ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดร์


เพิ่มเพื่อน    

        ท่าทาง...น่าจะหมดแล้ว!!! ไม่ไหวแล้ว!!! สำหรับ ม็อบสามนิ้ว หรือสามอะไรก็แล้วแต่จะเรียก คือยิ่งสู้ยิ่งยุบ ยิ่งออกฤทธิ์ ออกเดช ยิ่งออกอ่าว ออกทะเล กู่ไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มียิ่งขึ้นเรื่อยๆ บรรดาผู้ที่ไม่อยากจะเอาด้วย ไม่เห็นควรด้วย มีแต่จะเพิ่มกับเพิ่ม ด้วยเหตุเพราะย่อมไม่มีใครอยาก ด้วน อยู่แล้วแน่ๆ...

                     -------------------------------------------------------

            แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ใช่แต่เฉพาะ ม็อบสามนิ้ว เท่านั้นที่จะลำบาก แต่บรรดาผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่ดันเกิดอาการเปรี้ยวมือ เปรี้ยวเท้า ชักอยากจะ ด่าบิ๊กตู่ ขึ้นมามั่งแล้ว ก็น่าจะพลอยลำบากไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้!!! คือไม่รู้จะด่าแบบไหน? ด่าอย่างไร? ถึงจะไม่ไปเข้าทางเท้า เข้าทางตีน ของพวกม็อบสามนิ้ว หรือผู้ที่อยู่เบื้องหน้า เบื้องหลัง อะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย จนอาจถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกัน ฝ่ายเดียวกัน หรือคนละเรื่องเดียวกันไปจนได้ มีแต่ต้องอาศัย ขันติ ซ่อมแซม ขันแตก ไปพลางๆ หรือต้องสงบปากสงบคำไปอีกเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ก็มิอาจรู้ได้...

                            -----------------------------------------------------

            อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ใครต่อใครเขาเลยต้องคิดลึกแบบคึกฤทธิ์ คือถึงกับมองว่า คิดว่า บรรดาม็อบสามนิ้วทั้งหลายนี่แหละถือเป็น แนวร่วมมุมกลับ ของนายกฯ บิ๊กตู่ ไปโน่นเลย หรือเป็นอะไรที่มีความปรารถนา-ความต้องการคล้ายๆ กัน ใกล้เคียงกัน เพียงอยู่คนละซีก คนละด้าน คนละฝ่าย อะไรประมาณนั้น คือขณะที่ม็อบสามนิ้วพยายามขับไล่ไสส่ง บิ๊กตู่ ด้วยการ โชว์โง่ แบบคราวแล้ว คราวเล่า ก็กลับยิ่งส่งผลให้ผู้ที่ฉลาดเป็นกรด ผู้ที่คล่องแคล่ว ว่องไว ในด้านฟุตเวิร์ก การถอยเข้า ถอยออก เด้งเชือก ฉากหลบ ตัดเวที อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ยิ่งดูดี ดูโดดๆ เด่นๆ ยิ่งขึ้นไปใหญ่...

                        ---------------------------------------------------

            จริง-ไม่จริง...ก็ลองไปคิดๆ กันเอาเองก็แล้วกัน แต่มาถึงทุกวันนี้ ถึง ณ วินาทีนี้ คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้โดยเด็ดขาด ว่าจะหาใครมาทดแทน มาทำน้ำอิ๊ว น้ำยา เกินไปกว่า บิ๊กตู่ ออกจะเป็นอะไรที่หายาก หาเย็น ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นอกเสียจากต้องรอไปจนถึง เลือกตั้งทั่วไป ครั้งใหม่เอาเลยโน่นแหละ หรืออีกประมาณ 2 ปี 3 ปี เป็นอย่างน้อย เผลอๆ...เลือกไป-เลือกมา มีสิทธิ์ที่ บิ๊กตู่ จะกลับมาดำเนินยุทธศาสตร์ชาติรอบใหม่ ครั้งใหม่ ไปอีกกี่ปีต่อกี่ปีก็ยังมิอาจสรุปได้ ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่มาก-ก็น้อย เพราะไม่ใช่แค่ในแต่ละสนาม เลือกตั้งซ่อม ที่พรรคแกนนำรัฐบาล อย่าง พลังประชารัฐ จะมาแรง แซงโค้ง ยิ่งขึ้นทุกที แต่จำนวน 250 ส.ว.ที่ยังคงมีอยู่ในมือ หรือกระเป๋ากุงเกงข้างซ้ายและข้างขวา เลยกางเกงในไปนี้ดๆ โหน่ยๆ ก็ยังเป็นตัวรับประกันการันตีไปโดยตลอดนั่นแหละ...

                          ----------------------------------------------------

            อันนี้...ก็เลยคงต้อง อยู่ๆ กันไป อีกตราบนานเท่าใด แบบไหน อย่างไร ก็ยังมิอาจคาดคำนวณได้ชัดๆ แต่ที่แน่ๆ ก็คือคงต้องหาทางปลุก หาทางกระตุ้น ขันติธรรม ในตัวตนของแต่ละคนเอาไว้ให้จงหนัก อย่าให้ต้องกลายเป็น ขันแตก เอาง่ายๆ เพราะไม่ว่า ความเปลี่ยนแปลง ใดๆ ก็ตาม ถ้าหากจะให้มันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นๆ ไม่ใช่เลวลงๆ ย่อมมีแต่ต้องอาศัยพลังของ ธรรมะ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม อันเป็นสิ่งที่รวมไว้ใน ขันติธรรม ในความอดทน อดกลั้น ต่อพฤติกรรม การกระทำของผู้อื่น ไม่ว่าจะในแง่บวก-แง่ลบก็ตามที มันถึงจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่อาจยกระดับและพัฒนาไปสู่ สามัคคีธรรม อันเป็นสุดยอดปรารถนาของประเทศใดๆ ระบอบปกครองใดๆ ก็แล้วแต่...

                      -------------------------------------------------------

            และอันนี้นี่เอง...ที่ทำให้ม็อบสามนิ้ว หรือผู้ที่อยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลังม็อบสามนิ้ว อาจไม่ได้ เข้าถึง และ เข้าใจ ให้ละเอียดถ่องแท้และถ้วนถี่ ความพยายามเคลื่อนไหว ผลักดัน พยายามสร้าง ความเปลี่ยนแปลง ใดๆ ก็ตาม มันจึงไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกต่อบรรดาผู้คนทั้งหลาย ว่ามันจะเป็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นๆ ยิ่งพยายามเพิ่มความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาท ริษยาและชิงชัง ยิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งก่อให้เกิดความรู้สึกถึงความ ฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น บรรดาผู้ที่ไม่อยากจะ ด้วน ทั้งหลาย เขาเลยไม่คิดจะ เห็นควรด้วย ไปด้วยประการฉะนี้...

                      ------------------------------------------------------

            แม้ว่า ความเปลี่ยนแปลง อาจถือเป็นสิ่งนิรันดรก็เถอะ!!!...หรือเป็นไปตามหลักการ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป อันถือเป็นกฎแห่งธรรมชาติอย่างมิมีผู้หนึ่ง-ผู้ใดสามารถปฏิเสธได้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่มุ่งไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นๆ ยังไงๆ...ย่อมก่อให้เกิดแรงกระตุ้น แรงจูงใจ มากไปกว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีแนวโน้มออกไปทางเลวลง แย่ลง อยู่แล้วแน่ๆ ยิ่งภายใต้วงจร วัฏจักร หรือภายใต้ วงรอบแห่งกาลเวลา ที่ทุกสิ่งทุกอย่างมีแนวโน้มที่จะเสื่อมลงๆ ความพยายามถ่วง พยายามรั้ง ความเสื่อมความเลวทรามต่ำช้าในแต่ละรูป แต่ละแบบ ด้วย ความดี ด้วยศีลธรรม คุณธรรม จึงเป็นอะไรที่ยังคงมีฤทธิ์ มีเดช มีอานุภาพและศักยภาพยิ่งกว่าความชุ่ย-เพียบพูนด้วยเล่ห์-โง่-และแสนทราม อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลย...

              --------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Peter Muller” (อีกครั้ง)... What’s lasting is not what resists time, but what wisely change with it. – สิ่งที่ยืนยงอยู่ยาวนาน หาใช่สิ่งต้านทานกาลเวลาไม่ แต่เป็นสิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนตามได้อย่างชาญฉลาด...”.

               ---------------------------------------------------------


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!