อึ้ง!ผลสอบบ่อน 253สีกากีเอี่ยว ชงผบ.ตร.เชือด


เพิ่มเพื่อน    

  "ผบ.ตร." ปัดฟันธงเปิดเก้าอี้ "ผู้ช่วย ผบ.ตร." หรือ "ผบช." รับ "บิ๊กโจ๊ก" กลับ สตช. โยน ก.ตร. 12 มี.ค.พิจารณาเหมาะตำแหน่งใด ข้องใจสื่อสนใจแค่ตำรวจคนเดียว อึ้ง! ผลสอบบ่อนภาคตะวันออกสีกากีเอี่ยว 253 นาย "จเรตำรวจ" เปิดรับร้องเรียนออนไลน์ วาง 9 กฎเหล็กห้าม ตร.โพสต์โซเชียล

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 11 มี.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ว่าเรื่องของเอกสารถ้าจะมีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะประมวลเสนอตนเอง ในฐานะผบ.ตร. แต่ตอนนี้ส่วนตัวยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่ได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ไว้ ถ้ามีหนังสือมา ก็ขอให้รีบประมวลเสนอมา
    "การจะขอโอนหรือขอรับโอนใครก็แล้วแต่ มีกฎกติกาอยู่แล้ว ส่วนการจะขอโอนอย่างไรนั้น ก็ต้องเริ่มจากความต้องการของหน่วย ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับคนที่จะมาด้วยว่าพร้อมหรือ ไม่ แต่ใครจะเริ่มกระบวนการเมื่อไหร่อย่างไร ขอให้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งตามขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาของ ก.ตร.และ ก.ต.ช. หากได้ข้อยุติและดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจะมีการแถลงให้ทราบในรายละเอียด" พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
    ถามว่ากระบวนการทั้งหมดน่าจะจบเมื่อไหร่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า อยู่ที่การประชุม ก.ตร.ว่าผ่านอะไรอย่างไร ขอเป็นวันที่ 12 มี.ค.แล้วกัน ซึ่งขั้นตอนปฏิบัติส่วนใหญ่ก็ต้องดูว่าเมื่อกลับมาแล้วเหมาะสมกับตำแหน่งไหน แล้วตำแหน่งนั้นเรามีหรือไม่ ถ้ามีและก็ความต้องการของคนที่มาตรงกัน อยู่ในหลักและกติกา อยู่ในกรอบกฎหมาย ก็สามารถบรรจุลงในตำแหน่งได้ เมื่อลงไปแล้วก็ต้องทำหน้าที่ที่บรรจุไว้ในตำแหน่ง
    ซักว่า ผบ.ตร.ไม่ได้ทำหนังสือขอรับตัวกลับใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ให้มันจบกระบวนก่อนแล้วมาจะตอบให้ ทิ้งไว้แบบนี้ก่อน ในเมื่ออะไรมันก็ยังไม่เป็นทางการ เอกสารอะไรอยู่ตรงไหนอย่างไรเอาให้จบตรงนี้ก่อน ส่วนตำแหน่งเมื่อกลับมานั้นตามระเบียบแล้วตำแหน่งอาจเท่าเดิม แต่ไม่น้อยกว่าเดิม หรือสูงกว่าได้ แต่ต้องดูหลายอย่างประกอบกัน ขอให้ชัดเจนก่อน
    "ผมไม่ได้รู้สึกหนักใจหรือกังวลใจอะไร แต่โดยส่วนตัวไม่เข้าใจทำไมสนใจเรื่องนี้กันเยอะ และทุกคนมีหน้าที่ความรับผิดชอบ" พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
    ถามว่าได้หมายตาไว้ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์รับผิดชอบอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า คงไม่ได้หมายตาอะไร เดี๋ยวคอยดูไป เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เป็นคนมีความสามารถ
    "ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงสนใจกันมากมาย ตำรวจมีตั้ง 2  แสนกว่านาย และทุกคนมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำไมไม่มีใครไปสอบถาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน อย่างไรก็ดี ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีเดียวกับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และที่ขอย้ายออกไปกลับเข้ามาก็มี" ผบ.ตร.กล่าว
    ขณะที่ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) แถลงความคืบหน้าการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบเล่นการพนันในบ่อนการพนันในพื้นที่ภาคตะวันออก ต้นเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่าหลังคณะกรรมการฯ ชี้มูล พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง,พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กับพวกรวม 7 นาย กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ทางผู้ถูกกล่าวหาได้ร้องขอขยายเวลาการสืบสวนออกไปอีก 30 วัน
    "คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่าเนื่องจากบ่อนการพนันดังกล่าวเปิดมานาน การสืบสวนจึงพาดพิงข้าราชการตำรวจเพิ่มอีกจำนวน 253 นาย จำแนกเป็นระดับชั้นนายพลถึง สว. จำนวน 53 นาย, ระดับ รอง สว.ถึง ผบ.หมู่ จำนวน 200 นาย ในสังกัด ภ.2,  บก.สส.ภ.2,  ภ.จว.ชลบุรี, ภ.จว.ระยอง,  กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี, กก.สส.ภ.จว.ระยอง, สภ.เมืองระยอง และ สภ.บางละมุง คณะกรรมการฯ ได้รายงานผลการสืบสวนพาดพิงให้ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาสั่งดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป" จเรตำรวจแห่งชาติระบุ
    วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิสนุ และพล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ หัวหน้าจเรตำรวจ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการระบบบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนของจเรตำรวจทางออนไลน์ หรือโครงการ JCoMS เพื่อช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเข้าถึงและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
    พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า ปี 2563 จเรตำรวจรับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 3,267 เรื่อง ดำเนินการเสร็จ 1,364 เรื่อง ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ 1,903 เรื่อง แต่เนื่องจากระบบการรับเรื่องทางเอกสารที่มีขั้นตอนมาก ล่าช้า ไม่ทันต่อความเดือดร้อนของประชาชน จึงนำการร้องเรียนทางออนไลน์มาใช้
    นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ยังแถลงเปิดตัวโครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นคู่มือแนะนำตำรวจให้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เกิดประโยชน์และถูกต้อง มีการวางกรอบประเภทข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่ 9 ข้อ 1.ข้อมูลเนื้อหาพาดพิงในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง 3.ข้อมูลที่มีลักษณะยั่วยุสร้างความแตกแยก 4.ข้อมูลความลับของทางราชการ 5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมาย 6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคดี  7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดย 8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม และ 9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นตำรวจ
    "มั่นใจว่ากรอบที่เราวางจะปกป้องเขา แต่หากทำนอกกรอบ มีผลกระทบเชิงลบต่อหน้าที่การงาน ก็ ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำ" ผบ.ตร.ระบุ.
 


"วาระแห่งชาติ" ฉีดวัคซีนโควิด "เริ่มแล้ว" CEO กว่า ๔๐ บริษัท "ร่วมรัฐ" เปิดจุดกระจายฉีด "นำร่อง" ใน กทม.ที่ "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" เมื่อวาน (๑๒ พ.ค.๖๔)

มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"