อย่ามัวโทษโน่น-โทษนี่ ร่วมมือ-ร่วมใจกันดีกว่า


เพิ่มเพื่อน    

            ฮื่ออ์อ์อ์...ชักเอาเรื่อง-เอาราว เป็นเรื่อง-เป็นราว หนักยิ่งเข้าไปทุกที สำหรับการออกฤทธิ์ ออกเดช ของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายขยายตัวไปทั่วทั้งโลกมาเป็นปีๆ แต่ยังคงไม่คิดจะหมดฤทธิ์ หมดเดช จนตราบเท่าทุกวันนี้ แม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่พยายามยกการ์ด สวมหมวกกันน็อก ยังไงๆ ก็แล้วแต่ แต่ยังอุตส่าห์ลุกลาม ลามปาม ติดโน่น ติดนี่ เล่นเอาถึงขั้น ผงะ กันไปเป็นรายๆ...

                   -------------------------------------------------

            คือไม่ใช่แค่ปุถุชนคนธรรมดา แรงงานเถื่อน คนเชียร์มวย คนเข้าบ่อน หรือประเภทคนเที่ยวคลับ เที่ยวบาร์ ฯลฯ แต่เพียงเท่านั้น...กระทั่งนักร้อง ดารา ศิลปิน ไปจนพนักงานแบงก์ สื่อมวลชน ที่เผลอเข้าไปดูคอนเสิร์ต อย่างไม่เป็นทางการของนักร้อง-น้องรักรายดังกล่าว ติด-ไม่ติดก็ยังไม่รู้!!! แต่หนีไม่พ้นต้องกักตัว กักบริเวณ ชักสะพานแหงนเถ่อรอคอยไปอีกไม่น้อยกว่า 14 วันกันจนได้ แม้แต่นักการเมืองในรัฐสภา ไปจนรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ไปโน่นเลย จะ บวก จะ ลบ หรือไม่ ประการใด ยังมิอาจทราบได้ แต่คงต้องนั่งเซ็นหนังสืออยู่ภายในบ้าน ต้องประชุมออนไลน์ ซูมไป-ซูมมา กันตามสภาพ...

                              ----------------------------------------------

            เฮ้ออ์อ์อ์...อะไรมันจะน่าสยดสยอง น่าขนลุกขนพองเท่านี้ ย่อมไม่มีอีกแล้ว คือไม่ใช่แค่เพราะกลัว ป่วยตาย เท่านั้น แต่โดยแนวโน้มที่จะนำมาซึ่งการ อดตาย มันยังน่าเกลียด น่ากลัว ไม่น้อยไปกว่ากัน โอกาสที่จะเปิดบ้าน-เปิดช่อง เพื่อต้อนรับบรรดา นักท่องเที่ยว ผู้ก่อให้เกิดรายได้เป็นอันดับหนึ่งให้กับประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮามาโดยตลอด ยังไงๆ...มันคงต้อง ลำบาก อยู่แล้วนั่นแหละ ไม่ว่าจะแง้มๆ หรือเงื้อๆ ง่าๆ กันในลักษณะใดก็ตาม แต่เมื่อต้องเจอกับการแพร่ระบาดแบบชนิดไม่คิดจะหยุด ไม่คิดจะหัวตกเอาเลยแม้แต่น้อย อันนี้...ต้องเรียกว่า เหนื่อยแทน ไม่ว่าจะรัฐบาล-ไม่รัฐบาล หรือระดับประชาชนคนธรรมดาก็ตามที...

                           -------------------------------------------

            และก็อย่าเสียเวลาไปโทษนั่น โทษนี่ เททุกสิ่งทุกอย่างให้กับสิ่งที่เรียกว่ารัฐบาล ไม่ว่าจะเผด็จการ-ไม่เผด็จการ ระดับไหนเพียงใดก็แล้วแต่ เพราะขนาดรัฐบาลประชาธิปไตยทั้งแท่ง ทั้งด้าม ลิเบอรัลและลิเบอร่านกันสุดขีด ไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส ไปจนคุณพ่ออเมริกาโน่นเลย ถึงจะเก็บกักวัคซีนเอาไว้ฉีดผู้คนภายในประเทศ จนถูกด่า ถูกว่า ว่า ใจดำ เอามากๆ และแม้ว่าจะไล่ฉีดแล้ว ฉีดเล่า ยังไงๆ ก็เถอะ การติดเชื้อ การแพร่ระบาด มันยังไม่ถึงกับลดราวาศอกเอาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งคุณพ่ออเมริกาด้วยแล้ว ตัวเลขสถิติข้อมูลจาก กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ยังถูกสรุปว่า ค่าเฉลี่ยในการ ติดเชื้อ ของบรรดาอเมริกันชนทั้งหลาย ทำท่าว่าจะเพิ่ม...กับ...เพิ่ม ชนิดแทบถือเป็นการ ระบาดระลอก 4 เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                              --------------------------------------------

            ไม่ว่าจะเป็นรัฐมิชิแกน เซาท์และนอร์ท ดาโคตา ฯลฯ...ที่ไล่ฉีดวัคซีนใครต่อใครไปกี่เข็มต่อกี่เข็ม กี่โดสต่อกี่โดสก็แล้วแต่ เอาไป-เอามา จำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันกลับพุ่งพรวดๆ พราดๆ ขึ้นไปถึงระดับ 40-50 เปอร์เซ็นต์เอาเลยก็ยังมี แถมถ้าตามข่าว เจาะ-เกาะ-ติดข่าวคราวต่างประเทศเอาไว้มั่ง น่าจะพอรับรู้ รับทราบ กันไปมั่งแล้ว ว่าไม่ใช่แต่เฉพาะการติดเชื้อแบบ คน-สู่-คน เท่านั้น กระทั่งหมาๆ แมวๆ หรือบรรดา สัตว์เลี้ยง อันเป็นที่รัก ที่หวงแหน ของบรรดาคนรุ่นใหม่ ยุคใหม่ ทั้งหลาย ชนิดแทบอุ้มมานอนเตียง หรือแทบจะแหกทวารดม เอาเลยถึงขั้นนั้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย หนึ่งในผู้ประดิษฐ์คิดค้นวัคซีน Sputnik V ท่านได้ออกมายืนยันเป็นมั่น เป็นเหมาะ ว่ากำลังกลายเป็นตัวแพร่เชื้อ หรือเป็นพาหะในการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จนอาจนำไปสู่การระบาดระลอก 4 ระลอก 5 หรือระลอกที่ 100 เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                  ----------------------------------------------

            คือไม่เพียงแต่สามารถระบาดจาก สัตว์-สู่-คน ได้เท่านั้น...แต่นับวันท่านเชื้อไวรัสโควิด ท่านยังขยันขันแข็งเสียเหลือเกิน ไม่แต่เฉพาะการแพร่พันธุ์ แต่ยังรวมถึงการ กลายพันธุ์ หรือ Mutation ชนิดก่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น สายพันธุ์อังกฤษ บราซิล แอฟริกาใต้ รวมไปถึงรัสเซีย ฯลฯ จน วัคซีน แบบหนึ่ง แบบใด อาจ เอาไม่อยู่ ได้ง่ายๆ สิ่งที่เหลืออยู่ในแง่ทางออก ทางไป สำหรับการรับมือกับเชื้อไวรัสเหล่านี้ นอกจากการหมั่นดูแลรักษาสุขอนามัย สวมหน้ากาก เว้นระยะห่างกันไปโดยตลอดแล้ว ก็มีแต่ต้องหาทาง ทำใจ เอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ ว่าบรรดามวลมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ อาจต้องหาทางอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปอีกเป็นปีๆ แถมไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย...

                          ------------------------------------------------

            ด้วยเหตุนี้...ก็อย่าเสียเวลาไปโทษนั่น โทษนี่ ให้ต้องเสียแรงอก และเสียบรรยากาศยิ่งขึ้นไปอีก หันมาใช้ สติ และ ปัญญา ใคร่ครวญ พิจารณา กันไปเป็นขั้นๆ จนอาจพอได้เห็นแสงสว่างทางปัญญา หรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ว่ามีแต่ต้องอาศัย ความร่วมมือ-ร่วมใจ ไม่ว่าในระดับปัจเจกบุคคล สังคม ชาติบ้านเมือง ไปจนถึงโลกทั้งโลกนั่นแหละ ถึงอาจพอ เอาอยู่ ได้มั่ง แบบเดียวกับ Human Attention ในเรื่องโลกร้อน เรื่องสภาวะอากาศ อะไรประมาณนั้น ยิ่งหันมาโทษโน่น โทษนี่ หันมา 4-4-4 หรือหันมา OctDem อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ถอดหน้ากากด่านั่น ด่านี่ ไปตาม รสนิยม ตัวกู-ของกู ตามเรื่อง ตามราว เผลอๆ...อาจแพร่เชื้อ ติดเชื้อ ไปตลอดทั่วทั้ง แม่น้ำร้อยสาย เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                          ---------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Kevin Kelly”... The only factor becoming scarce in a world of abundance is human attention.- ความร่วมมือ-ร่วมใจและความเอื้ออาทรในมวลมนุษย์...เป็นสิ่งเดียวที่นับวันจะหาได้ยากยิ่ง ในโลกอันเต็มไปด้วยความล้นเหลือและเหลือเฟือ...”.

           -----------------------------------------------


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่