มองเชื้อโควิดแบบ “เข้าถึง” และ “เข้าใจ”


เพิ่มเพื่อน    

        ต้องถือเป็นเรื่องดี...ที่อย่างน้อย คุณน้อง ตู่เล็ก หรือ ตู่ จตุพร ท่านยังพอเรียนรู้ ยังรู้จักชะงักม้าเอาไว้ริมหน้าผาได้มั่ง ไม่ถึงกับคิดตามไปรุกไล่ บดขยี้ ตู่ใหญ่ หรือท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ให้ต้องพังพินาศ วอดวาย กันไปข้าง ไม่ว่าจะด้วยความตระหนัก สำนึก ภายในตัวของตัวเอง หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ แต่โดยเหตุผล ข้ออ้าง ว่าด้วยเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ในช่วงนี้ ก็ต้องถือว่ามี น้ำหนัก อยู่พอสมควร...

                                    -----------------------------------------------

                คือระหว่างนี้ ระยะนี้...บรรดาความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาตพยาบาท ริษยาและชิงชังใดๆ ก็ตาม มันน่าจะพักๆ เอาไว้ก่อน หันมา ร่วมมือ-ร่วมใจ ต่อสู้และเอาชนะ ศัตรูของมวลมนุษยชาติ อย่างท่านเชื้อโควิด-19 เป็นอันดับแรกนั่นแหละ ถึงจะเหมาะ-จะควร หรือน่าจะเข้าท่ากว่าเรื่องอื่นๆ ใดๆ เป็นไหนๆ ส่วนเรื่องของการแพร่ การระบาด การติดเชื้อ-ไม่ติดเชื้อ ว่าจะมีที่มา-ที่ไป จากพริตตี้ โคโยตี้ ซึ่งออกจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างชี้ชวน เชิญชวน ให้น่า ติดเชื้อ อย่างเป็นพิเศษ หรือไม่ อย่างไร อันนั้น...คงต้องลองไปสอบสวน ทวนความ กันเอาเอง อย่างเป็นขั้น เป็นตอน...

                                      ----------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...อันที่จริง หมอ---ยง หรือนายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเฉพาะไวรัสวิทยา ท่านก็เคยให้คำแนะนำเอาไว้แต่แรกแล้ว ว่าอาจต้องหาทาง เว้นระยะห่าง เอาไว้ก่อน สำหรับการคิดพันพัว นัวเนีย ไม่ว่ากับพริตตี้-ไม่พริตตี้ โคโยตี้-ไม่โคโยตี้ หรือแม้ภรรมง ภรรเมียใดๆ ก็ตาม หรืออาจต้องใช้ ไม้เขี่ย ไปพลางๆ จะไปหมุบๆ หมับๆ เขาจับ-เขาจี๋ หรือไปเสียบหล่น-เสียบหล่นตั้ง 5-6 ที โอกาสที่มันจะเกิดการติดเชื้อและแพร่เชื้อ ย่อมเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ ยิ่งเป็นโควิดสายพันธุ์อังกฤษด้วยแล้ว ขนาดใช้ไม้เขี่ยอยู่ห่างๆ เผลอๆ...อาจไม่รอดเอาเลยก็ไม่แน่ อาจต้องใช้ระดับไม้กวาดกวาดเพดาน กวาดหลังคา อะไรทำนองนั้น...

                                   -------------------------------------------------

                ดังนั้น...สำหรับนักการเมือง รัฐมนตรี ศิลปิน ดารา นักร้อง ฯลฯ ใดๆ ก็ตามที จะติดเชื้อ-ไม่ติดเชื้อด้วยต้นเหตุ สาเหตุ ใดๆ ก็เถอะ คงต้องไปตรวจเช็ก ไทม์ไลน์ กันเอาเอง ไม่ว่าจะโดย หมอ หรือโดย เมีย ยังไงๆ...ก็น่าจะลำบาก!!! ไปด้วยกันทั้งสิ้น แต่นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องน่าเกลียด น่ากลัว ต้องเอามากล่าวหา ดูหมิ่น ดูแคลน หรือเอามาโทษนั่น โทษนี่ ให้ต้องโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาตพยาบาท ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าประเทศไหน สังคมไหนๆ ก็ตาม การติดเชื้อ แพร่เชื้อ ของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วงนี้ แทบกลายเป็น ธรรมชาติ อันมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้อีกต่อไปแล้ว...

                                    ------------------------------------------------

                สำหรับบ้านเรานั้น...ไม่ว่าจะเกิดจากบ่อนเถื่อน แรงงานเถื่อน หรือคลับไม่เถื่อน บาร์ไม่เถื่อน เพียงแต่พริตตี้ โคโยตี้ สวยไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่โดยตัวเลข สถิติ ก็ยังคงอยู่ในระดับแค่วันละ 200-300 ราย น้อยกว่าบ้านอื่น เมืองอื่น สังคมอื่นอีกไม่รู้กี่พัน กี่หมื่นเท่า อย่างคุณพ่ออเมริกาที่ถือเป็นประเทศประชาธิปไตย-เสรีนิยมแบบทั้งแท่ง ทั้งด้าม แถมยังเก็บกัก วัคซีน เอาไว้ฉีดอเมริกันชนด้วยกันเอง จนแทบไม่คิดจะเฉลี่ย แจกจ่าย ให้กับใครเขาบ้างเลย ทุกวันนี้...ตัวเลขคนติดเชื้อ ก็ปาเข้าไปวันละ 50,000 กว่ารายเป็นอย่างน้อย บราซิลที่ตามมาเป็นอันดับสอง ก็ปาเข้าไปวันละ 30,000-40,000 ราย เล่นเอาถึงไม่มีใครคิดจะ ลงถนน แต่รัฐมนตรี ผู้นำทางทหาร ก็ลาออกกันไปแล้วเป็นรายๆ...

                                    ---------------------------------------------------

                อินตะระเดีย...ที่มาเป็นอันดับสาม แม้จะเป็นแหล่งผลิตวัคซีน เตรียมเอาไว้แจกจ่ายให้กับใครต่อใคร โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าคู่แข่งอย่างประเทศจีน แต่ทุกวันนี้...ตัวเลขการติดเชื้อยังปาเข้าไปวันละ 96,000-100,00 ราย มากกว่าบ้านเรา สังคมเรา นับเป็นหมื่นๆ แสนๆ เท่า ดังนั้น...แทนที่จะไปดุ ด่า ว่ากล่าวนักการเมือง รัฐมนตรี หรือรัฐบาลทั้งรัฐบาล โพสต์โน่น โพสต์นี่ หาว่าเป็นเพราะ หงี่ หรือเพราะความ งี่เง่า ใดๆ ก็แล้วแต่ ไม่พยายามไล่ฉีดวัคซีน เอาแต่หันไปฉีดอย่างอื่น อะไรทำนองนั้น อันนี้...มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเอาเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ สะใจ ตัวกูเองไปวันๆ เท่านั้นเอง...

                                  -------------------------------------------------------

                มีแต่ต้องหันมาร่วมมือ-ร่วมใจ ร่วมมือ-ร่วมไม้ พร้อมที่จะยอมรับต่อ มาตรการ ต่างๆ ที่บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ หมอและนักวิทยาศาสตร์ เขาได้ชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้อย่างเป็นขั้น เป็นตอน มันอาจถึงพอช่วยให้อะไรต่อมิอะไรมันดีขึ้นได้มั่ง พูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหากมองกันในแง่ บวก การอุบัติขึ้นมาของเชื้อโรคชนิดนี้ มันอาจถือเป็นสิ่ง ท้าทาย ต่อความร่วมมือ-ร่วมใจของบรรดามวลมนุษยชาติ อันเป็นสิ่งที่ออกจะขาดแคลน หายาก หาเย็น ในยุคที่โลกทั้งโลกมีอะไรต่อมิอะไรล้นเหลือ หรือเหลือเฟือ ยิ่งเข้าไปทุกที อย่าง วาทะ หรือถ้อยคำที่หยิบยกเอาปิดท้ายไปเมื่อวันวานที่ผ่านมา...

                                --------------------------------------------------------

                เพราะแม้แต่ วัคซีน ที่ถือเป็น อาวุธสำคัญ ในการต่อสู้และเอาชนะโรคชนิดนี้ได้บ้าง เอาไป-เอามา...ด้วยเหตุเพราะโลกหรือโลกย์ มันออกจะขาดแคลนความร่วมมือ-ร่วมใจ ขาดความเอื้ออาทร ความปรารถนาดีซึ่งกันและกันนั่นแหละเป็นหลัก มันถึงทำให้อาวุธชนิดนี้ถูกนำมาใช้เล่นงานมนุษย์ฝ่ายตรงข้าม จนก่อให้เกิด การเมืองวัคซีน หรือ ธุรกิจวัคซีน อันนำไปสู่การยื้อแย่ง แข่งขัน ชิงไหว-ชิงพริบ ชิงความได้เปรียบ-เสียเปรียบ เอารัด-เอาเปรียบ ฯลฯ แม้ว่าบรรดา พลโลก จะติดเชื้อไปเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน แล้วก็ตาม ดังนั้น...ถ้ามองให้ลึกๆ มองอย่าง เข้าถึง-เข้าใจ ต่อ ธรรมชาติ ของเชื้อไวรัสตัวนี้แล้ว สู้หันมาเรียนรู้ในการสร้างความร่วมมือ-ร่วมใจ ความห่วงหาอนาทร ในหมู่มนุษย์ด้วยกันเอง น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ...

                                 --------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก C.S. Lewis...“What you see hear depends a good deal on where you are standing; it also depends on what sort of people you are.- ท่านได้เห็นและได้ยินอะไร ขึ้นอยู่กับว่าท่านยืนอยู่ ณ จุดใด และขึ้นอยู่กับว่าท่านเป็นคนประเภทใด...”

                                  -----------------------------------------------------------


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน