ลุ้น 8 มีนา. 'ราษฎร' จ่อคุกต่อ ยุค 'ประยุทธ์' วังวนขัดแย้งลาม


เพิ่มเพื่อน    

     วันจันทร์หน้า 8 มี.ค.2564 มีกำหนดนัดคดีสำคัญที่จะชี้ชะตาแกนนำผู้ชุมนุมกลุ่ม “ราษฎร” อีกครั้ง ตามที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นัดแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร จำนวน 18 คน มาฟังคำสั่งคดี จากกรณีการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง ซึ่งมีการปักหมุดคณะราษฎร 2563 ด้วย โดยก่อนหน้านี้ 4 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ได้แก่ “อานนท์ นำภา” “เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์” “หมอลำแบงค์-ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม” และ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ถูกสั่งฟ้องคดีนำไปก่อน และไม่ได้รับการประกันตัว ต้องถูกคุมขังในเรือนจำจนบัดนี้

            ในส่วนผู้ต้องหาชุดใหญ่ 18 คนที่จะมีการสั่งคดีต่อจากชุด 4 คนก่อนหน้า พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ทำการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2564 ซึ่งในวันดังกล่าวตามหลักปฏิบัติยังเป็นแค่การส่งสำนวนจากตำรวจสู่อัยการเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นตอนที่อัยการจะสั่งคดีว่าฟ้องหรือไม่ฟ้อง โดยขณะนั้น กลุ่มราษฎรก็ปลุกกระแสกลัวว่าจะมีการส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลในวันดังกล่าว และอาจไม่ได้รับการประกันตัวจนต้องเข้าเรือนจำตาม 4 คนแรก แต่ในวันดังกล่าวก็ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น อัยการจะต้องนำสำนวนไปพิจารณาก่อนนัดสั่งคดีวันที่ 8 มี.ค.นี้ ที่จะเป็นของจริง

            ฐานความผิดที่ใช้ดำเนินคดีนี้มีข้อหาสำคัญคือ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับ ยุยง ปลุกปั่น มาตรา 116 ตามด้วยข้อหาอื่นอีกมากมาย โดย 4 คนแรกถูกส่งฟ้องต่อศาลอาญารวมข้อหามาตรา 112 ด้วย อันเป็นเหตุผลสำคัญหนึ่งที่ศาลไม่ให้ประกันตัวจำเลยทั้งสี่ ตามที่ศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งตอนหนึ่งว่า “จำเลยทั้งหมดปราศรัยด้วยถ้อยคำที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนชาวไทยผู้จงรักภักดีอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย” สำหรับในชุด 18 คนหลัง จะมี 3 คนที่โดนแจ้งข้อหามาตรา 112 ประกอบด้วย “รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” “ไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา”

            ดังนั้น ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ ถ้าอัยการพิจารณาแล้วไม่มีการเลื่อนนัดฟังคำสั่งออกไปอีก การส่งฟ้องต่อศาลก็คงจะเกิดขึ้น และจากบรรทัดฐานที่ศาลวางไว้ในการไม่ให้ประกันตัว 4 คนแรก ย่อมคาดหมายได้ว่า “รุ้ง-ไมค์-ไผ่” อาจต้องเข้าเรือนจำตามมิตรสหายในวันดังกล่าว ส่วนที่เหลืออีก 15 คนไม่โดนมาตรา 112 ก็ต้องลุ้นอีกครั้งว่าศาลจะเมตตาให้ประกันตัวหรือไม่ ในจำนวนนี้อาจยกเว้น “แอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์” ที่ล่าสุดโดนฝากขังและไม่อนุญาตให้ประกันตัวจากคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่โดนแจ้งข้อหามาตรา 112 ไปแล้วในคดีเผา จึงเหลืออีก 14 คนที่ยังลุ้นได้

            สำหรับบรรยากาศทางการเมืองนับจากนี้ โอกาสที่กลุ่ม “ราษฎร” จะชนะหรือมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น ต้องยอมรับว่ายังไม่เห็นหนทาง สภาพการณ์ของไทยแทบไม่ต่างจากฮ่องกงที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบผู้ชุมนุมไทยที่เล่นเป้าหมายใหญ่ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กับผู้ชุมนุมฮ่องกงที่เล่นเป้าหมายใหญ่ปลดแอกจากจีนแผ่นดินใหญ่ แรงสะท้อนกลับจากฝ่ายผู้ถืออำนาจรัฐก็เริ่มมากยิ่งขึ้นที่จะจัดการกับผู้ชุมนุม ด้วยการใช้กฎหมายอันนำไปสู่การคุมขัง และสลายชุมนุมอันนำไปสู่การปะทะ ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมก็เริ่มมีการตอบโต้จากความคับแค้นที่สั่งสมมากขึ้น จนนำไปสู่การจลาจลยากแก่การควบคุม อันตรายต่อบ้านเมืองอีกครั้ง

            อย่างไรก็ตาม หากย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมไทยเคยเรียกร้องเป้าหมายอันจำกัดอยู่ที่รัฐบาล ก็เคยถูกอำนาจรัฐจัดการปราบปรามไม่ต่างกันมากนัก นำมาสู่วิกฤติการเมืองไทยดังที่เคยผ่านพ้นมาแล้ว ขณะที่ครั้งนี้แม้กลุ่ม “ราษฎร” จะมีเป้าหมายใหญ่ แต่เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ให้รัฐบาลลาออก และการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ซ้ำยังอาจถูกล้มกระดาน ที่ต้องรอติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ และท่าทีของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่กลับมาเริ่มเสียงแข็งไม่ยินยอมให้แก้ไข ส่วนการเคลื่อนไหวนอกสภาโดยอีกกลุ่มอย่างเยาวชนปลดแอกและ REDEM ก็ย้ำถึงการชุมนุมไม่มีแกนนำ ที่รัฐไม่สามารถจับคนใดคนหนึ่งเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวได้

                จากสถานการณ์ทั้งหมดเหล่านี้ ในที่สุดภายใต้ยุคสมัยของรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่วังวนของความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง และเริ่มเห็นสัญญาณการเข้าสู่จุดสุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายของบ้านเมืองเพิ่มมากยิ่งขึ้นจากการปะทะที่ผ่านมา แม้ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ แกนนำกลุ่มราษฎรจะต้องเข้าเรือนจำเพิ่มอีก ก็ไม่ใช่หลักประกันที่จะหยุดความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นได้ และต่อให้จัดการผู้ชุมนุมไปเรื่อยๆ พร้อมเมินเฉยต่อข้อเรียกร้อง จนทำให้รัฐบาลคงอยู่ยาวต่อไป ก็ไม่มีใครเห็นอนาคตว่าประเทศไทยจะสงบได้จริง ตามที่รัฐบาลโฆษณามาตลอด.

นายชาติสังคม 


วันนี้ "๑๓ เมษายน" เป็นวัน "มหาสงกรานต์" เรารู้ แบบชินว่า..... ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ส่วน ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem