ประยุทธ์ชี้เป็นบทเรียน! ไม่ควรไปสถานที่อโคจร


เพิ่มเพื่อน    

  นายกฯ น้ำท่วมปาก รมต.เที่ยวอโคจรติดโควิด ขู่ฟ้องใช้ชื่อ "ตึกไทยคู่ฟ้า" โยงสถานบันเทิง "ชูวิทย์" โต้กลับหันมายอมรับความจริงแล้วนำไปแก้ไขให้สังคมดีขึ้น "ศักดิ์สยาม" แจงไทม์ไลน์ไป รพ.พระราม 9 บ่อยเพราะเป็นโรคกระดูกสันหลัง  ทนายขู่ใครโพสต์เท็จเอาผิดถึงที่สุด "เจี๊ยบ ก้าวไกล" เหน็บ "อนุทิน" พอ รมต.พรรคติดโควิดเปลี่ยนจากเป่าปี่เป็นเป่าสาก "เสี่ยหนู" โต้ตอนนี้ขอสีซอให้คนเขียนโพสต์ฟัง เพื่อไทยขย่ม "ประยุทธ์" ล้มเหลวซ้ำซ้อนต้องลาออก

    เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงบรรดารัฐมนตรีและนักการเมืองยังไปเที่ยวในที่อโคจรซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่เชื้อโควิดว่า เรื่องนี้เหตุเกิดในลักษณะไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ใครจะไปไหนมาก็รู้ตัวกันอยู่แล้ว และรัฐบาลก็ไปห้ามตรงนั้นไม่ได้  มันอยู่ที่ตัวบุคคล แล้ววันนี้คิดว่ามันมีบทเรียนอยู่พอสมควรอยู่แล้ว ก็หยุดกันเสียทีเถอะ และไม่ว่าอย่างไร ใครเป็นก็ต้องรักษา ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งนั้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญอีกอันหนึ่งว่าสถานที่อโคจร เข้าใจกันหรือไม่ ก็ไม่ควรไป และตัวนายกฯ ก็ไม่เคยไปไหนเลยหลายปีมาแล้ว แม้แต่ที่อโคจรยังแทบไม่ได้ไปเลย 10 กว่าปีไม่เคยได้ออกบ้านไปไหนเลย สมัยหนุ่มไม่เคยไปเลย แหมตอนหนุ่มๆ มันคนละเรื่องมั้ง แต่ไม่เป็นถึงขนาดนี้หรอก
เมื่อถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข มีการรายงานเรื่องการกักตัวเข้ามาหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มีการรายงานเข้ามา มีการสั่งงานเขามาโดยตลอด ทำงานอยู่ที่บ้าน ในการประชุม ครม.ต่างๆ ก็มีการร่วมประชุมหารือกันตลอด รวมทั้งรัฐมนตรีทุกคน สามารถติดต่อและสั่งงานต่างๆได้ ไม่ใช่ว่ากักตัว 14 วันแล้วจะหายไปเลย ทุกคนมีความรับผิดชอบไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด และทุกคนก็รับผิดชอบร่วมไปกับตนว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเกิดความสงบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการโยงเรื่องของสถานบันเทิงกับชื่อตึก "ไทยคู่ฟ้า" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เดี๋ยวจะดูว่ามันผิดกฎหมายหรือเปล่า เรื่องนี้ผมจำเป็นต้องดู กำลังให้ฝ่ายกฎหมายเขาดูอยู่ การที่จะใช้คำว่าไทยคู่ฟ้าไปโน่นไปนี่มันไม่ใช่มั้ง ระวังๆ กันหน่อยก็แล้วกัน"
    ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคและอดีต ส.ส.พรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย สิ่งที่ผมพูด มีหลายคนขู่จะฟ้องผม แต่ผมเลยเส้นความกลัวมามากแล้ว เฉียดตายก็หลายหน คุกตะรางก็หลายรอบ ผมมิได้มีเจตนากล่าวร้ายให้ใครต้องเสื่อมเสียโดยส่วนตัว สังคมไทยมักดัดจริตรักษาภาพลักษณ์ แต่ไม่ยอมรับความจริง เพราะความจริงย่อมโหดร้ายกว่าคำสรรเสริญเยินยอมากมาย หากจะมีใครสักคนที่กล้ายอมรับความจริง และเอาไปแก้ไขให้สังคมไทยดีขึ้น ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าจะกดทับความจริงเอาไว้ หันหน้ามาพูดความจริงกันเถอะ และเอาไปแก้ไขให้สังคมไทยดีขึ้น
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการปกปิดไทม์ไลน์จะมีความผิดหรือไม่ ว่าการปกปิดหรือแจ้งเท็จจะมีความผิดก็ต่อเมื่อทำต่อพนักงานสอบสวนโรค เพียงแต่เจ้าหน้าที่สอบสวนโรคของรัฐเมื่อรับทราบไทม์ไลน์แล้วควรเปิดเผยให้ประชาชนทราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนระวังตัว แต่การจะเปิดไทม์ไลน์ต่อประชาชนหรือไม่ ถือเป็นเรื่องส่วนตัว
    ทางด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของอาการหลังเข้ารับการรักษาตัวจากโรคโควิด ว่า วันนี้วัดอุณหภูมิร่างกายได้ 36.6 การหายใจ 100% ความดันอยู่ที่ 135/81 ส่วนที่ในไทม์ไลน์ ที่เปิดเผยว่าได้เข้าพบแพทย์ที่ รพ.พระราม 9 อยู่บ่อยครั้งนั้น ก่อนหน้านี้ตนเป็นโรคกระดูกสันหลัง ที่ L4 L5 ทับเส้นประสาทขาขวา ซึ่งก่อนที่จะแอดมิตนั้นอาการบาดเจ็บกำลังจะดีขึ้น ต้องใส่ซับพอร์ตรัดเอวและกระดูกสันหลังไว้
    ทั้งนี้ ในช่วงค่ำวันที่ 8 เม.ย. สำนักงานสาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ ได้เปิดไทม์ไลน์ของนายศักดิ์สยาม ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.-7 เม.ย. แต่ไม่มีไทม์ไลน์ย่านทองหล่อแต่อย่างใด
    และเย็นวันเดียวกัน นายศักดิ์สยามได้มอบอำนาจให้นายทิวา การกระสัง ทนายความ นำหลักฐานภาพการลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ประจักษ์ คำนาค รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ทำให้คนเข้าใจผิดและเกิดความเสื่อมเสีย
     นายทิวากล่าวว่า จะเอาผิดตามกฎหมายถึงที่สุด ฝากถึงผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ควรคิดและไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าโพสต์เรื่องอันเป็นเท็จจนทำให้ผู้อื่นเสียหาย และหากทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ
    นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์  ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวปฏิเสธข่าวที่สื่อมวลชนบางแห่งนำไปลงว่าตนไปที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อกับนายศักดิ์สยาม ทั้งที่ไม่ได้พูดแบบนั้น
    ทั้งนี้ ในหน้าเฟซบุ๊ก กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ได้โพสต์ข้อความว่า ผมเคยไปร้าน AINU กับเพื่อนๆ และไม่เคยไปกับท่านศักดิ์สยาม ขอความกรุณาสื่อที่นำเสนอข่าวไม่ถูกต้อง
    ที่ จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม พรรค ภท. รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขอล็อกดาวน์ตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-20 เม.ย. เพื่อเฝ้าระวังตามหลักปฏิบัติด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
    นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความเหน็บแนมนายอนุทินว่า “...เปลี่ยนจากเป่าปี่เป็นเป่าสาก เห็นเคยดุดันจะหวดบุคลากรทางการแพทย์ เป่าปี่แถลง "ขอให้เชื่อมั่น ..บลา บลา บลา" พอ รมต.และ ส.ส.พรรคตัวเองติดโควิดเข้า เปลี่ยนจาก "เป่าปี่" มาเป็น "เป่าสาก" เงียบกริบไม่สื่อสารทุกช่องทาง 3 วันแล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำตัวผิดวิสัยอย่างที่เคย อย่ามาอ้างถูกกักตัว เพราะเค้าไม่ได้กักปาก"
    ด้านนายอนุทินได้ตอบคำถามเรื่องนี้ว่า ตนไม่ได้ตั้งใจจะเงียบเพื่ออะไรทั้งนั้น แต่ตนมีงานต้องปฏิบัติ ซึ่งช่วงนี้ก็ยิ่งหนัก เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะคลัสเตอร์สถานบันเทิงก็ไม่ต่างจากคลัสเตอร์ค่ายมวย เมื่อช่วงเมษายน 2563 เรื่องงานต้องมาก่อน แต่เมื่อมีคนคิดถึง ก็ต้องขอบคุณ ตอนนี้สุขภาพแข็งแรง ไม่ติดเชื้อ มีภูมิต้านทานค่อนข้างสูง “ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส.ท่านนั้น ที่เป็นห่วงเป็นใยถามหามา จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมชอบเล่นดนตรีนะ เมื่อก่อนเป่าปี่ แต่ตอนนี้ขอสีซอให้คนเขียนโพสต์ฟังก่อน"
    นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ว่า เห็นข่าวโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ปิดรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด รู้สึกตกใจมาก รัฐบาลควรจะจัดงบประมาณก้อนใหญ่ เพื่อระดมซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด เพื่อบริการประชาชนทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดีกว่านำเงินงบประมาณก้อนใหญ่ไปแจกให้กับประชาชนในโครงการต่างๆ เพื่อหวังคะแนนนิยม
    นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรค ปชป. โพสต์ว่า ไม่ได้มีข้อติดใจที่ ส.ส.และ ส.ว.จะได้รับวัคซีนก่อน เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ทำงานสาธารณะ มีโอกาสพบปะผู้คนจำนวนมาก แต่คิดว่ารัฐบาลกำลังทิ้งพี่วินมอเตอร์ไซค์ คนขับรถแท็กซี่และรถสาธารณะไว้ข้างหลัง ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากแต่ละวันพบเจอผู้คนจำนวนมาก
    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิดระลอกใหม่นี้เป็นความล้มเหลวและน่าละอายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ข่าวคราวที่มี ครม. สงสัยว่าจะติดไวรัสโควิดจากสถานบันเทิงในพื้นที่ทองหล่อ ได้สร้างความอับอายและเสื่อมเสียให้กับรัฐบาลอย่างมาก น่าเป็นห่วงว่าการระบาดครั้งนี้จะทำลายโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหมดสิ้น แสดงถึงความล้มเหลวซ้ำซ้อนของรัฐบาล ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องพิจารณาลาออกไปได้แล้ว ก่อนที่ประชาชนจะแห่กันออกมาไล่เพิ่มมากขึ้น
     น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า กรณีคลัสเตอร์ทองหล่อที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดอย่างรวดเร็ว จนปรากฏเป็นภาพประชาชนแตกตื่นไปต่อคิวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก จนโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งออกมาประกาศหยุดรับการตรวจเชื้อโควิดเนื่องจากน้ำยาหมด ระบบสาธารณสุขไทยที่ถูกวางรากฐานไว้อย่างเข้มแข็งกำลังจะพังทลายลง เพราะมีรัฐบาลและหัวหน้าทีมที่อ่อนด้อยประสิทธิภาพ ยิ่งอยู่ยิ่งมีแต่ทำให้ประเทศเสื่อมถอยลงไปทุกวัน
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์บอกคนอื่นว่าการ์ดอย่าตก แต่การระบาดใหญ่ทั้ง 3 ครั้งมาจากพื้นที่สายบังคับบัญชาทางตรงของประยุทธ์ทั้งสิ้น แล้วประยุทธ์รับผิดชอบอะไร จึงได้ทำให้วันสงกรานต์กลายเป็นวิปโยค แต่กลับมาบอกอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เท่ากับผู้นำไม่มีความรับผิดชอบอะไรเลย จึงต้องแสวงหาความร่วมมือจากมิตรในปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อจัดการประยุทธ์.

 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน