ม็อบรุมสหบาทาระบอบประยุทธ์ จับตาของจริงหลังสงกรานต์


เพิ่มเพื่อน    

       นับแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาจัดการปัญหาขัดแย้งคนในชาติเพื่อทำให้เกิดความสงบ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวเข้ามาทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐนาวาประยุทธ์ยืนยงทางอำนาจยาวนานกว่ารัฐบาลพลเรือนหลายต่อหลายยุค ที่มักมีอันเป็นไปด้วย การยุบสภา หรือไม่ก็ถูกยึดอำนาจ น้อยรัฐบาล น้อยนายกรัฐมนตรี ที่จะ รักษาอำนาจครบเทอม 4 ปี ผิดกับรัฐบาลประยุทธ์ จนถึงในวันนี้ก้าวเข้าสู่เทอม 2 อยู่ในอำนาจมากว่า 7 ปีแล้ว

            ด้วยเล่ห์กลทางรัฐธรรมนูญ องคาพยพสนับสนุน มีพรรค ส.ว.ที่ทั้งเลือก ทั้งค้ำยันในอำนาจ เป็นข้อได้เปรียบทางกติกา ผนวกกับอำนาจรัฐ อำนาจทุน อำนาจทหาร กุมกลไกลอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ผู้ท้าชิง กลุ่มอำนาจเดิมจำต้องสยบยอม พ่ายแพ้ ถูกมัดมือในสนามต่อสู้

            ตลอดระยะเวลาการบริหารประเทศ รัฐบาลประยุทธ์เผชิญปัญหาอย่างต่อเนื่อง การแพร่ะระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุให้เศรษฐกิจพังพินาศ รัฐบาลกู้เงินมโหฬาร 4.3 ล้านล้านบาท ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เกิดช่องว่างอันไม่ทัดเทียมระหว่างกลุ่มนายทุนและประชาชนทั่วไป ปัญหาสังคม การแพร่ระบาดยาเสพติด แรงงานเถื่อน บ่อนการพนัน แม้แต่ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ปัญหาง่ายๆ ยังแก้ไม่ได้ ปัญหาการเมือง พล.อ.ประยุทธ์เคยให้คำมั่น ปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปตำรวจ นับถึงวันนี้ไม่มีการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นที่เชื่อที่หวังประชาชน 

            กลุ่มมวลชนผู้ต่อต้านยังเป็นปัญหาที่รัฐนาวาประยุทธ์เผชิญตั้งแต่วันแรกของการเสวยอำนาจ สารพัดกลุ่มต่อต้าน มีทั้งขาประจำเปิดหน้าถล่ม พวกที่กำลังจะเปิดตัวกลุ่มพร้อมเข้ามาผสมโรง เป็นปัญหาที่ พล.อ.ประยุทธ์วางแผนรับมือไม่ให้ปัญหาขยายวงกว้าง ลุกลาม จนเกิดปัญหาด้านความมั่นคง กลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารงานของรัฐบาล กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ราคาข้าวโพด มันสำปะหลัง ราคายางพารา ราคาข้าวตกต่ำ ประมง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารงานผิดพลาด พร้อมที่จะปะทุขึ้นมาทุกเมื่อ

            กลุ่มเยาวชน นิสิตนักศึกษา ในนามกลุ่ม ‘ราษฎร’ แม้จะอ่อนกำลังลงไปบ้าง แต่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งทำให้รัฐบาลต้องหันมาสนใจ เงี่ยหูฟังข้อเสนอทั้งทางการเมือง แก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก ปฏิรูประบบการศึกษา ไปจนถึงข้อเสนอทะลุเพดาน ปลุกพลังเยาวรุ่น นักเรียน นิสิตนักศึกษา ลุกขึ้นมาต่อสู้อย่างที่ไม่เคยปรากฏเด่นชัดขนาดนี้นับตั้งแต่ยุค 14 ตุลา 2516 ยุค 6 ตุลา 2519   

            กลุ่มการเมืองเปิดหน้าท้าชนไม่มีกั๊ก แนวร่วมพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ป๊อก-ปิยะบุตร แสงกนกกุล หัวหอกหลักที่ยังคงเติมเชื้อโหมไฟแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านโลกออนไลน์ วันที่ 6 เม.ย. คิกออฟแคมเปญ ‘ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์’ เดินหน้าล่ารายชื่อประชาชนจากทั่วประเทศ ตั้งเป้า 1 ล้านคน แก้รัฐธรรมนูญรายมาตราที่เป็นปัญหา ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ปฏิรูปที่มาศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมายปฏิรูปประเทศ ที่หลังจากคิกออฟพร้อมเดินสายไปจังหวัดใหญ่ๆ 

            สอดรับกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมเดินสายรับฟังปัญหาประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาทางเศรษฐกิจ เตรียมคิกออฟหลังสงกรานต์ ตระเวนไปตามจังหวัดใหญ่ใน 4 ภูมิภาค นอกจากเดินสายเช็กเรตติ้ง คะแนนเสียง ยังกระทบชิ่งไปถึงการบริหารงานล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์อีกด้วย  

            กลุ่มคนเดือนตุลาที่อุดมการณ์แนวคิดยังอยู่ ยังไม่ยอมตาย เดอะอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง, หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, หมอเลี้ยบ-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, เกรียงกมล เลาหไพโรจน์, สุธรรม แสงประทุม, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ฯลฯ รวมแก๊งสหาย เปิดตัวกลุ่มคนเดือนตุลาเพื่อประชาธิปไตย หรือ OctDem พร้อมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ศาลให้การประกันตัวนิสิตนักศึกษาที่ถูกควบคุมตัวด้วยข้อหามาตรา 112 ได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี และพร้อมจะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวพุ่งเป้าไปยังรัฐบาลและเครือข่าย เติมกระแสหล่อเลี้ยง ปลุกพลังนิสิตนักศึกษา โหมไฟการต่อสู้ไม่ให้ดับมอด ส่งสัญญาณจากสามนิ้วยุคอะนาล็อก พร้อมยืนเคียงข้าง พร้อมสนับสนุนตามกำลัง บริบทสังคมที่เอื้ออำนวย   

            นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์การเมือง เรื่องราวทางสังคมอย่างต่อเนื่อง นำเสนอบทความแฝงนัย ‘คนฝูงหนึ่งกำลังทำโอกาสให้เป็นวิกฤติ คน 2 คนไม่ทำให้วิกฤติเป็นโอกาส’ และได้เฉลยในเวลาต่อมา หนึ่งในนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ 

            คนเสื้อแดง เต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เพิ่งได้รับการพักโทษ ถอดกำไล EM จากกรมราชทัณฑ์ แท็กทีม ‘ธิดา ถาวรเศรษฐ’ ‘เหวง โตจิราการ’ ‘ก่อแก้ว พิกุลทอง’ ‘พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์’ โดยเฉพาะณัฐวุฒิประกาศชัด ยืนข้างการเคลื่อนไหวกลุ่มนิสิตนักศึกษา ไม่รับปากเสื้อแดงจะลงถนนอีกรอบหรือไม่ บอกเพียง ‘เป็นเรื่องของอนาคต’ กลุ่มประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาลทหาร ไม่เอารัฐประหาร ยังมีแนวร่วมพร้อมลงถนน รอเพียงคนส่งสัญญาณ เคาะตีนตบ

            ขณะที่แกนนำเสื้อแดงที่แม้จะแยกวง ตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จับมือป๋าดุลย์-อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ร่วมกับแนวร่วมภาคประชาชนอีกหลายองค์กร ผุดกลุ่ม ‘ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย’ มีทั้ง การุณ ใสงาม, สมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว.ที่เคยร่วมต่อต้านระบอบทักษิณ ต่อต้านเผด็จการรัฐสภา, นคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ชิงชังในระบอบทหารเผด็จการ, วีระ สมความคิด, ไทกร พลสุวรรณ, กมล กมลตระกูล, พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ชื่อนี้ที่เคยเป็นหัวแรงแข็งขัน ต่อต้านระบอบทักษิณ, เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมจัดเสวนา ไทยไม่ทน ส่งสัญญาณโดยตรงถึง พล.อ.ประยุทธ์ และองคาพยพ เมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 

            ถัดมาสัปดาห์เดียว เปิดปฏิบัติการภายใต้รหัส 4-4-4 นัดหมายตามฤกษ์พานาที วันที่ 4 เดือน 4 เมษายน เวลา 4 โมงเย็น ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน เพื่อประชุมหารือร่วมกับองค์กรต่างๆ แสดงพลัง เตรียมออกท่าทีเคลื่อนไหว

            ปลุกกระแสคนไม่เอาประยุทธ์ ที่ได้รับการตอบรับ แนวร่วมขยายตัว แม้แต่คนเสื้อเหลือง พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) รวมทั้งตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) อาจได้เห็นตัวแทนบางคนมาร่วมงานอย่างเซอร์ไพรส์ด้วย ยังไม่นับรวมบุคคลที่มีสถานะทางสังคม ที่งานนี้อาจออกหน้า เปิดตัวไม่ได้ แต่ในแง่กำลังใจ แรงเชียร์ พร้อมเป็นแบ็กอัพวัตถุปัจจัย พร้อมเป็นแนวร่วมอีกหนึ่งกองหนุนสำคัญ

            ปมข้อสงสัย ตู่-จตุพร อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นักเคลื่อนไหวมวลชน แกนนำเสื้อเหลืองบางคน ทำไมมาจับมือร่วมกันได้ เป็นเพราะรามคำแหงคอนเน็กชันที่เคยทำกิจกรรมเคลื่อนไหวในรั้วพ่อขุนราม ผูกพันยาวนานมาก่อน ต่อเนื่องมาจนถึงยุคพฤษภาทมิฬ 2535 ที่จับมือสู้เผด็จการทหาร จนกลายเป็นมิตร ความผูกพัน แม้หลังจากนั้นในเวลาต่อมาจะแยกตัวไปเคลื่อนไหวตามความเชื่อ ตามอุดมการณ์แต่ละฝ่าย แต่ก็ยังได้สนทนา แลกเปลี่ยนความเป็นไปของบ้านเมืองตามโอกาสเอื้ออำนวยอยู่เนืองๆ

            การออกมาเคลื่อนไหว จตุพรถูกต่อต้านจากแนวร่วมเสื้อแดงบางกลุ่ม ไอโอ นักการเมืองขั้วฝ่ายตรงข้าม มิตรสหายบางคน วิพากษ์วิจารณ์ เป็นเพราะผิดหวังในบางเรื่อง รับงานจากใครบางคนหรือไม่ ท้ายที่สุดในวงจรแห่งม็อบนี้ ใครได้ประโยชน์สูงสุด เป็นกลเกมซ้อนกลเกมอะไรหรือไม่ ที่หลายคนกำลังจับกลุ่มวิเคราะห์ ประเมินการเคลื่อนไหว จตุพรไปได้สุดแค่ไหน และจะลงเอยอย่างไร  

            ไม่ว่าอย่างไร ‘ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย’ งานนี้เปิดกว้างทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วน จะมาในนามส่วนตัว ในนามองค์กร ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีแบ่งค่าย แบ่งฝ่าย แยกพรรค แนวร่วมเริ่มขยายตัว ขยายวงกว้าง พร้อมใจกันสหบาทาระบอบประยุทธ์ ทนไม่ได้กับการบริหารประเทศล้มเหลว ด้วยเป้าหมายกำจัดระบอบประยุทธ์ พุ่งเป้าประเด็นการเมืองเป็นหลัก ไม่ข้องแวะยุ่งเกี่ยวสถาบันหลักของชาติอย่างเด็ดขาด แม้แต่ที่ปรึกษาคนในรัฐบาลหลายคนยังสะกิดเตือน ขอให้จับตาการรวมกลุ่มครั้งนี้ให้ดี อย่าประมาท 

            ว่ากันว่า ปฏิบัติการ 4-4-4 เพียงแค่วอร์มเครื่อง ตรวจแถวแนวร่วม เช็กปฏิกิริยาฝ่ายตรงข้าม เอาไว้พบกันภาคสองที่จะเพิ่มดีกรีความร้อนแรง เปิดปฏิบัติการใหม่กันอีกรอบ ‘หลังสงกรานต์’.  

 

 


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่