'พลังธรรมใหม่'จี้แก้ปัญหาราคาน้ำมัน ขีดเส้น2เดือนเปลี่ยนรมต.พลังงาน


   

23 พ.ค.61 - นพ.ระวี  มาศฉมาดล  หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และ มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรค ได้แถลงข่าวถึงราคาพลังงานของไทยได้พุ่งขึ้นสูงมากในขณะนี้ โดย นพ.ระวี กล่าวว่า เมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียนหลายคนอ้างว่าเพราะราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้น และประเทศไทยเก็บภาษีสูง ทำให้พลังงานแพงนี่เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ราคาพลังงานของไทยที่สูงขึ้นนี้  ยังมีความเป็นจริงอีกหลายข้อที่แฝงอยู่ ที่รัฐบาลสามารถทำให้ราคาลดลงได้ โดยไม่ต้องไปลดภาษีเข้ารัฐ

“พรรคพลังธรรมใหม่ขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแก้ไขปัญหาต่างๆนี้โดยเร็วให้ได้ภายในเวลา 2 เดือน ถ้าพ้น 2 เดือนยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เสนอให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานใหม่ เลือกคนที่จะกล้าเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริงมาแก้ไขปัญหานี้แทน”นพ.ระวี กล่าว 

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า นโยบายพลังงานในปัจจุบันเป็นนโยบายที่เกื้อหนุนกลุ่มทุนพลังงานต้นน้ำให้มั่งมียิ่งขึ้น เนื่องจากพลังงานเป็นต้นทางของระบบเศรษฐกิจ การกำหนดราคาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เงินของชาติและประชาชนไหลไปสู่กลุ่มทุนเพียงบางกลุ่ม ประเทศตกอยู่ในภาวะฝืดเคือง ประชาชนจำใจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยในภาคประชาชนว่าข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำบางคน ดูแลเป็นห่วงเป็นใยกลุ่มผลประโยชน์พลังงานมากเกินไปหรือไม่ เพื่อแก้ข้อสงสัยดังกล่าว ว่ารัฐบาลไม่ได้อุ้มกลุ่มผลประโยชน์พลังงาน ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาพลังงานโดยเร็วเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง

ขณะที่มล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ถ้าเปรียบเทียบราคาน้ำมันในประเทศไทยกับประเทศพม่า จะพบว่าพม่านำเข้าน้ำมันจากไทยตลอดผ่านทางชายแดนอำเภอแม่สอด แต่พม่ากลับบริหารจัดการราคาน้ำมันได้ถูกกว่าไทย คำพูดที่บอกว่าค่าครองชีพสูงทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ถ้าดูตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ จะเห็นว่าประเทศไทยส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน นี่คือ มีปริมาณที่ส่งออกเยอะกว่ายางพารา แต่หลายประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเรา แต่กลับขายราคาหน้าปั๊มถูกกว่าเราปัญหาตรงนี้มาจากเรื่องของโครงสร้างการจัดการของรัฐ

มล.กรกสิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ราคาหน้าโรงกลั่นของไทยไม่เหมือนที่ไหนในโลก เพราะขายน้ำมันให้กับคนไทยในราคาสมมติว่านำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ คนไทยจึงจ่ายแพงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องยุติการกำหนดราคาน้ำมันที่กลั่นในประเทศด้วยราคานำเข้าจากประเทศสิงคโปร์ไปกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นที่ขายเพื่อใช้ในประเทศเท่ากับราคาส่งออก จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงประมาณ 0.50 – 1.00 บาท / ลิตร

มล.กรกสิวัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า ในเรื่องราคาก๊าซหุงต้ม กำหนดราคาก๊าซหุงต้มหน้าโรงแยกก๊าซไทยเท่ากับตลาดโลกเพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลนี้ คือ การกำหนดราคาก๊าซหุงต้มหน้าโรงงานแยกก๊าซไทยสูงกว่าตลาดโลกประมาณ 3 บาท ทั้งที่ก๊าซหุงต้มส่วนใหญ่ผลิตได้จากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย

“การตลาดของก๊าซและน้ำมันที่สูงเกินควร  เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ค่าการตลาดของน้ำมันแก๊สโซฮอล์และดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 1 – 1.5 บาท / ลิตร ปัจจุบันอยู่ที่ 2 – 3 บาท / ลิตร ส่วนก๊าซหุงต้มมีอัตรา 3.25 บาท / ลิตร ปัจจุบันอยู่ที่มากกว่า 7 บาท / กก. รัฐจะต้องดูแลค่าการตลาดน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คือ 1 – 1.5 บาท / ลิตร และ 3.25 บาท / กก. สำหรับก๊าซหุงต้ม ซึ่งจะลดราคาน้ำมันได้ 1 – 1.5 บาท / ลิตร และลดราคาก๊าซหุงต้มได้ 3.5 บาท / ลิตร” มล.กรกสิวัฒน์ กล่าว 


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?