
9 มี.ค. 2564 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2564 กรมฯ ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และได้เข้าพบผู้บริหารบริษัท ภูเก็ต เป๋าฮื้อ ฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตหอยเป๋าฮื้อ และพบว่าเป็นสินค้าที่มีศักยภาพ หากใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เช่น การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เครื่องสำอางบำรุงฟื้นฟูผิว และคอลลาเจนสกัดเย็นจากหอยเป๋าฮื้อพร้อมดื่มผสมน้ำผลไม้ เป็นต้น จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตลาดพรีเมียม และยังสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในการขยายตลาดไปต่างประเทศ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าประมง รวมทั้งหอยเป๋าฮื้อสด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูปจากไทยแล้ว ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ยังคงเก็บภาษีประมงบางรายการจากไทย รวมทั้งหอยเป๋าฮื้อที่ 5-16% และอินเดียยังเก็บภาษีนำเข้าสินค้าประมงบางรายการจากไทย
“หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตา มีมูลค่าทางการตลาดสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น โดยนำเข้าในรูปแบบอาหารสดแช่แข็ง และอาหารกระป๋องและแปรรูป และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยสามารถเพาะเลี้ยงหอยชนิดนี้ในเชิงพาณิชย์ได้ และได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพดี เนื้อเยอะ และเปลือกน้อย จึงช่วยลดการนำเข้าและทำให้ไทยส่งออกไปต่างประเทศได้ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และไม่เก็บภาษีนำเข้าหอยเป๋าฮื้อสด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูปจากไทยแล้ว ทำให้มีโอกาสในการขยายตลาดส่งออก และที่สำคัญยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้เอฟทีเอในการส่งออกได้ด้วย”นางอรมนกล่าว
ในปี 2563 ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงอันดับที่ 13 ของโลก มีมูลค่า 1,567.13 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ อาเซียน และเกาหลีใต้ สำหรับสินค้าหอยเป๋าฮื้อ ไทยส่งออกมูลค่า 4,788 เหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกสินค้าประเภทเป๋าฮื้อปรุงแต่ง ตลาดหลัก คือ เกาหลีใต้
นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ยังได้จัดสัมมนาให้ความรู้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกร “พรชนก” ผู้ผลิตผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ โดยผู้เชี่ยวชาญได้มีการแนะนำผู้ประกอบการให้เรียนรู้แนวทางและเทคนิคการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อให้สามารถพัฒนาและยกระดับสินค้าผ้ามัดย้อมท้องถิ่นจากวัตถุดิบธรรมชาติให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ และมีรูปแบบที่น่าสนใจ และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่เมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและชุมชนในจังหวัดภูเก็ตที่ประสบปัญหาขาดรายได้จากการท่องเที่ยว เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ 5 ชุมชนในตำบลกะรน ได้รวมตัวกันผลิตผ้ามัดย้อมจากวัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น สร้างแบรนด์ “ภูษาเล” หรือ “ผ้าจากทะเล” เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนทดแทนรายได้จากการท่องเที่ยว
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |