปั้นมือหวังล้างตาทวงคืนเก้าอี้ อีกทั้งเห็นว่าการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีการโอนเงินให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปจับจ่ายใช้สอย จะเป็นอานิสงส์ส่งผลดีให้แก่พรรคพลังประชารัฐ

            ดูเหมือนงานนี้ พลังประชารัฐฮึกเหิม พกความมั่นใจเกินร้อย ยึดเขต 3 ได้แน่นอน

            ถึงขนาด สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ลั่นกลางรัฐสภา

                “ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ ส.ส.นครศรีธรรมราช 4 ต่อ 4 คน เท่ากับพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนโครงการคนละครึ่ง”

            ฟากเจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง “ประชาธิปัตย์” เมื่อ เทพไท หลุดจากเก้าอี้ ส.ส. เขาก็สนับสนุนน้องชาย พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 3 ป้องกันแชมป์ โดยหวังใจว่านโยบายประกันราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน และปลดล็อกกระท่อม จะถูกใจชาวใต้จนเทคะแนนให้ประชาธิปัตย์ได้รับใช้พี่น้องต่อไป

            ทั้งนี้ พงศ์สินธุ์ ไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่เสียทีเดียว เพราะเคยทำงานท้องถิ่น เป็นรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราชมาก่อน ชาวบ้านคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ เพียงแต่วันนี้ยกระดับมาเล่นการเมืองระดับประเทศ

            ชัยชนะหนึ่งเสียงครั้งนี้มีความสำคัญกับพรรคประชาธิปัตย์มาก เพราะจำนวน ส.ส.ของพรรคจะเท่าเดิม คือ 52 คน หรือจะลดลงเหลือ 51 คน ขึ้นอยู่กับสนามเลือกตั้งซ่อมคราวนี้

            พรรคจึงมีความจำเป็นยิ่งต้องรักษาฐานไว้ให้มั่น ประกอบกับในอนาคตอันใกล้ยังจะต้องสู้ศึกเลือกตั้งจังหวัดชุมพรอีกรอบ ฉะนั้นศึกศักดิ์ศรีนี้ยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

            ระหว่างที่สองพรรคใหญ่กำลังนัวเนียกัน ก็มีพรรคน้องใหม่ที่น่าจับตา นั่นก็คือ “พรรคกล้า”

            แม้ สราวุฒิ สุวรรณรัตน์ ผู้สมัครเบอร์ 1 ของพรรค จะใหม่ถอดด้ามในทางการเมือง แต่มีจุดแข็งตรงประสบการณ์ด้านธุรกิจส่งออกเครื่องถมเงิน เครื่องประดับของดีของนครศรีธรรมราช บวกกับไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย เมื่อตัดสินใจเล่นการเมือง สราวุฒิ ก็ลงพื้นที่ช่วยประชาชนตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่นครศรีธรรมราชปีที่แล้ว

นอกจากนี้ต้องยอมรับในชื่อชั้นของ กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ดีกรีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า อดีต ส.ส.กทม.หลายสมัย มีประสบการณ์ทางการเมือง จะเรียกว่าเหล้าเก่าในขวดใหม่ก็ไม่แปลก

            ทั้ง 2 คนเคยเป็นทีมนโยบายจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่สุดท้ายต้องแยกทางออกมาทำงานการเมืองในแบบฉบับตัวเอง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าเขาบอกว่า เลือก "สราวุฒิ" แถม "กรณ์-อรรถวิชช์" และถ้าชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าได้ทั้งพรรค เพราะมี ส.ส.คนเดียว ทั้งพรรคก็ต้องทำงานตอบแทนพี่น้องประชาชนเขต 3 นครศรีธรรมราช

            อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้เป็นโค้งสุดท้ายแล้ว เชื่อว่าพรรคการเมืองจะระดมสรรพกำลัง รวมทั้งงัดทุกเคล็ดวิชาทั้งบนดิน ใต้ดิน วัดกำลังกัน แต่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ “ชาวนครศรีฯ” ว่า จะลงปลายปากกาที่เบอร์ใด ระหว่างกลุ่มที่หาเสียงทีหนึ่งถึงจะได้เห็นหน้า หรือกลุ่มที่พอได้เป็น ส.ส.แล้วก็ทอดทิ้งประชาชน หรือกลุ่มที่ใกล้ชิดสอบถามความเป็นอยู่ และคอยบรรเทาความทุกข์

                ดังนั้น วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม อย่าลืมออกไปให้บทเรียนอันล้ำค่ากับพรรคการเมือง.

 


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่