เมตตา..กรุณา..ค้ำจุนโลก


เพิ่มเพื่อน    

     กำลังเป็นคลิปวิดีโอที่มีการแชร์ต่อๆ กันมากที่สุด สำหรับปาฐกถาสั้นๆ ไม่เกิน 12 นาทีของหัวหน้าชาวพุทธนิกายเซน ในสหรัฐอเมริกา โจแอน ฮาลิแฟซ (Joan Halifax) และทำงานกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย (ในสถานพยาบาลและสถานกักกันนักโทษประหาร)

     เพราะหัวข้อที่เธอพูดคือ ความเมตตา กรุณา

     ดูเหมือนเป็นคำทั่วไปที่เรามักจะได้ยินอยู่ตลอดเวลาในสังคมไทย แต่น่าสนใจเหลือเกินว่า จะมีสักกี่คนที่จะตีความหมายได้ถูกต้อง และปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนลมหายใจเข้า-ออก มิใช่กระทำหรือแสดงความเมตตา กรุณา เพียงเพราะหน้าที่บังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแพทย์  พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ทั้งหลาย ที่ต้องมีเมตตาและกรุณากำกับอยู่ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา

     คุณโจแอนบอกว่า ความกรุณานั้นมีหลายแบบ มีทั้งแบบดุดัน เกรี้ยวกราด แบบนุ่มนวล แบบฉลาดเฉลียว องค์ทะไล ลามะ เคยกล่าวว่า ความรักและความกรุณาเป็นสิ่งจำเป็น หาใช่ความฟุ่มเฟือย มิฉะนั้นแล้ว มนุษยชาติจะไม่รอด ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น แต่รวมสิ่งมีชีวิตทั้งหมด

     เธอยังขยายความว่า ความเมตตาทำให้สมองทำงานรอบด้าน เชื่อมโยงทุกส่วนของสมอง และมีงานวิจัยหลายชิ้นระบุตรงกัน ก็คือความเมตตาช่วยให้ภูมิคุ้มกันเราดีขึ้น

     สิ่งที่น่าตระหนักมากๆ คือ สิ่งที่โจแอนย้ำว่า "ถ้าความเมตตาเป็นสิ่งดี ดิฉันมีคำถามค่ะ ทำไมเราไม่อบรมลูกหลานให้เป็นคนมีเมตตา ถ้าความกรุณาเป็นสิ่งดี ทำไมเราไม่อบรมแพทย์และพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วยด้วยความกรุณาล่ะคะ เพื่อคลายทุกข์ทางใจของผู้ป่วยด้วย หากเมตตา กรุณาเป็นสิ่งดี ทำไมเราไม่เลือกตั้งบนความเมตตาล่ะคะ ลงคะแนนให้รัฐบาล โดยดูจากความเมตตา กรุณาที่เขามี ให้โลกของเรา มีความห่วงใยกันและกันมากกว่านี้"

     มนุษย์ป้าอายุใกล้เกษียณ (แล้ว) ยอมรับเลยว่า ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาก็มากมายหลายหน แต่ไม่เคยนำประเด็น "ความเมตตา" มาเป็นปัจจัยในการพินิจพิจารณาลงคะแนนเลือกผู้แทนสักครั้งเดียวเลย ทั้งๆ ที่คุณสมบัติข้อนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างสังคมน่าอยู่ และผลักดันให้ประโยคที่ว่า เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนนั้น เป็นจริงได้มากที่สุด

     เพราะความเมตตาของนักการเมืองนั้น เราสามารถตรวจสอบ ค้นหาได้โดยไม่จำเป็นต้องไปสืบเสาะว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไรเลย แต่ทัศนคติและมุมมองของเขาต่อปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จะเป็นภาพฟ้องได้อย่างดีว่า  เขารู้จักคำว่า "เมตตา" จากหัวใจหรือแค่เสแสร้งสร้างภาพ

     เห็นมาเยอะพวกเข้าวัดเข้าวา หรือแจกของตามงานต่างๆ ปรากฏว่าทำกันเพื่อสร้างภาพ แต่ไม่ได้มาจากธรรมชาติของจิตใจที่อยากเห็นคนอื่นพ้นทุกข์หรอกนะ.

                                                                                                                    "ป้าเอง"


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.