จี้“คลัง”ยกเครื่องภาษีบุหรี่ใหม่ห่วงรัฐสูญรายได้4,000ล้าน!


เพิ่มเพื่อน    

 

8 มี.ค. 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผลการดำเนินงานของ ยสท. ในปีงบประมาณ 2563 พบว่า ภาพรวมปริมาณยอดขายบุหรี่ลดลงจากปีก่อน แต่มีกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีรายได้รวม อยู่ที่ 45,879 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณก่อนหน้า 9.7% ค่าใช้จ่ายรวม อยู่ที่ 45,304 ล้านบาท ลดลงมากกว่า 10% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2563 ยสท.มีกำไรสุทธิ 593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% และมีอัตราส่วนทำกำไรต่อผู้ถือหุ้น (ROE) 3.4% โดยหากไม่รวมภาระผูกพันในเรื่องค่าก่อสร้างสวนป่าเบญจกิติจำนวน 260 ล้านบาท ยสท. ก็จะมีกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 853 ล้านบาท

ขณะที่ยอดจำหน่ายบุหรี่ของ ยสท. ในปี 2563 เท่ากับ 17,473 ลดลง 6.3% จากปี 2562ที่ระดับ 18,645 ล้านมวน โดยมีส่วนแบ่งตลาดลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 58% ในปี 2562 เหลือ 55% ในปี 2563 โดยยอดจำหน่ายบุหรี่กลุ่มราคาสูงกว่า 60 บาท ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 9% ของยอดขาย ในขณะที่บุหรี่กลุ่มราคาต่ำกว่าหรือเท่ากับ 60 บาท มียอดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นเป็น 91% ของยอดขาย สะท้อนให้เห็นว่า หลังการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในปี 2560 มีการเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ ยสท. ที่มีราคาถูกลง และมีการหันไปสูบบุหรี่ต่างประเทศที่มีความได้เปรียบด้านความเป็น International Brand แต่ราคาขายปลีกเท่ากับราคาเท่าบุหรี่ ยสท.

“ผู้บริโภคบางส่วนยังหันไปสูบยาเส้นและบุหรี่เถื่อนที่มีราคาถูกว่าหลายเท่าตัว โดยปริมาณการบริโภคยาเส้นมวนเองในประเทศไทยในช่วงหลังจากปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เกือบเท่าตัว และบุหรี่เถื่อนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยแม้มีการห้ามนำเข้าบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา แต่ในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างมากในประเทศไทย ทำให้การขายหรือการส่งเสริมการขายบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ผ่านทางช่องทางสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ สะดวก ดังนั้น ประเทศไทยอาจไม่สามารถควบคุมกระบวนการลักลอบนำเข้าและค้าบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ได้ อันเนื่องมาจากมีความต้องการสินค้าดังกล่าวในปริมาณที่สูง” รายงานข่าว ระบุ

ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว มีการประมาณการว่ารัฐต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ในส่วนนี้ไปประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท อีกทั้ง การที่ ยสท. เสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่บุหรี่ต่างประเทศกระทบต่อผลประกอบการของ ยสท. ทำให้ไม่สามารถนำส่งรายได้เข้าสู่คลังมาเป็นเวลา 2 ปี หากกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตไม่เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างภาษียาสูบให้มีความเหมาะสม และส่งผลดีต่อรัฐบาล ระบบสาธารณสุขและธุรกิจของประเทศไทย คาดว่า ยสท. จะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดลงไปอีกและประสบภาวะขาดทุนในไม่ช้า

นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการ ยสท. กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินกู้ระยะสั้น จำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อให้ ยสท. ไว้ใช้จ่ายเมื่อมีความจำเป็น ว่า ไม่ใช่การกู้เงิน แต่เป็นเพียงการดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงที่ได้รับ โดยยืนยันว่า ยสท. ยังเป็นองค์กรที่มีความมั่นคงแข็งแกร่งมาก ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2563 ยสท. มีเงินสดคงเหลือในบัญชี 8,500 ล้านบาท โดย ยสท. มีกำไร 593 ล้านบาท และมั่นใจว่าในปีงบประมาณ 2564 ผลกำไรจะเพิ่มขึ้น และยังคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ 2565 อาจมีกำไรกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจาก ยสท.ได้ดำเนินการยกระดับประสิทธิภาพทางการบริหาร การผลิต การตลาด การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ ๆ การพัฒนารายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ครม. เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้ ยสท. กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องปี 2564 ซึ่งเป็นการเป็นการขอเปิดวงเงินกู้ระยะสั้น (โอดี) จำนวน 1,500 ล้านบาท ว่า สาเหตุที่ ยสท. ต้องขอกู้โอดีนั้น เนื่องจาก ยสท. มีรายได้จากการขายบุหรี่ลดลง

นอกจากนี้คาดว่ายอดการขายบุหรี่ 2564 จะไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าจะต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ถึง 50% ส่งผลกระทบกับกระแสเงินสดของ ยสท. ซึ่งคาดว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2564 จะเห็นอยู่ 1,540 ล้านบาท เมื่อต้องหักเงินส่งคลังแล้ว จะทำให้กระแสเงินสดของ ยสท. ติดลบ มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ทำให้ต้องขอวงเงินกู้โอดีไว้รองรับปัญหา


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.