งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปลุกเทรนด์”อ่านเท่”


เพิ่มเพื่อน    

 

 

 

 

     เทรนด์ที่มาแรงมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นครัวซองต์หอมอร่อย ที่ต้องไปโดน ร้านจะต่อคิวยาวแค่ไหนก็ไม่หวั่น การเล่นเซิร์ฟสเกตของคนทุกเพศทุกวัย การท่องโซเชียลเข้าแอปพลิเคชันคลับเฮาส์
    อีกกระแสที่มีความพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในบ้านเรา คือ การอ่านหนังสือ ล่าสุด สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (Pubat) เตรียมจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 49 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 19 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา ตั้งแต่วันที่ 17-25 เม.ย.2564 ภายใต้ธีม “อ่านเท่” เพื่อปลุกกระแส สร้างค่านิยมดีๆ ให้คนรู้สึกว่า การอ่านเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของชีวิต เป็นเทรนด์เท่ๆ อยากชวนมาอ่าน และซื้อหนังสือมากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อจากร้าน งานหนังสือ หรือช็อปออนไลน์
    งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 49 ที่จะเกิดขึ้นหลังสงกรานต์นี้ มีสำนักพิมพ์เข้าร่วมงาน 223 ราย จำนวน 615 บูธ ใน 7 โซนหนังสือ ได้แก่ Book Wonderland, หนังสือทั่วไป,  การศึกษา, หนังสือเด็ก, หนังสือเก่า, หนังสือต่างประเทศ และนิยาย ซึ่งจะมีหนังสือใหม่ๆ ภายในงานกว่า 1,200 ปก 
    ส่วนโปรโมชั่นพิเศษออกมากระตุ้นการซื้อหนังสือ  PUBAT จัดทำอี-คูปอง (E-Coupon) สำหรับช็อปในงานมูลค่า 500 บาท แต่จะจำหน่ายล่วงหน้าในราคาพิเศษ 400 บาท  ผ่านทาง www.ThaiBookFair.com ใครเล็งเล่มไหนไว้หรือมองหาเล่มโปรด สามารถซื้ออี-คูปอง เตรียมไว้มาใช้เดินช็อปในงานหนังสือได้คุ้มสุดๆ ยังไม่พูดถึงโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุดจากสำนักพิมพ์ 60% พร้อมขยายช่องทางการช็อปบน ThaiBookFair.com ถือเป็นกลยุทธ์เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน


  

     โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (Pubat) กล่าวว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ โฟกัสนักอ่านในแง่มุมการอ่าน เชื่อว่านิสัยการอ่านจะสร้างฐานการจำหน่ายหนังสือให้กว้างมากขึ้น จึงเกิดแนวคิด ”อ่านเท่” ซึ่งอยากใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว  โดยกลับมามองการอ่านทำให้คนเท่ เป็นความเท่จากข้างใน นำเสนอผ่านนิทรรศการหลัก “เพราะฉันอ่าน ฉันจึง ...I Read, Therefore I am..." เชิญ Read Idols จำนวน 49 คน จากหลากหลายวงการ หลายวัน อาทิ นักธุรกิจ นักเขียน นักการเมือง นักวิชาการ แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน และนักแสดง เป็นต้น มาบอกเล่าความรู้สึกต่อการอ่าน และประโยคไหนในหนังสือที่พลิกชีวิต จะแง่มุมความสุขเล็กๆ ธุรกิจ อาชีพการงาน ความรัก จนกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้ในปัจจุบัน แล้วยังมีนิทรรศการอื่นๆ ให้คนอ่านมีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น  นิทรรศการ “50 ปี สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย”      นิทรรศการ “อ่านเท่ มหัศจรรย์นิทานพัฒนาสมอง” รวมหนังสือดีสำหรับเด็ก นอกจากนี้แต่ละวันจะมีเสวนาหรือทอล์ก  ซึ่ง สนพ.ต่างๆ จองคิวแน่น โดยจะใช้เพจของตัวเองไลฟ์ด้วย
    “การอ่านอยู่ในวิถีชีวิต แต่คนส่วนหนึ่งรู้สึกว่าถือไอแพด แท็บเล็ต มันเท่กว่า แต่มีอีกกลุ่มรู้สึกว่า แค่ถือหนังสือก็บ่งบอกถึงนิสัยใจคอ รสนิยมบางอย่าง เป็นความเท่ที่หลายคนปรารถนา เราตีโจทย์คนรุ่นใหม่ชอบอวดในโซเชียล ช่วยเหลือสุนัขถ่ายภาพลงเฟซบุ๊ก ทำดีลงอินสตาแกรม จากพฤติกรรมนี้มาเชื่อมการอ่าน มีกิจกรรมโพสต์รูปไลฟ์สไตล์ที่ชอบพร้อมอวดหนังสือที่อ่าน สร้างแพชชั่นในตัวเอง และคนรอบข้างได้มุมมอง บวกกับ 49 ไอดอล กระตุ้นสังคมหันกลับมาให้สำคัญการอ่าน รวมถึงทำ 3 ไวรัลคลิป คลิปแรกเสนอเรื่องจริงของแรปเปอร์ชื่อดัง ประสบความสำเร็จเพราะอ่านเยอะ ทำให้มีคลังคำเยอะ การแต่งเพลงและร้องเพลงมาจากการอ่าน อยากจุดประกายสังคมสร้างวัฒนธรรมการอ่าน เพราะเยาวชนทุกวันนี้ไม่ได้อ่านน้อย แต่วิธีอ่านเปลี่ยนไป จะอ่านแบบเร็วบนโลกออนไลน์“  โชนรังสีกล่าว

 


    กลับมาจัดงานในเมืองที่ไบเทค บางนา นายกฯ PUBAT บอกว่า ได้รับการตอบรับจากเพื่อนสำนักพิมพ์ดีมาก งานสัปดาห์หนังสือปีที่แล้วไม่ได้จัด ปีที่แล้วอั้นไม่ได้ออกหนังสือ   ปลายปีคลายล็อก เริ่มผลิต ต้องการที่ปล่อยของ อีกทั้งงานเขียนสู่งานละครเยอะมาก ช่วงโควิดนักเขียนอยู่บ้าน มีเวลาอยู่กับตัวเอง ผลิตผลงานเต็มที่ งานเปิดตัวหนังสือใหม่น่าสนใจมาก ประกอบกับสถานที่จัดงานเดินทางสะดวก คนจะมาเยอะ และมาเดินงานซ้ำมากกว่างานที่เมืองทองฯ บวกกับปรับลุคส์งานหนังสือให้ดูวัยรุ่น การปลุกเทรนด์ ”อ่านเท่” สู่คนทุกเพศทุกวัย ผ่านการจัดงานหนังสือระดับชาติ 9 วัน มีทั้งแบบออนกราวด์และออนไลน์ ซึ่งแพลตฟอร์ม ThaiBookFair.com นักอ่านจะพบกับหนังสือจากกว่า 200 สำนักพิมพ์ และโปรโมชั่นจากการผนึกกำลังกับ 3 มาร์เก็ตเพลสของประเทศอย่าง ลาซาด้า ช้อปปี้ และเจดี เซ็นทรัล เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและมอบส่วนลดรวมมูลค่า 5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้เชื่อมโยงกิจกรรมแบบ O2O ด้วยการเผยแพร่งานสัมมนาที่น่าสนใจผ่านทางเว็บไซต์ และสามารถนำใบเสร็จจากการช็อปภายในงานไปแลกคูปองส่วนลดที่บูธ ThaiBookFair เพื่อนำไปช็อปต่อในเว็บไซต์ได้อีกด้วย    
    “งานออนไลน์ทำให้คนต่างจังหวัดได้ช็อปหนังสือ แต่งานออนกราวด์ยังตอบโจทย์สำนักพิมพ์หลายแห่ง เพราะเก็บยอดขายจากงานได้เกินครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งปี สมาคมจึงผลักดันการจัดงานหนังสือช่วยให้ สนพ.อยู่รอด งานหนังสือครั้งนี้ คาดว่าจะไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท แต่จะเติบโตมากขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง มีวัคซีน โควิดคลี่คลาย เปิดประเทศ แต่ก็ต้องหาแนวทางสร้างคน ปั้นนักเขียน สร้างคอนเทนต์ เพื่อลดรายจ่ายลิขสิทธิ์หนังสือต่างประเทศ สมาคมฯ จะร่วมยกระดับคุณภาพนักเขียนต่อไป“ นายก PUBAT กล่าวทิ้งท้ายวงการหนังสือบ้านเรา.  

 


"๒๒-๒๔ มิ.ย." นี้ เป็นช่วงการเมือง "ติดสัด" อภิวัฒน์ประชาธิปไตย ฉะนั้น ใครจะไปทางไหน สำรวจเส้นทางให้ดีก่อน ไม่งั้นจะติดแหง็กคาถนนเอาได้!

กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ
ภาษาสื่อ"ปูติน-ไบเดน"
"ลุงป้อม-น้องธรรมนัส"
'เวียดนาม' ใกล้บอลโลก
ทีมแพทย์ 'ศูนย์วิจัย' จุฬาฯ
เรื่อง 'ไม่เป็นเรื่อง' (ซักวัน)