เผด็จการพม่า...เหี้ยมเกินกว่าจะรับได้!!!


เพิ่มเพื่อน    

      ฮื่ออ์อ์อ์...คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า หนักไปทาง  โหด-เลว-ชั่ว เอาจริงๆ สำหรับ เผด็จการพม่า ที่ไล่ยิง  ไล่ฆ่า ประชาชนของตัวเอง อย่างชนิดไม่คิดจะบันยะบันยังเอาเลยแม้แต่น้อย เท่าที่ฟังจากอาเฮีย สุทธิชัย หยุ่น เห็นว่าเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 327  ศพ อะไรมันจะชั่งโหดร้าย ทารุณ ยิ่งไปกว่านี้แทบไม่มีอีกแล้ว...

                                                              -----------------------------------------------

            ขนาดเด็กๆ อายุแค่ไม่กี่ขวบ...ยังต้องหงายท้องตึง เพราะกระสุนเจาะหัว หรือเจาะหลัง ตามที่โทรทัศน์ทางการพม่าออกมาเตือนๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ล่าสุด...เห็นว่า นักบอลทีมชาติ ชุดยู-21 (Chit Bo Nyein) ก็ถูกฆ่า ถูกยิง ในลักษณะไม่ต่างไปจากกัน ตาม คำเตือน หรือ คำขู่ ของเผด็จการพม่าก็แล้วแต่จะคิด ถึงการ ยิงหัว หรือ ยิงข้างหลัง ถ้าหากใครยังคิดจะซ่าส์ส์ส์กับทหารพม่า ไม่ว่าจะโดยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่...

                                                               -------------------------------------------------

            คือมันออกจะหนักหนา สาหัส ออกจะถ่อย ออกจะเถื่อน เลยขีดจำกัดแห่งความเป็นมนุษย์เกินไปซะหน่อย  แม้จะโดยอาศัยเหตุผล ข้ออ้างใดๆ ก็ตามที ไม่ว่าจะโดยความกลัว การแทรกแซงจากต่างชาติแบบซีเรีย หรือลิเบีย อะไรประมาณนั้น ที่อาจต้องไล่ยิง ไล่ฆ่า เหมือนหมูเหมือนหมา เหมือนผักเหมือนปลา โดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่าจะเป็นชาติเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน ต่อไปอีกแล้ว  เพราะเท่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้มีชาติหนึ่ง ชาติใด ที่จะแสดงลักษณะอาการชนิดถึงขั้นคิดจะจุดชนวน สงครามกลางเมือง เอาเลยถึงขั้นนั้น จีนและอาเซียนก็ยังเงียบๆ เฉยๆ อเมริกาและตะวันตกก็ได้แต่ออกแรงกด แรงดันแค่เรื่องเศรษฐกิจ แถมปวงชนชาวพม่าก็ไม่ได้ถึงกับน่าเกลียด น่าชัง ระดับ ม็อบ 3 นิ้ว บ้านเราเอาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ไม่เห็นควรด้วย กับการ ล้มเลือกตั้งทั่วไปอย่างเป็นทางการ แบบดื้อๆ ทื่อๆ แบบไม่มีเหตุ-ไม่มีผล ของทหารพม่าเท่านั้นเอง...

                                                                 -----------------------------------------------

            แต่การฆ่าแล้ว-ฆ่าเล่า ยิงแล้ว-ยิงเล่า ตามไปไล่เหยียบ ไล่กระทืบ ใครต่อใครถึงภายในบ้าน ของบรรดาทหารพม่าทั้งหลายจึงเป็นอะไรที่เลยจุด เกินจุด เกินกว่าจะรับได้ จนแทบไม่อาจใช้คำเรียกว่า ทหาร ได้อีกต่อไป  เพราะแม้แต่คำว่า มนุษย์ ยังอาจถือเป็นการให้เกียรติเกินไปซะหน่อย จำได้ว่าในยุคที่อดีต ยังเติร์ก ของบ้านเรา อย่างพลตรี สัญชัย บุณฑริกสวัสดิ์ ท่านยังไม่ได้ลา-ละ-สละไปจากโลกใบนี้ ยังมีชีวิตอยู่และใช้ชีวิตศึกษาตำรับ ตำรา ทางการทหาร อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดีตนายทหารผู้ได้รับการเรียกขานในนาม เดอะ แกลบ รายนี้ ท่านเคยอ้างอิงตำรับ ตำรา ว่าด้วย ขีดจำกัด ของทหารหาญในแต่ละชาติ แต่ละกองทัพ ว่าสามารถยิงหัว หรือยิงหลัง ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้ไม่เกินไปกว่า 100 ศพเท่านั้นเอง เลยไปกว่านั้น...ก็ไม่อาจทนได้ รับได้ อีกต่อไป...

                                                                  --------------------------------------------------

            และถ้าหาก เดอะ แกลบ ยังคงมีชีวิตอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้...สงสัยคงต้องทิ้งดาบ เลิกนั่งสมาธิ แล้วหันไปเผาตำรับ ตำราวิชาการทหารกันแทนที่ เพราะ ขีดจำกัด ดังกล่าว ไม่อาจนำมาใช้กับ ทหารพม่า หรือ เผด็จการพม่า ได้เลย โดยเฉพาะทหารอย่างนายพล มิน อ่อง หล่าย ที่เติบโตมาจาก ผลประโยชน์ทางธุรกิจ มากกว่าที่จะถือเป็น ทหารแท้ โดยจะด้วยเหตุเพราะสิ่งที่เรียกว่า ผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ ที่ทำให้ความ เหี้ย...ย์ย์ย์มม์ม์ม์ ของนายพลผู้นี้ จึงเป็นอะไรที่เลยขีด เลยมาตรฐานของบรรดาทหารหาญทั่วๆ ไป..

                                                                     -------------------------------------------------

            อย่างไรก็ตาม...สำหรับบ้านเรานั้น แม้ว่าด้วยหลักการ ด้วยข้อจำกัดทางกฎระเบียบระหว่างมวลสมาชิกอาเซียนด้วยกัน อาจทำให้ต้องอิหลักอิเหลื่อ ต้องพะอืดพะอม ไม่ต่างไปจากบรรดาประเทศอาเซียนอีกหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ และอาจเหมารวมไปถึงประเทศจีนอีกด้วยก็ได้ แต่ก็นั่นแหละ...ใครก็ตามที่ดันหันไปยุ หันไปเชียร์ ทหารพม่า โดยอาศัย  ความกลัว แบบหยาบๆ ง่ายๆ คือกลัวว่าอเมริกาและตะวันตกจะฉวยโอกาสแทรกแซงพม่าแบบลิเบีย แบบซีเรีย ไปโน่นเลย อันนี้...นอกจากต้องถือว่าหยาบแสนหยาบ ทื่อๆ บื้อๆ ไปตามจินตนาการหรือตามการ มโน ของตัวเองเท่านั้นแล้ว ยังเป็นอะไรที่แทบไม่มีหัวจิต หัวใจ ความเป็นมนุษย์ติดปลายนวมเอาไว้มั่งเลย...

                                                                       ----------------------------------------------

            คือเจอเข้ากับการฆ่าแล้ว ฆ่าอีก ยิงแล้ว ยิงอีก ขู่ว่าจะยิงหัว ยิงหลัง กันแบบโจ้งๆ โต้งๆ เช่นนี้ ต่อให้มีเหตุผล ข้ออ้างใดๆ ก็แล้วแต่ มันออกจะ รับไม่ได้ ไปด้วยกันทั้งสิ้น ยิ่งถ้าหากลองหันมามองเหตุผลแบบลึกๆ แบบเป็นจริง  เป็นจัง ไม่ใช่ มโน ไปตามเรื่อง ตามราว ก็คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า มันคือ ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวกับ กองทัพ ไม่ได้เกี่ยวกับ ชาติ-บ้านเมือง เอาเลยแม้แต่น้อย ที่ทำให้ทหารธุรกิจ หรือ เผด็จการพม่า อย่าง มิน อ่อง หล่าย ถึงได้เหี้ยมสุดเหี้ยมอยู่จนทุกวันนี้ ต่างไปจาก เผด็จการเมืองไทย แบบคนละเรื่อง คนละม้วน...

                                                                          -------------------------------------------------

            เพราะบ้านเรานั้น...ไม่ว่าจะด้วย ผลประโยชน์ ใดๆ ก็แล้วแต่ แต่คงต้องให้ค่า ให้ราคา อยู่บ้างตามสมควร คือยังพอพลิ้วไหว ยังเลื่อนๆ ไหลๆ ได้อย่างมีจังหวะ จะโคน เป็นอย่างยิ่ง เรียกว่าขนาด 6 ปี 7 ปีผ่านมาแล้ว ยังแทบไม่มีใครตายชนิดเกินสิบ เกินร้อย เอาเลยแม้แต่น้อย สามารถอยู่ๆ กันไปได้ ไม่ว่าจะในแบบเลือกตั้ง หรือไม่เลือกตั้งก็แล้วแต่ หรืออย่างน้อยก็ยังสามารถเด้งเชือก ฉากหลบ ตัดเวทีออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ได้เสมอๆ โดยไม่ต้องไปสังหาร พร่าผลาญผู้ใด อย่างมากก็แค่ติดคุก ติดตะราง ไปตาม กรรม หรือตาม ผลแห่งการกระทำ ที่สร้างไว้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่โดยฝีมือผู้อื่น ด้วยเหตุนี้...ถึงจะหลุดมั่ง เลยมั่ง เช่นแค่เผลอๆ ไอ้...ห่า ออกมาแบบเต็มปาก เต็มคำ ก็อย่าถึงกับต้องไปถือสาหาความ ถือซะว่าขอกันกินยังมากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...

                                                                         -------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon (อีกครั้ง)...Heat  not a furnace for your foe so hot that it do singe yourself. - จงอย่าโหมไฟในเตาให้ร้อนเพียงเพื่อเผาศัตรูของท่าน เพราะมันอาจไหม้ตัวท่านเอง..."

                                                                                                        --------------------------------------------------


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!