วิษณุพลิ้วไม่บังคับแก้รธน.เรื่องใด


เพิ่มเพื่อน    

  พปชร.เอาแน่แก้รัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น  13 มาตรา ยื่น "ชวน" 7 เม.ย.นี้ ด้าน "บิ๊กป้อม" ให้ 3  พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันเอง "วิษณุ" ชี้นโยบายเร่งด่วนข้อ  12 ของรัฐบาลไม่บังคับแก้ รธน.เรื่องอะไร ยันไม่จำเป็นต้องตอบโจทย์ม็อบเพราะประเทศมีหลายโจทย์

    เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ที่พรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.) มีการประชุม ส.ส. โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน  รมว.ยุติธรรมและรองหัวหน้าพรรค, นายอนุชา นาคาศัย  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค  และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ ส.ส.เตรียมความพร้อมการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 7-8 เม.ย.นี้
    นอกจากนี้ ยังได้แจ้งถึงการเตรียมยื่นเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรค พปชร.ใน 5  ประเด็น 13 มาตราต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย.ด้วย
    นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า  เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคพลังประชารัฐ  เพียงแต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชน แต่ก็สามารถยื่นเสนอแก้ไขได้ หรือถึงแม้จะพ้นการประชุมสมัยวิสามัญไปก็ยังสามารถยื่นได้ตามปกติ
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 3  พรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราโดยไม่มีพรรค พปชร.เข้าร่วมด้วย ในส่วนนี้จะมีการพูดคุยร่วมกันหรือไม่ว่า "เดี๋ยวให้เขาคุยกันเอง"
    เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร.ที่จะเสนอทำไมจึงไม่มีการแก้ไขเรื่องอำนาจของ ส.ว. พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า "เขาส่งไปแล้วหรือ"
          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทบทวนก่อนยื่นญัตติในวันที่  7 เม.ย.นี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางกลับ
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงความจริงใจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลว่า ไม่ทราบ แต่ขณะนี้ทราบเพียงว่ามีความเคลื่อนไหวที่พรรค พปชร.เสนอร่างแก้ไขโดยไม่ได้เสนอในนามพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมอีกสองสามพรรคจะไปเสนอกันเองอีกโดยไม่เสนอด้วยกัน เพราะแต่ละพรรคมองการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันคนละมุม ส่วนรัฐบาลยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้
    เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลควรต้องเสนอในนามรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ถ้าได้จะเป็นการดี เพียงแต่ว่าประเด็นอะไรเท่านั้นเอง เพราะในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาไม่ได้ระบุว่าแก้เรื่องอะไร ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเคยคุยกันเมื่อตอนร่างนโยบายใหม่ๆ แต่หลังจากนั้นไม่ได้พูดอะไรกันอีก หรือพูดกันตนก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ไปหารือกับเขาด้วย
    ถามว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่ถือว่ารัฐบาลผิดคำพูดที่ให้ไว้กับรัฐสภาใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า "คุณลองไปดูว่านโยบายเร่งด่วนข้อ 12 เขียนว่าอย่างไร เพราะเป็นการเขียนที่พินิจพิจารณากันแล้วว่าจะไม่ทำผิดอันนั้น"
    ซักว่า ได้ประเมินกระแสสังคมหรือไม่ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร.ไม่ตอบโจทย์ของผู้ชุมนุม นายวิษณุกล่าวว่า "ก็อาจไม่ได้ตอบโจทย์ม็อบ แต่ขอถามว่าทำไมต้องไปตอบโจทย์ม็อบ เพราะโจทย์อื่นๆ ของประเทศมีเยอะและจะต้องพิจารณา ผมถึงบอกว่าถ้ามองกันคนละมุม มันก็ไปคนละมาตราคนละทิศ แต่ใครจะคิดอย่างไรก็เสนอกันไปก็แล้วกัน"
    เมื่อถามถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุจะไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่พรรค พปชร.เสนอ 5 ประเด็น 13 มาตรา รองนายกฯ ตอบว่า ไม่รู้ว่านายไพบูลย์พูดเช่นนั้นจริงหรือไม่ ที่พูดก็คงหมายถึงเขาคนเดียว ถ้านายไพบูลย์แถลงก็เป็นกลุ่มของนายไพบูลย์ ไม่ใช่ร่างของรัฐบาล ถ้าเป็นร่างของรัฐบาลก็ต้องโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนแถลง
    ถามว่า ผู้ชุมนุมมองว่ารัฐบาลนิ่งเฉยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนทำให้ความขัดแย้งลุกลามมาถึงปัจจุบัน นายวิษณุกล่าวว่า "รับทราบ ไม่รู้ แต่ตอบไม่ถูก จะแย่ลงหรือไม่อยู่ที่การประเมิน อย่างน้อยผมก็ฟังคนหนึ่ง เมื่อฟังแล้วก็ต้องคิด ถาม เขียน หรือ สุ จิ ปุ ลิ ส่วนจะนำไปพูดคุยในครม.ต่อหรือไม่นั้น ผมยังไม่ได้คิด เพราะมาถามกะทันหันจึงยังไม่ได้คิดนึกไม่ออก"
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนข้อ 12  ของรัฐบาลมีเนื้อหาว่า สนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความเห็นของประชาชนและการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
    ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  กล่าวว่า พรรคเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราใน 6  ประเด็น แยกเป็นแต่ละร่าง เพื่อหากร่างใดร่างหนึ่งตกจะไม่ทำให้ประเด็นอื่นเสียหาย ซึ่งประเด็นสำคัญในการแก้ไข  มีอาทิ การขยายเรื่องสิทธิเสรีภาพ, การกระจายอำนาจ,  การตรวจสอบการทุจริต, วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 และการให้อำนาจ ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรี  โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อหาข้อสรุป ก่อนจะนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล จากนั้นจะเข้าสู่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายตามขั้นตอนของสภาเพื่อแสวงหาจุดร่วมต่อไป
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่า 3 พรรคร่วมรัฐบาลจะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า  เป็นเรื่องในส่วนของการประชุมตัวแทนกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญของทั้ง 3 พรรคประชุมร่วมกัน และมอบหมายให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ยกร่าง และสนับสนุนการแก้ไขรายมาตรา ทั้งนี้แต่ละพรรคจะนำไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรในแต่ละประเด็น คาดว่าแต่ละพรรคจะมีความเห็นแตกต่างกันไปซึ่งต้องมาดูอีกครั้ง
    เขากล่าวว่า ที่เคยพูดไปว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังต้องใช้เสียงของ ส.ว. หากตัดอำนาจเขาไปแล้วจะต้องฟังเสียง ส.ว.ก่อนว่าจู่ๆ จะไปตัดสิทธิของตนเองมีความเป็นไปได้แค่ไหน เพราะเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคืออยากให้สำเร็จและสัมฤทธิผล หากเสนอเงื่อนไขอะไรไปทำให้รัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ได้คงจะต้องมานั่งหารือกันอีกที
    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า วันที่ 6 เม.ย.จะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อหารือท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้มี 2 แนวทางที่สามารถทำได้ เพียงแต่ยังไม่ได้คุยอย่างเป็นทางการว่าจะเลือกแนวทางใด ตามแนวทางมาตรา 256 พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยทำ แต่ไม่ได้รับเสียงเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ครั้งนี้จะเพิ่มความรอบคอบมากขึ้น จะต้องนำมาหารือกันว่าจะแก้ทั้งฉบับผ่านมาตรา 256 หรือเอาเฉพาะบางมาตราที่ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 4 ประเด็น คือ 1.อำนาจหน้าที่ ส.ว. 2.ระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตรเลือกตั้งสองใบ 3.อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ทั้งที่มาและอำนาจหน้าที่ 4.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่หากยึดตามเดิมบ้านเมืองอาจขาดความยืดหยุ่น ปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์   โดยประเด็นที่กล่าวถึงจะเป็นประเด็นหลักในการนำมาพิจารณาในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้.
    

 


"วาระแห่งชาติ" ฉีดวัคซีนโควิด "เริ่มแล้ว" CEO กว่า ๔๐ บริษัท "ร่วมรัฐ" เปิดจุดกระจายฉีด "นำร่อง" ใน กทม.ที่ "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" เมื่อวาน (๑๒ พ.ค.๖๔)

มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"