'ตู่'ประกาศกร้าวไม่กลัว'ม.112'วอนทุกฝ่ายร่วมขับไล่'ตู่'จ่อปักหลักค้างคืน


เพิ่มเพื่อน    

6 เม.ย.64- เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 5 เม.ย. ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ถ.ราชดำเนิน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ในฐานะแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ปราศรัยว่า หลายวันที่ผ่านมา ซีกรัฐบาลต่างออกมาบอกว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นล้มล้างสถาบัน ตนอธิบายว่าเป็นการชุมนุมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นไพร่เหมือนพวกเรา และพวกนี้ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ (6 เม.ย.) จะส่งบริวารของพรรคพลังประชารัฐมาแจ้งความจับตนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

"ผมไม่กลัว เพราะว่ามาขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ แต่มาแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 ถามว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นสถาบันตั้งแต่เมื่อไหร่ คนที่ทำลายสถาบันอย่างแท้จริง คือคนที่แอบอ้างเพื่อประโยชน์ตัวเอง และทำลายฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่ทำให้สถาบันเสียหายตลอดมา คือการเอาสถาบันมาแอบอ้างเพื่อประโยชน์ทางการเมือง"  

นายจตุพร กล่าวว่า การต่อสู้ครั้งนี้ยากลำบาก เราได้รับแรงกดดันมากมาย ถ้าเราไม่คิดตัดสินใจกันใหม่ เราจะอยู่ภายใต้ระบอบประยุทธ์แบบหมดหนทาง ตนไม่มีวันทะเลาะกับคนหนุ่มสาว เพราะตนเคยเป็นผู้นำนักศึกษามาก่อน วันนี้เราต้องตัดสินใจเด็ดขาด เราเหมือนคนชุดแรกที่มาเปิดประตูในเรื่องที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หลังจากสงกรานต์เราคงเห็นหลายคนตัดสินใจมาร่วมกันมากขึ้น ในโลกสื่อสารไร้พรมแดนการมาชุมนุมกี่คนไม่สำคัญ แต่สำคัญที่การสื่อสารถึงประชาชน เมื่อถึงวันชุมนุมใหญ่ประชาชนจะออกจากบ้านกันมาทั้งแผ่นดิน พร้อมกับเปล่งเสียงว่า “ประยุทธ์ออกไป” แต่ถ้าเราไม่ช่วยกันเปล่งเสียง ก้าวข้ามไม่พ้นแน่นอนว่าประตูแห่งความหวังย่อมพังทลาย การต่อสู้วันนี้แต่ละฝ่ายต้องเสียสละเรื่องความเจ็บปวด ถ้าประชาชนไม่จับมือกันจะเป็นเรื่องยาก 

“การไล่พล.อ.ประยุทธ์ถือเป็นสิทธิของประชาชน วันนี้เราอยู่อย่างไม่มีความหวัง องค์กรอิสระทั้งหมดล้วนมาจากรากเดียวเกี่ยวพันกับพล.อ.ประยุทธ์ทั้งหมด ถ้าประเทศนี้ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ประเทศจะมีความเป็นธรรม และเป็นประชาธิปไตย ใครไม่ชอบผม ผมก็จะเดินไปพบ เกลียดผมได้ แต่ขอพักไว้สักครู่ไปไล่พล.อ.ประยุทธ์ด้วยกันก่อน แล้วค่อยเกลียดผมต่อ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ข้อกล่าวหาว่าตนไปอยู่กับเผด็จการ ไปอยู่ฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์แล้ว คนจำนวนมากหลงเชื่อว่าตนย้ายขั้วสลับข้าง ตนอธิบายเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ขอยืนยัน ไม่ว่าชาตินี้ชาติหน้า ตนไม่มีวันสังฆกรรมกับคนพวกนั้น ถามว่าถูกกกล่าวหาแบบนี้เจ็บไหม ตนเจ็บ แต่ก็กลืนลงไป แล้วทำความจริงให้ปรากฎคือการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ออกไปให้ได้ ตนขอพูดต่อหน้าอนุสรณ์สถานแห่งนี้ พูดต่อหน้าทุกคนที่ฟังอยู่ ให้รู้ว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะหลอมรวมคนไทยทั้งชาติขับไล่เผด็จการ เราพร้อมวันไหนก็นัดหมายวันนั้น เราจะปราศรัยดึกขึ้นทุกวันๆ จนถึงเวลาที่อาจต้องค้างคืน เราต้องใจเย็นให้เขาอึดอัด 

จึงขอวิงวอนทุกฝ่ายมาช่วยขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าข้าราชการหรืออาชีพใดก็ตาม ให้ถอดเสื้อราชการออกแล้วใส่เสื้อสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ถ้าเราสามัคคีกันเร็วก็จะชนะเร็ว แต่ถ้าสามัคคีช้าพล.อ.ประยุทธ์อยู่ยาว อย่างไรก็ตาม วันที่ 7 เม.ย.นี้ ขอนัดหมายชุมนุมที่สวนสันติพรเช่นเดิม ในเวลา 17.00 น. และจะยุติในเวลา 22.00 น.