ต้องอ่าน 'แก้วสรร'ออกบทความวิเคราะห์เรื่องประสิทธิภาพวัคซีนโควิด


เพิ่มเพื่อน    

 

ไทยได้วัคซีนโควิด คุณภาพต่ำมาก !
                                                                        

ถาม    อาจารย์อ่านความเห็น หมอธีระ  วรธนารัตน์ ข้างต้นแล้ว ตกใจไหมครับ
ตอบ    ตกใจแน่นอน เพราะวัคซีนแอสตร้าฯนี้ รัฐบาลไทยเราทำสัญญาจะซื้อมาใช้เกือบทั้งประเทศเลย   ถ้า ๑๐๐ คน ฉีดแล้ว ได้ผลป้องกันให้ไม่ติดโรคได้เพียง ๒  คน  แล้วจะฉีดทำไม  ทำไมไม่ยอมใช้ของดีๆ ที่ป้องกันได้เกิน ๙๐ % ขึ้นไป เช่นไฟเซอร์หรือโมเดอร์นนา ของอเมริกาเขา

ถาม    เห็นที่ประชุมกระทรวงสาธารณะสุขเขาโกรธมาก ว่าหมอธีระบิดเบือนข้อมูล
ตอบ    บิดเบือนอย่างไรไม่บอกมาให้ชัด  ผมก็เลยต้องค้นในโซเชียลเอง พบคำอธิบายเรื่อง ประสิทธิภาพของวัคซีน โดยภาควิชาจุลชีวัน คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน แล้ว   ก็หายตกใจไปได้ เข้าใจได้แล้วว่าหมอธีระอธิบายไม่ตรงกับเขาอย่างไร ในเรื่อง “Efficacy Rate “หรือ ER ของวัคซีนโควิด

ถาม    ไม่ตรงหลักวิชาการอย่างไรครับ
ตอบ   รายงานของ ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เขาบอกว่า วิธีการทดสอบ
ประสิทธิภาพวัคซีนนั้น เหมือนกันทุกวัคซีน   คือจะนำอาสาสมัครจำนวนเพียงพอสมมติว่า ๔ หมื่นคน มาแบ่งครึ่ง ครึ่งแรกฉีดน้ำเกลือเปลาๆ ครึ่งสองฉีดวัคซีน   แล้วปล่อยออกไปเผชิญโรคโดยเสรีระยะหนึ่ง     แล้วจึงนำมาตรวจประเมินผลว่า
๑. มีใครติดโควิดเท่าใดในสองกลุ่มนี้   ถ้าติดโควิดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ก็แสดงประสิทธิภาพป้องกันของวัคซีนเป็นศูนย์     คือฉีดหรือไม่ฉีดก็ค่าเท่ากัน
๒. ถ้ากลุ่มน้ำเกลือติดโควิด  ๑๐๐ คน กลุ่มวัคซีนติด ๘ คน  ก็แสดงว่า ER วัคซีนนี้ อยู่ที่ ๙๒%  หมายความว่าถ้าเราแต่ละคน ได้วัคซีนนี้ไปแล้ว   ก็พอจะมั่นใจได้ว่า ถ้าเจอเชื้อโควิดเมื่อใด โอกาสที่เราจะไม่ติดโรคนั้น มีถึง ๙๒ % เช่น ER ของวัคซีนไฟเซอร์เป็นตัวอย่าง  ส่วนแอสตร้านั้นอยู่ที่ ๖๗%

ถาม    หมายความว่า คนไทยฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ๑๐๐ คน แล้ว ยังมีคนติดโควิดอีก ๓๓ คน อย่างที่หมอธีระเขาว่าใช่ไหมครับ
ตอบ    ไม่ใช่ครับ พูดอย่างนั้นผิดแน่ๆ  คือต้องดูก่อนว่าช่วงนั้นโรครุนแรงไหม  ถ้ารุนแรงคือใน ๑๐๐ คนนั้น   มีคนไปเจอเชื้อถึง ๑๐ คน   ๑๐ คนนี้ก็จะรอดไม่ติดเชื้อโดยอาศัยสรพคุณวัคซีนไป   .๖๗  คน   
สรุปแล้วฉีด ๑๐๐ คน  มีคนติดเชื้อ .๓๓ คน  ในจำนวน ๑๐๐ คนนี้ โชคดีทำตัวดีไม่เจอเชื้อเลย ๙๐ คน   อีก ๑๐ คน เสเพลเที่ยวเลานจ์ทองหล่อ จูบปาก “น้องเมี๊ยว”ที่เป็นโควิดทั้ง ๑๐ คน  เลยติดโควิดไป .๓๓ คน   แต่ถ้าวัคซีนที่ฉีดพวกนี้เป็นไฟเซอร์ ๑๐ คนนี้จะติดแค่ .๐๘ คนเท่านั้น

ถาม    จากตัวอย่างข้างต้นถ้าเราไม่ฉีดวัคซีนเลย ก็จะติดโควิด ๑๐ คน ใช่ไหมครับ
ตอบ    ถูกต้องครับ   แต่ที่น่าสนใจต่อไปอีกคือ อัตราเจ็บหนัก  นอนโรงพยาบาล และตาย นี่สิครับ    คำอธิบายของผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า แม้อัตราป้องกันไม่ให้ติดโรค จะไม่เท่ากัน   แต่อัตรารอดจะรับรองได้ในทุกวัคซีนว่า ๑๐๐ %   คือจะเจ็บเล็กๆน้อย แค่ไอกับเจ็บคอบ้างเท่านั้น  

ถาม    จากตัวอย่างข้างต้น ผลจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ
 .๓๓ คน ที่ฉีดแอสต้า แต่ยังติดเชื้อ จะแค่เจ็บคอ ไอค๊อกแค้ก เท่านั้น
 .๐๘ คน ที่ฉีดไฟเซอร์ แต่ยังติดเชื้อ จะแค่มีอาการเล็กน้อยเช่นกัน
 ๑๐ คน ที่ไม่ฉีดอะไรเลย แล้วติดเชื้อ  จะมีอาการหนัก เข้าโรงพยาบาล และอาจถึงตายได้
ตอบ    สรุปถูกต้องแล้วครับ  วัคซีนทุกชนิดลดอาการเจ็บป่วยได้เท่ากัน   แต่ป้องกันติดเชื้อได้ไม่เท่ากัน   ถ้าเขียมๆ หน่อยก็ซื้อแอสตร้าอย่างบ้านเรา   ก็ได้วัคซีนที่เหนียวน้อย ป้องกันติดโรคได้น้อยกว่าไฟเซอร์หน่อย   แต่ถึงจะติดโรคก็อาการไม่หนัก ๑๐๐%เหมือนๆกัน กับไฟเซอร์    

ถาม    ดังนั้นการตัดสินใจซื้อ แอสตร้า ของรัฐบาลก็มีเหตุผล ฟังได้
ตอบ    ผมว่าฟังได้   ราคาความเหนียวของไฟเซอร์มันแพง และแย่งกันซื้อมาก   หลบมาจองแอสตร้า แล้วยังมีโรงงานอยู่ในประเทศตนเองด้วยอย่างนี้   ผมรับได้  อาจติดโรคได้ง่ายกว่าก็จริง    แต่ลดอาการได้ ๑๐๐% เท่ากันอยู่ดี    

ถาม    เรื่องมีโรงงานอยู่ในไทยนี่สำคัญไหมครับ
ตอบ    ผมว่าสำคัญนะครับ   ตอนนี้โควิดระบาดหนักขึ้นเรื่อยๆ หลายแหล่งผลิตทั้งสหรัฐ อังกฤษ และ อียูเริ่มหวงก้างจะไม้ให้ส่งออกแล้ว

ถาม    สรุปที่หมอธีระกล่าวหากระทรวงว่า ทำงานจัดการวัคซีนเหมือนเล่นขายหม้อข้าวหม้อแกง  จึงเกินจริงไป
ตอบ    เฉพาะเรื่องประสิทธิภาพวัคซีนนี่  ผมว่ากระทรวงสาธารณะสุขยังไม่พลาด  แต่เรื่องไม่สนับสนุนให้ภาคเอกชนและชาวบ้านเข้าถึงวัคซีนยี่ห้ออื่นได้ด้วยตนเองนั้น ขอตำหนิอย่างแรงว่า จะเห็นประชาชนเป็นลูก  รัฐต้องผูกขาดดูแล หายามาให้นั้น ไม่ได้นะครับ  พ่อโง่ๆมีมากมาย  แค่อธิบายให้คนเขาเข้าใจ และไม่ทะเลาะกันเอง ก็ยังทำไม่ได้เลย  ยิ่งรัฐมนตรีที่อธิบายว่า  เหตุที่ต้องสั่งเฉพาะวัคซีนแอสตร้าฯเข้ามาช้าๆ ก็เพื่อต้องการเฝ้าดูว่าเชื้อมันกลายพันธุ์หรือไม่นั้น  ผมว่าโคตรกะล่อนเลยจริงๆ  

ส่วนนายกฯนั้นชอบทำงานแบบให้สัมปทาน โยนให้คนอื่นรับผิดชอบเป็นหลัก งานสำคัญของชาติจึงขาดการนำชัดเจนมาตลอด                
                                    ..........................


 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน