ปลื้ม‘เราชนะ’! รับสิทธิ์30ล้าน ยัน‘ถังไม่แตก’


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กตู่" ปลื้มเราชนะ ประชาชนรับสิทธิ์แล้ว 30.7 ล้านคน จับจ่าย 77,579 ล้านบาท กระจายสู่ระดับคนเล็กคนน้อยทั่วประเทศ ยันรัฐบาลไม่ถึงแตก เตือนทุจริตซื้อ-ขายสิทธิ์เป็นเงินสดมีความผิด ตรวจสอบได้ พร้อมถูกบันทึกประวัติในฐานข้อมูล

    เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha" ระบุว่า เราชนะไปด้วยกัน ผมได้รับรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ได้ขยายเวลาการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ “เราชนะ” สำหรับประชาชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ได้แก่ ผู้พิการ คนป่วยติดเตียง และคนชรา จากวันที่ 5 มีนาคม ออกไปจนถึงวันที่ 26 มีนาคม ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ขอให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น เพื่อประสานงานกับหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสินได้เลยนะครับ
    ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 5 มีนาคม มีผู้รับสิทธิ์โครงการ “เราชนะ” ไปแล้ว 30.7 ล้านคน ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการ แอปเป๋าตัง และบัตรประชาชนรวมกัน 77,579 ล้านบาท เม็ดเงินจำนวนมากนี้กระจายไปสู่ร้านค้าในชุมชน ร้านธงฟ้า แผงลอยในตลาดสด รถเข็นขายผลไม้ ร้านอาหาร คนขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ร้านตัดผม และอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการมากกว่าหนึ่งล้านสองแสนราย ทั้งหมดนี้จะถูกกระจายต่อไปอีกหลายทอด หมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจระดับฐานรากครับ
    นี่คือวัตถุประสงค์ของ “เราชนะ” ที่ให้เป็นสิทธิใช้จ่ายผ่านแอป  เพื่อให้เม็ดเงินลงไปถึงประชาชนทั่วไปในระบบเศรษฐกิจ ถ้าให้เป็นเงินสด ผู้ที่ได้รับสิทธิอาจจะสะดวก แต่ผมเชื่อว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่จะไหลเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิต ไม่ตรงเป้าที่เราอยากได้นะครับ
    ขอบคุณเจ้าของร้านค้าที่ขายสินค้าในราคาปกติ เพราะตอนนี้มีร้านค้าบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งผมได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ขออย่าทำกันเลยครับ โครงการนี้ สร้างโอกาสให้ท่านได้ขายสินค้าได้มากขึ้น ผมไม่อยากให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนครับ
    สิ่งที่ผมรับไม่ได้ก็คือ มีผู้ทุจริตรับซื้อสิทธิจากคนที่อยากได้เงินสด แล้วไปใช้สิทธิผ่านร้านค้าที่จัดตั้งกันขึ้นมา โดยไม่มีการซื้อขายจริง เพื่อเอาเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ออกมาจากกระเป๋าถุงเงินของร้าน ผมขอเตือนว่า อย่าทำ มันคือการโกงเงินหลวง และสามารถตรวจสอบได้จากระบบที่จะเตือนเมื่อมีธุรกรรมที่ผิดปกติ การซื้อขาย โอนเงินทุกครั้งจะถูกบันทึกไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ มีหลักฐานว่าใครซื้อ ใครขาย ใครเอาเงินออกที่ร้านไหน และโอนเงินไปอยู่กับใคร
    ที่ผ่านมาโครงการ “คนละครึ่ง” จับคนทุจริตได้ 700 ราย มีร้านค้าถูกยกเลิกไปแล้ว 200 ราย โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จับคนทุจริตทั้งโรงแรม คนที่ขายสิทธิรวมกัน 9 พันกว่าราย ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีฉ้อโกง อายุความ 10 ปี ผิดทั้งคนซื้อสิทธิ คนขายสิทธิ และร้านค้า ซึ่งทุกคนจะถูกบันทึกประวัติไว้ในฐานข้อมูล เพราะฉะนั้นผมย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าอย่าทำเลย
    ผมทราบจากสื่อว่ามีร้านค้าจำนวนมากมียอดขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่มีโครงการ “คนละครึ่ง” ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการ “เราชนะ” และอยากให้ขยายเวลาออกไปจนถึงสิ้นปี ผมดีใจที่ประชาชนได้ประโยชน์ตามเป้าหมายของโครงการ และขอให้ช่วยกันออกไปใช้สิทธิ์กันนะครับ การใช้สิทธิของท่านคือการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินไปข้างหน้า เป็นโครงการที่เราชนะไปด้วยกันครับ ขอบคุณครับ #รวมไทยสร้างชาติ
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวในรายการ PM PODCAST  ถึงการอัดฉีดเม็ดเงินผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ว่าตนทราบดี และเข้าใจถึงความเดือดร้อนประชาชน เราจึงต้องบริหารให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งหลายคนเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจ ขอเรียนว่าไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทั่วโลกได้รับผลกระทบทั้งหมด ที่มีสาเหตุมาจากโควิด โดยประเทศไทยได้รับข่าวดีจากบริษัท S&P Moody's และ Fitch ซึ่งเป็นสถาบันจัดเครดิตแนวหน้าของโลก ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของเรา จากการมีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง เสถียรภาพและวินัยทางการคลังอยู่ในเกณฑ์ดี ฐานะทางการคลังของประเทศไม่ได้ถังแตกอย่างที่พูดกัน ระดับเงินคงคลังเมื่อสิ้นเดือน ธ.ค.63 อยู่ที่ 473,000 ล้านบาท มากกว่าปีงบประมาณก่อนถึง 49.6 เปอร์เซ็นต์  
    นายกฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มขยายตัวดีขึ้น เพราะมีสัญญาณบวกจากการได้รับวัคซีนและมาตรการต่างๆ ที่มีผลปรากฏออกมา เช่น โครงการคนละครึ่ง เราชนะ เรารักกัน และช่วงตรุษจีนมีการใช้จ่ายคึกคัก ร้านค้าสะท้อนว่าได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งและเราชนะ ที่ทำให้ขายของได้สองเท่า สำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาตั้งแต่ปี 2563 ทั้งมาตรการเยียวยา มาตรช่วยเหลือเกษตรกร ฯลฯ ล่าสุดข้อมูลวันที่ 3 มี.ค.64 มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 14.7 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 92,412 ล้านบาท และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1,500,000 ร้านค้า ซึ่งตนอยากให้มีมากกว่า 2 ล้านร้านค้า.  

 

 


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่