ว่าด้วยความแก่-ความชรา


เพิ่มเพื่อน    

           เห็นข่าวว่า...มวยแก่ มวยชรา รุ่นเนื้อผง เนื้อว่าน หรือรุ่นชามกระเบื้องยุคราชวงศ์ถัง (แตกลายงา) อย่างคุณลุง ไมค์ ไทสัน กับคุณปู่ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ทำท่าว่าจะโคจรกลับมาพบกัน ฟาดปาก-ฟาดกำปั้น ให้บรรดาเด็กๆ รุ่นหลาน รุ่นเหลน ได้มีโอกาสประจักษ์แก่สายตา ในอีกไม่นาน-ไม่ช้า หรืออีกประมาณเดือน-สองเดือนนับจากนี้เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                           -------------------------------------------------

            อันนี้...ก็ต้องเรียกว่า เล่นเอา ผงะ ตามสำนวนพาดหัวข่าวของไทยโพสต์ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ คือแทบสรุปไม่ได้ว่าดีใจ-เสียใจ-หรือใจหด-ใจหาย แต่เอาเป็นว่า...เล่นเอาพูดไม่ออก-บอกไม่ถูก อยู่พอสมควรเหมือนกัน ด้วยเหตุเพราะอดีตนักค้ากำปั้นทั้งสอง ล้วนแล้วแต่ แก่เกินแกง หนังเหนียวหนึบหนับยิ่งกว่าหนังรองเท้า หรือหนังสติ๊ก อะไรประมาณนั้น คือคุณลุง ไมค์ ไทสัน นั้น เกิดหรือลืมตาขึ้นมาดูโลกในช่วงปี ค.ศ.1966 วันที่ 30 มิถุนายน มาถึงบัดนี้ก็น่าจะประมาณ 55 ปีเข้าไปแล้ว ส่วนคุณปู่ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ดูเหมือนเกิดช่วงปี ค.ศ.1962 เดือนตุลาคม ขณะนี้ก็น่าจะปาเข้าไปประมาณ 59-60 ปี ถือเป็น ศึกหามลุงไปตีกะมันที แบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์เอามากๆ...

                       ------------------------------------------------

            แต่ถึงกระนั้น...ก็น่าจะมีคนอยากดู อยากชม และอยากเชียร์ กันอย่างชนิดเยอะแยะตาแป๊ะไก๋มิใช่น้อย เพราะผู้ที่ยังคงตราตรึงซึ้งใจกับช็อต กระโดดกัดหู ของคุณลุง ไมค์ ไทสัน ที่งาบเอาหูข้างซ้าย หรือข้างขวา ของคุณปู่ โฮลีฟิลด์ ก็จำไม่ได้ซะแล้ว ออกมาเป็นลิ่มๆ เป็นกระบิๆ แล้วถ่มถุยทิ้งไว้บนเวที ชนิดเล่นเอาใครต่อใครตกตะลึงตาค้างกันไปทั้งโลก หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่โดยสรุปรวมๆ แล้ว...การที่โปรโมเตอร์ หรือผู้ต้องการจัดให้มวยแก่ มวยชรา คู่นี้กลับมาโคจรพบกันเป็นครั้งที่ 3 อีกจนได้ จนถึงกับเสนอเงินรางวัลเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านเหรียญอเมริกัน หรือประมาณ 775 ล้านบาทไทยเป็นอย่างน้อย ย่อมถือเป็นข้อพิสูจน์ เป็นหลักฐาน ประจักษ์พยาน ว่าบรรดาผู้ที่ปรารถนาและต้องการอยากดูมวยแก่ มวยชรา กลับมาฟาดปาก ฟาดกำปั้น ซึ่งกันและกัน น่าจะมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย...

                       -------------------------------------------------

            คือจะเป็นเพราะ มวยเด็ก หรือแม้กระทั่ง มวยกรง ของประดาคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย มันอาจไม่ค่อยจะมันซ์ซ์ซ์ หรือออกไปทางซาดง ซาดิสต์ เอาเลยก็ไม่แน่ หรือไม่ได้คลาสส่ง คลาสสิก ไม่มีศิลปะ ลีลา ไม่ลึกซึ้ง ดื่มด่ำ น่าประทับใจหรือไม่ อย่างไร ก็ยากจะหาเหตุผลมาอธิบาย บรรดาผู้ที่อยากจะกลับไปชมมวยแก่ มวยชรา ที่อายุ-อานามปาเข้าไป 50-60 ปีเข้าไปแล้ว จึงยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมิใช่น้อย และนั่นเองที่น่าจะเป็นเหตุผลให้พวกโปรโมเตอร์ เขาถึงกล้าทุ่มเท ทุ่มทุน เป็นจำนวนเงินถึง 25 ล้านเหรียญฯ ให้กับการโคจรกลับมาพบกันของมวยคู่นี้ หรืออาจไม่แน่ว่า...จะเป็นเพราะความเป็นไปของ สังคมโลก ในทุกวันนี้ไม่อาจปฏิเสธคนแก่-คนชราต่อไปได้อีกเลย มีแต่ต้องยอมรับสภาพหรือต้องยอมอยู่ร่วมกันโดยสันติเท่านั้นเอง...

                       -------------------------------------------------

            เอาง่ายๆ ว่า...แม้แต่ สังคมไทย ของหมู่เฮาชาวไทยแลนด์ แดนสยาม ทั้งหลายก็เถอะ!!!...ถ้าว่ากันตามตัวเลขสถิติของหน่วยงานระดับโลก อย่าง United Nations World population Ageing ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หรือปี พ.ศ.2562 โน่นเลย ก็ได้ชี้ชัดเอาไว้ตั้งแต่นั้นแล้วว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ความเป็น สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aged Society แบบเต็มรูปแบบ คือเป็นสังคมที่จำนวนผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรภายในประเทศ อันถือเป็นมาตรฐานสากล แต่ว่ากันว่า...ภายในปีนี้ หรือปี พ.ศ.2564 นี่แหละ จำนวนประชากรที่มีอายุเกินกว่า 60 ปีของประเทศไทย สังคมไทย น่าจะมีสูงขึ้นไปถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั่วทั้งประเทศ หรือในจำนวนประชากรประมาณ 70-80 ล้าน อย่างน้อย...ย่อมต้องมีคนแก่-คนชราปะปนผสมผสานอยู่ไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านเป็นอย่างน้อย...

                      ---------------------------------------------------

            ด้วยเหตุนี้...การจะไปปฏิเสธบรรดาคนแก่-คนชราแบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ยังไงๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ หรือมีแต่จะก่อให้เกิดแรงเสียดสี เสียดทาน เกิดแรงโต้ แรงต้าน ชนิดเผลอๆ...บรรดาพวกเด็กๆ ทั้งหลายนั่นแหละ อาจต้อง เหี่ยวปลาย ลงไปในท้ายที่สุดก็ไม่แน่ การหันมารับรู้ รับฟัง และรับทราบ ข้อชี้แนะ ชี้นำ บนพื้นฐานความปรารถนาดีของคนแก่ อย่างจริงๆ จังๆ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ หรือยังไงๆ ย่อมสำคัญซะยิ่งกว่าการออกมายุ ออกมาเชียร์ ของบรรดาพวกที่หวังและต้องการเพียงแค่ใช้เด็กๆ เป็น เครื่องมือ หรือบรรดาพวก แก่แล้ว-แก่เลย ทั้งหลาย ที่ไม่ได้ ไมค์ ไทสัน หรือ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ เอาเลยแม้แต่น้อย หรือไม่ได้ เป็นมวย ใดๆ มาตั้งแต่แรก...

              ----------------------------------------------------

            เอาง่ายๆ...แค่ดูในแวดวงสื่อสารมวลชน หรือผู้ที่ต้องมีหน้าที่สะท้อน ต้องทำหน้าที่เชื่อมต่อ เชื่อมโยง ความรู้สึกของมวลชนทั้งหลาย คงเห็นได้ไม่ยากว่า...แทบไม่อาจหาเด็กๆ รุ่นใหม่มาทำน้ำอิ๊ว น้ำยาใดๆ ได้เลย ส่วนใหญ่หนักไปทาง มวยกรง ไปด้วยกันทั้งสิ้น คือซาดิสต์ มาโซคิสต์ไปตามเรื่อง ตามราว จนอาจต้องหันไปใช้บริการของมวยแก่ มวยชรา อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะเป็นอาเฮีย คุณพี่ สนธิ ลิ้มฯ ที่ถือกำเนิดเกิดมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2490 หรืออายุ-อานาม ปาเข้าไปถึง 74 ปีเข้าไปแล้ว แต่ยังคง ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง และ ร่อนไป-ร่อนมาอย่างผีเสื้อ ยากซ์ซ์ซ์ที่จะ แคช มี อีฟ ยู แคน กันได้ง่ายๆ...

                   -----------------------------------------------

            หรือคุณน้า อาเฮีย สุทธิชัย หยุ่น นี่ก็อีกรายหนึ่ง เกิดเมื่อ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2489 ปาเข้าไป 75 ปีเข้าไปแล้ว แต่ยังคง ขรั่บๆ-ขอรับๆ ถามคม ตอบคม ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ยิ่งถ้าเป็น ป๋าเปลว สีเงิน ของหมู่เฮาด้วยแล้ว ยิ่งน่า ผงะ เข้าไปใหญ่ คลอดออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2487 โน่นเลย ณ ขณะนี้...ก็ปาเข้าไป 77 ปีเข้าไปแล้ว แต่ถ้าคิดหันไปจิกใคร กัดใคร ขึ้นมาแล้วล่ะก็ ยิ่งกว่าเอามีดกรีด เอาทิงเจอร์ราด เอาพริกสดและพริกไทยขยี้ซ้ำ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า แม้ไม่ชอบ-ไม่เชื่อ โกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาทเพียงใดก็ตามที แต่การหาทาง อยู่ร่วมกันโดยสันติ กับบรรดาคนแก่-คนชราเหล่านี้ให้จงได้ จึงอาจถือเป็น ข้อเสนอที่เอ็งมิอาจปฏิเสธ ได้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะในสังคมที่ได้เข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ไปแล้วแบบเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด...

                      -----------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก S. Johnson” ... Old age, though despised, is coveted by all. - แม้ทุกคนจะไม่ชอบความแก่ แต่ทุกๆ คนก็อยากมีชีวิตอยู่จนแก่...”.

                   -----------------------------------------------

 

 


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!