ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลงทุนน้ำมัน มูลค่าเสียหายกว่า 500 ล้านบาท


เพิ่มเพื่อน    

1 เม.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ผบช.สอท.) พร้อม พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท.,พล.ล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2,พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ ผบก.สอท.5,พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ Operation Shutdown Petro Scam ตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี เชียงราย และเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลงทุนหุ้นเชื้อเพลิงปลอมทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ 15 ราย ยึดของกลางกว่า 100 รายการ เป็นเงินสด รถยนต์หรู และทองคำมูลค่านับล้านบาท

พล.ต.ต.ชรินทร์ กล่าวว่า คดีนี้ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายที่ทำธุรกิจน้ำมัน ว่าถูกหลอกลงทุนน้ำมันจนเสียหายไปกว่า 2.5 ล้านบาท หลังร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ปลอมชื่อว่า waw.sp9ige.cn มาตั้งแต่ปลายปี 2563 โดยคนร้ายมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องน้ำมัน อ้างว่าจะมีผลกำไรตอบแทนสูงถึงร้อยละ 30 ในระยะเวลาอันสั้น ระยะแรกเหยื่อจะได้รับเงินปันผลจริง สามารถเบิกถอนได้ ต่อมาเหยื่อลงทุนเพิ่มสูงขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ และกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่าไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ต้องวางเงินค้ำประกันบ้าง อ้างว่าต้องชำระภาษีบ้าง ซึ่งมีเหยื่อจำนวนมากเชื่อว่าถูกหลอก มียอดความเสียหายกว่า 291 ล้านบาท ก่อนรวมตัวไปแจ้งความจนมีการออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการ 31 ราย จับกุมชาวจีน 4 ราย สิงคโปร์ 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย และไทยอีก 9 ราย

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ใช้ระยะเวลาสืบสวนมานานกว่า 4 เดือน ซึ่งผู้ต้องหาตัวหลัก ซ่อนตัวอยู่ในย่านบางขุนเทียน พื้นที่บก.น.9 จึงประสานการจับกุมชาวจีนได้ 3 ราย คนไทย 2 ราย ทั้งนี้ จากการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา พบว่ามีการสร้างห้องเทรดสำหรับหลอกลงทุนรูปแบบอื่นๆ ขอย้ำว่า การลงทุนเทรดน้ำมันนั้นไม่มีอยู่จริง หลังจากนี้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายที่ยังทยอยเข้าพบพนักงานสอบสวนเพิ่มอีกหลายรายมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท 

เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ,ซ่องโจร และสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อฟอกเงินฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี