รพ.เอกชนยักษ์ใหญ่ มองหลังโควิดธุรกิจรพ.ไทย มีแนวโน้มเติบโตมากยิ่งขึ้น และมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักแข่งขัน


เพิ่มเพื่อน    


10 มี.ค.64 -โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จัดสัมภาษณ์พิเศษ ในหัวข้อ "การ Transform ธุรกิจโรงพยาบาลในยุคโควิด-19 กับก้าวต่อไปของบำรุงราษฎร์" สะท้อนมุมมองการดูแล รักษาผู้ป่วยทั้งในการดูแลและเชิงป้องกัน เพื่อช่วยเสริมให้ประสิทธิภาพการรักษา วิทยาการทางการแพทย์ให้มีมาตรสูงขึ้น 

รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้โรงพยาบาลในหลายแห่งต้องมีการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงระบบในการดูแลคนไข้ให้มีความปลอดภัย ซึ่งทางรพ.บำรุงราษฎร์เอง ก็ต้องมีการเปลี่ยนไปตามเทรนด์ แต่ยังคงเน้นในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย ให้ได้รับการรักษาที่ดีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ และจุดแข็งที่รักษาโรคซับซ้อนและวิกฤต รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษา เพราะไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ผู้ป่วยสูงวัยจึงไม่ได้มีแค่ 1 โรค จึงเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในการดูแลรักษา รวมไปถึงแพทย์ผู้ชำนาญการในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันพิจารณาถึงการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ในราคาที่สมเหตุสมผลคุ้มค่ากับการรักษาเช่น รักษาหาย และไม่ต้องกลับมารักษาซ้ำ หรือไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน เป็นต้น

"เรามีประสบการณ์และองค์ความรู้ จากการแพทย์ทั่วโลกตลอด 40 ปี หรือเรียกว่า Bumrungrad Rich Heritage ถูกจัดอันดับให้เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของไทย ด้วยคะแนน 92.05% และ Global Top 200 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกในปี 2564 หรือWorld's Best Hospitals 2021 จาก2,000โรงพยาบาลใน 25 ประเทศที่สำรวจโดย NewSweek ร่วมกับ Statista Inc บริษัท วิจัยข้อมูลระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในการเปิดเผยโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก โดยเกณฑ์การให้คะแนนพิจารณาจาก 3 ส่วน คือ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ใน 25 ประเทศ, ผลจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้ป่วย และ KPI ทางการแพทย์ในโรงพยาบาล เช่น ข้อมูลคุณภาพการรักษา และมาตรการด้านสุขอนามัย เป็นต้น"

ดังนั้นในทิศทางการดำเนินงานทางด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในปี 2564 นพ.ทวีสิน กล่าวว่ายังคงขับเคลื่อนการให้บริบาลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก ด้วยนวัตกรรม (World-class hotistic healthcare with nnovation) ในจุดแข็ง 3 ประการหลัก ประกอบด้วย 1. Critical Care การรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤต2.Complicated disease การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนหลายโรค หรือเป็นผู้ป่วยที่อ่อนแอ มีโอกาสทรุดหนักหรือเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงโดยมี Center of Excellence และ 3.Cutting-edge technology การรักษาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงรวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้นอาทิหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinc ช่วยศัลยแพทย์ผ่าตัด, MAKO แขนกลหุ่นยนต์เปลี่ยนข้อเทียม, คอมพิวเตอร์นำวิถี ฯลฯ 


“ในอนาคตอุตสาหกรรมทางการแพทย์จะเป็นหนึ่งใน megatrend ที่มีแนวโน้มเติบโต รวมถึงธุรกิจโรงพยาบาล จะถูกยกระดับความสำคัญและเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น  และการพัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร และนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย จะเป็นบทพิสูจน์ที่แสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์ของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะสร้างความมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้มาใช้บริการ และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศให้เกิดระบบนิเวศที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เช่นกัน” นพ. ทวีสินกลาว  


ผศ.นพ.ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ รองประธานอาวุโสปฏิบัติการด้านการแพทย์ (Medical Quality & Affairs & Informatics & Human Resources) รพ.บำรุงราษฎร์และผู้บัญชาการศูนย์โควิด -19 ของโรงพยาบาลฯ กล่าวก้าวต่อไปของบำรุงราษฎร์  มีแผนในการพัฒนาและขยายศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Centerof Excellence) มุ่งเน้นดูแลรักษาโรคเฉพาะทางได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกันการวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ ปัจจุบันโรงพยาบาลฯ มีการยกระดับ Center of Excellenceต่างๆ อาทิ ศูนย์ผู้ป่วยวิกฤต (Intensive Care Unit), ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน (Horizon Reginal Cancer Center),ศูนย์ปลูกถ่ายเนื้อเยื่อและอวัยวะ (Tissue & Organ Transplantation Center), ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ (UrologyCenter), ศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ (Digestive Diseases GI Center), ศูนย์ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก(Colorectal Surgery Center), สถาบันกระดูกสันหลัง (Spine Institute), ศูนย์โรคระบบประสาท (NeurologyCenter), ศูนย์หัวใจ (Cardiology Center) โดยแผนการขยายศูนย์ฯ ส่วนหนึ่งจะดำเนินการผ่านโมเดลธุรกิจBumrungrad Health Network ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 60 แห่งทั่วประเทศเพื่อขยายการเข้าถึงการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานบำรุงราษฎร์ในกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่อาศัยอยู่ในเขตปริมณฑลและตามภูมิภาคต่างๆ
 


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว