
26 มี.ค.64 -นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมกรรญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและจะทวีความรุนแรงถึงขั้นนองเลือดซ้ำรอยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อีกครั้งหากยังปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ คือศูนย์กลางและเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคมไทย ที่ภาคประชาชนจะต้องร่วมกันปลดชนวนความขัดแย้งโดยเร็วที่สุดดัวยเหตุผลดังนี้
1.เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สร้างความปรองดองสมานฉันท์และปฏิรูปประเทศตามที่เคยให้สัญญาประชาคมเมื่อครั้งยึดอำนาจวันที่22พ.ค.2557จนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่มีท่าที่ว่าจะทำตามสัญญา และยังหักหลังกลุ่มมวลชน ทำให้แกนนำกลุ่มมวลชนต่างๆที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์และพวกอ้างความชอบธรรม ยึดอำนาจรัฐประหาร ต้องขึ้นสู่”สายพานมรณะ”ติดคุกตารางอย่างน่าเวทนา เป็นการแบ่งแยกแล้วปกครอง สร้างความแตกแยกทางสังคมมากกว่าเดิม สังคมไทยจึงไม่ได้สงบสุขตามที่โฆษณาชวนเชื่อ และยังอาศัยโครงสร้างสังคมแบบเก่าเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องค้ำจุ้นอำนาจของตัวเองไปเรื่อย
2.การร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อการสืบทอดอำนาจผ่านกลไกกติกาที่ไม่เป็นธรรม เมื่อประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เล่นเกมการเมืองคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หักหลังพรรคร่วมรัฐบาล ทำสวนทางงนโยบายที่ตนเองเคยแถลงต่อสภาอย่างน่าละอาย มิหนำซ้ำพล.อ.ประยุทธ์ ยังพูดท้าทายประชาชน ลุแก่อำนาจ หวังว่าจะใช้กติกาเดิมที่มี250 ส.ว.อยู่ในมือโหวตเลือกตนเองเป็นนายกฯอีกสมัย จึงเชื่อว่าตราบใดที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอำนาจจะไม่มีทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อย่างแน่นอน
3. พล.อ.ประยุทธ์ สร้างเครือข่ายอำนาจทั้งภาคราชการ ธุรกิจเอกชน มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมในการทุจริต คอร์รัปชัน จากโครงการขนาดใหญ่ จนระบาดถึงระดับรากหญ้า ใช้เงินหว่านล้อมซื้อนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านบางส่วนให้สวามิภักดิ์กับตัวเอง แทรกแทรกองค์กรอิสระจนไม่สามารถทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบได้ เมื่อพวกพ้องตนเองทุจริตจึงไม่สามารถเอาผิดได้ สร้างความเสียหายในทางเศรษฐกิจต่อประเทศชาติมากมายมหาศาล
4.ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกโจมตีมากที่สุด เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ มักแอบอ้างสถาบันสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง แทนที่จะเป็นกันชนปกป้องสถาบันกลับห้อยโหนนำสถาบันลงมาเป็นเกราะกำบัง จากที่สถาบันเคยเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย กลายมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากยังปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกต่อไป สถาบันจะตกอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง
5.เป็นที่น่าสังเกตว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนนักศึกษาพุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่แตะต้องพล.อ.ประยุทธ์ อย่างที่ควรจะเป็น ผิดปกติเข้าข่าย”ทฤษฎีสมคบคิด”ของพล.อ.ประยุทธ์ โดยใช้”ไอโอ”กระทำการรุนแรงต่อสัญลักษณ์สถาบัน สร้างความเกลียดชังและแตกแยกทั้งสองฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ผลเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด หากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปอย่างนี้จะมีประชาชนทั้งสองฝ่ายตกเป็น"เหยื่อ"อีกมาก
นายอดุลย์ กล่าวว่า บัดนี้ได้เวลาแล้วที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องสลายความเป็นสีเสื้อแล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนาม"สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย" เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งและความรุนแรง ด้วยการไล่พล.อ.ประยุทธ์ ลงจากอำนาจ ตามแนวทางสันติวิธีและมีอารยะ แล้วร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่ไม่มีฝักฝ่ายให้เกิดความปรองดองสามัคคีของคนในชาติภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |